วัดโปรไพล์ ‘มาร์ค-สุชาติ’ แคนดิเดต ปธ.กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ

ชื่อของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับมาเป็นกระแสร้อนแรงบนหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อได้รับการเสนอชื่อจากพรรค ปชป. ให้ชิงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ขับเคี่ยวกับ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เสนอโดยพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมกับมีข่าวว่าจะมีคนนอกอย่าง ส.ว. และนักวิชาการร่วมเป็น กมธ.ด้วย

สำหรับประวัติของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 27 อดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ลำดับที่ 7

เกิดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2507 ณ เมืองนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ เป็นบุตรชายคนเดียวของ ศ.นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ ศ.พญ.สดใส เวชชาชีวะ

เมื่ออายุได้ 1 ขวบ นายอภิสิทธิ์และครอบครัวเดินทางกลับประเทศไทย นายอภิสิทธิ์เริ่มเข้าศึกษาในระดับอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลยุคลธรและระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากนั้นเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ โดยเข้าเรียนที่ Scaitliffe School และระดับมัธยมที่ Eton College จากนั้นได้ศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขาปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์ (Philosophy Politics and Economics – PPE) ที่ Oxford University จนจบการศึกษาได้รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับ 1 ภายในระยะเวลา 3 ปี นับเป็นคนไทยคนที่สองที่ได้รับต่อจากพระยาศรีวิศาลวาจา

นอกจากนี้ระหว่างศึกษาชั้นปีที่สอง นายอภิสิทธิ์ได้รับเลือกเป็นประธานนักศึกษา ด้วยชื่อเสียงในการเรียน ความสามารถและเป็นนักกิจกรรม จบปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์เกียรตินิยม จาก Oxford University ประเทศอังกฤษ นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ยังจบปริญญาตรีสาขานิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

ด้านชีวิตสมรส นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมรสกับ ผศ.ทันตแพทย์หญิง ดร.พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีบุตร-ธิดาด้วยกัน 2 คน คือ นางสาวปราง เวชชาชีวะ และนายปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายอภิสิทธิ์ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค ปชป.เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2562 หลังผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค. ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และลาออกจากการเป็น ส.ส. เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2562 หลังแพ้โหวตมติพรรค ปชป.ที่มีมติสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกฯ

จากนั้นโซเชียลมักเห็นภาพนายอภิสิทธิ์มีความสุขกับการเลี้ยงแมว จนมีเสียงแซวว่าเป็นทาสแมวไปแล้ว

สำหรับนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1

เกิดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2501 เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรไทยคนที่ 1 สมัยที่ 2 อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรไทยคนที่ 2 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ส.ส.ฉะเชิงเทรา 9 สมัย อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย และพรรคไทยรักไทย อีกทั้งยังเป็นอดีต ส.ส.ในกลุ่ม 16

นายสุชาติจบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านวิศวกรรมศาสตร์ จาก San Jose State University ประเทศสหรัฐอเมริกา และระดับปริญญาโท ด้านการบริหารธุรกิจ จาก Notre Dame de Namur University ประเทศสหรัฐอเมริกา

นายสุชาติเป็นบุตรชายของนายวิเชียรและนางสุภา ตันเจริญ เป็นน้องชายของนายพิเชษฐ์ ตันเจริญ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และมีศักดิ์เป็นอาของนายณัชพล ตันเจริญ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา ปัจจุบันมีบุตรชาย 2 คน คือ นายคชาภา ตันเจริญ (มดดำ) ดารานักแสดง ดีเจ และพิธีกรชื่อดัง และนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ (มดเล็ก)

นายสุชาติเคยสังกัดพรรคการเมืองหลายพรรค ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคสามัคคีธรรม พรรคไท พรรคชาติไทย พรรคไทยรักไทย เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในปี พ.ศ.2535 และ พ.ศ.2538 เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในปี พ.ศ.2548
นายสุชาติเคยลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคไท ในปี 2539 และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. เพียงคนเดียวของพรรค นอกจากนั้นยังเคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคการเมืองถึง 2 พรรค คือ พรรคชาติไทย และพรรคไทยรักไทย ซึ่งต่อมาในปี  2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ.2549 จึงได้นำสมาชิกในกลุ่มบ้านริมน้ำ ย้ายมาสังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน และในปี พ.ศ.2553 ได้ย้ายไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย

จากนั้นในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 นายสุชาติได้นำสมาชิกในกลุ่มบ้านริมน้ำของตนเองกว่า 40 คนมาสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

ภายหลังจากการเลือกตั้ง ปี 2562 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเลือกสุชาติให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 1 เป็นสมัยที่ 2 โดยเฉือนเอาชนะนางสาวเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ไปเพียง 2 เสียง ด้วยคะแนนเสียง 248-246 เสียง

ต้องลุ้นกันว่าใครจะได้ทำหน้าที่ประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ขอบคุณข้อมูล : สถาบันพระปกเกล้า, วิกิพีเดีย

บทความก่อนหน้านี้รมช.พาณิชย์ เยี่ยมเหยื่อกระทงลิขสิทธิ์ นครราชสีมา
บทความถัดไปเอฟไอวีบีลุยตรวจสนาม ‘บางกอก อารีน่า- สะพานหิน ภูเก็ต’ ใช้จัดตบเนชั่นส์ลีก ปีหน้า