‘สาธิต’ มอบนโยบายผู้บริหารสบส. ชี้หัวใจทำงานต้องสื่อสาร ยกตัวอย่างความล้มเหลวพรรคปชป.

‘สาธิต’ มอบนโยบายผู้บริหารสบส. ชี้หัวใจทำงานต้องสื่อสาร ยกตัวอย่างความล้มเหลวพรรคปชป.

เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ห้องประชุมชั้น 4 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมคณะทำงาน เดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินงานกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมมอบนโยบายแก่ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมสบส. ระหว่างนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กองแบบแผน ภายใต้สังกัดกรมสบส. รวมตัวกันกว่า 50 คน รอยื่นหนังสือร้องเรียนต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการสธ.เพื่อขอให้ทบทวนการแต่งตั้งผู้อำนวยการกองแบบแผนคนใหม่ พร้อมชูป้ายขับไล่ “ไม่เอาถาวร ขาวแสง ไม่เอาผอ.คนนอก” เนื่องจากเป็นบุคคลที่ไม่ได้มาจากกองงาน และไม่ได้รับการยอมรับ โดยก่อนหน้านี้ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสธ.แล้ว อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีช่วยว่าการสธ. ได้รับหนังสือด้วยตนเอง พร้อมมอบหมายให้ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยสธ. ติดตามเรื่องดังกล่าว

 

นายสาธิต กล่าวว่า ในมิติการทำงาน ซึ่งตนมาจากประชาชน ดังนั้น ตนจะให้ความสำคัญกับประชาชนมาก โดยเฉพาะการทำให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน ภายใต้การกลั่นกรองข้อมูลที่มีอยู่ และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ประชาชนอย่างเป็นระบบ ขณะที่วิสัยทัศน์ในการทำงานของตนนั้น ได้แก่ 1.ความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และตรวจสอบได้ 2. ข้อมูลครบถ้วนรอบด้าน 3.ตัดสินใจรวดเร็วบนพื้นฐาน 2 ประการแรก และต้องมีความรอบคอบ และ4.การสื่อสารที่มีแสนยานุภาพ จะเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารงาน ส่วนเรื่องที่จำเป็นต้องเร่งรัดดำเนินการภายใต้การขับเคลื่อนของกรมสบส. คือ 1.เร่งรัดจัดตั้งกองทุน ในการดูแลอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านที่ทั่วประเทศมีอยู่ 1.5 ล้านคน โดยในส่วนของค่าตอบแทน ไม่อยากให้มองว่าเขาทำงานเพื่อค่าตอบแทน เพราะเขาเป็นจิตอาสา และจะต้องถูกพัฒนาเป็นกองทัพในการขับเคลื่อนประเทศ 2.การสร้างมาตรฐานใหม่เพื่อป้องกันผู้รับเหมาทิ้งงาน และการติดตามเร่งรัดการก่อสร้างสถานบริการ ต้องไม่ล่าช้าและเป็นไปตามระยะเวลากำหนด 3. การจัดสถานบริการพยาบาลให้มีมาตรฐานเป็นไปนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉิน วิกฤต มีสิทธิทุกที่ (UCEP) และให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลมากกว่านี้ และ 4.การจัดองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบสุขภาพถ่ายทอดให้แก่ประชาชน

“ตัวอย่างความล้มเหลวที่เห็นได้ชัด คือ การสื่อสารของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ผ่านมา พรรคปชป. ได้ทำการสื่อสารทั้งผ่านสื่อหลัก สื่อรอง โซเชียลมีเดีย และมีการสื่อสารแบบปากต่อปาก แต่ก็ยังสื่อสารกลับไม่ครบถ้วน ไม่ตรงจุด ทำให้ประชาชนไม่รู้ว่าเราทำอะไรบ้าง นอกจากนี้ ผมไม่แน่ใจว่าจะอยู่ในนานหรือไม่ ในแง่มิติของการเมือง เพราะความรู้สึกของผมมองว่าการเมืองนั้นไม่แน่นอน แต่สิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนงานให้สำเร็จ คือ บุคลากรภายในหน่วยงานที่ยังคงอยู่” นายสาธิต กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และว่าที่อธิบดีกรมสบส.คนใหม่ ซึ่งจะเข้ามาทำงานในวันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป กล่าวว่า พร้อมรับนโยบายของรัฐมนตรีช่วยสธ. ไปปฏิบัติต่อไป ทั้งในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเรื่อง อสม.ที่จะต้องมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น รวมถึงในเรื่องของงบประมาณที่ได้รับการสะท้อนในที่ประชุมว่าถูกปรับลดลง จะต้องได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม ส่วนในเรื่องของการสื่อสารข่าวสาร และองค์ความรู้ถ่ายทอดแก่ประชาชนนั้น ส่วนตัวมองว่าจะต้องสื่อสารในประเด็นที่สำคัญและอยู่ในกระแส โดยส่วนนี้จะหารือกับคณะทำงานต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้น้ำท่วมตลาดเก่ากบินทร์บุรีลดลงต่อเนื่อง คาดวันนี้เข้าสู่ปกติ
บทความถัดไปเตือนอาชีพทำงานกลางแจ้ง สวมหน้ากากอนามัยป้องฝุ่นพีเอ็ม 2.5