‘พิธา’ เร่งใช้กมธ.สอบ หลังชาวบ้าน ร้อง อีอีซีปัญหาอื้อ ‘บิดกม.ผังเมือง-ฮับขยะโลก’

ชาวบ้าน ร้อง อีอีซีปัญหาอื้อ ‘บิดกม.ผังเมือง-ฮับขยะโลก’ ผวาทั้งข่มขู่-ฆ่า 

เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่รัฐสภา เกียกกาย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้กำหนดขอบเขตการพิจารณาศึกษา จากข้อร้องเรียนที่ได้รับมา 3 ข้อ คือ 1.ปัญหาที่ดิน ในพื้นที่จ.ระยอง จ.ชลบุรี และจ.ฉะเชิงเทรา ระหว่างเอกชนกับเอกชน ในแง่เอกสารสิทธิ์ 2.ปัญหาผังเมือง ในหลายอำเภอ ของพื้นที่เขตเศรษกิฐพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ซึ่งตนมองว่า การจัดทำและบังคับใช้ผังเมืองต้องเป็นไปตามหลักวิชาการ และคำนึงถึงสิทธิชุมชน และ 3.ปัญหาขยะ ในพื้นที่ จ.ระยอง จ.ชลบุรี และจ.ฉะเชิงเทรา ในพื้นที่อีอีซีเช่นเดียวกัน พบว่า เป็นขยะมลพิษจากพื้นที่อุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ตัวแทนชาวบ้านจากพื้นที่อีอีซี ที่มายื่นข้อร้องเรียน เปิดเผยว่า ขอเรียกร้องให้มีการตั้งอนุกมธ.เกี่ยวกับผลกระทบจากอีอีซี เพราะชาวบ้านในพื้นที่ประสบปัญหาจากการใช้กฎหมายและความรุนแรง ไล่รื้อ ในอ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งสำนักงานอีอีซีไม่ให้ความสนใจเดือดร้อนของชาวบ้าน ด้านผังเมืองมีการเปลี่ยนพื้นที่สีเขียวเป็นสีม่วง เปิดช่องให้นายทุนสามารถสร้างโรงงานอุตสาหกรรมได้ ซึ่งยืนยันว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหารายพื้นที่ แต่เป็นปัญหาเชิงนโยบายที่จำเป็นต้องผลักดันให้เกิดการแก้ไขในระบบสภา

“สำหรับปัญหาขยะนั้น เกิดปัญหาลักลอบทิ้งขยะ จากบริษัทรับรีไซเคิลหรือฝังกล ในพื้นที่ชุมชนตามชนบท ส่งผลให้น้ำและดินใช้ประโยชน์ไม่ได้ เกิดปัญหาสุขภาพตามมา เรื่องขยะนี้เกิดปัญหามาตั้งแต่ปี 2548 เกิดการข่มขู่ ขว้างระเบิดปิงปอง ความขัดแย้งรุนแรงถึงขนาดมีการฆ่ากัน เจ้าหน้าที่รัฐที่กำกับดูแลไม่สามารถขจัดปัญหาให้หมดไปได้ ซึ่งกฎหมายอีอีซีมีข้อยกเว้นว่า พื้นที่สีเหลืองอ่อนให้สร้างโรงงานได้ ก็ทำให้สามารถโรงงานเกี่ยวกับขยะได้อีก ซึ่งโรงงานประเภทนี้รอการอนุญาตอีกมาก ภาคตะวันออกจะกลายเป็นศูนย์กลางขยะโลก เพราะมียังมีขยะข้ามชาติด้วย” ตัวแทนชาวบ้านระบุ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ผอ.สนามบินสมุย’ ร้องเจ้าหน้าที่รัฐโดนต่างชาติตั้งกล้องส่องรันเวย์ดูเครื่องบินขึ้นลงเรียลไทม์ในยูทูบ
บทความถัดไปคมคำ : ประจำวันพุธที่ 25 กันยายน 2562