‘ปิยบุตร’ อึ้ง เพิ่งเคยเจอ กกต.ออกเพรสแจกนักข่าว เพื่อจี้ผู้ถูกร้องให้ส่งเอกสาร

‘ปิยบุตร’ ย้ำ ‘อนค.’ ยังไม่ผิดปมเงินกู้ เอกสารที่ออก มาแค่ทวงเอกสารเท่านั้น งงไม่เคยเจอ กกต.ออกเพรสข่าว จี้ผู้ถูกร้องส่งเอกสารให้ นอนยัน กฎหมายไม่ปิดพรรคการเมืองกู้เงิน แจงยิบ เลือกวิธีนี้เพราะอยากทำพรรคการเมืองให้โปร่งใส แต่กลับโดนคดีเพียบ ย้อนพรรคเกิดใหม่ หาเงินกันยังไง เชื่อสังคมตัดสินได้ สื่อไหนเลือกข้าง

เมื่อเวลา 14.35 น. วันที่ 19 พฤศจิกายน ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทวงถามเอกสารกรณีการกู้เงินของพรรคอนาคตใหม่ว่า ยืนยันว่าตอนนี้พรรคอนาคตใหม่ยังไม่มีความผิด ตามมติ กกต. กรณีเงินกู้พรรค ซึ่งเอกสารที่ออกในช่วงเช้า ก็ไม่ได้มีส่วนไหนระบุว่าเรามีความผิด โดยเนื้อหาที่ออกมามีทั้งสิ้น 4 วรรค วรรคแรก เป็นการเท้าความข้อเท็จจริงว่ามีผู้ฟ้อง วรรคสองบอกว่า คณะอนุกรรมการดำเนินการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว วรรคสามบอกว่า กกต.มีมติให้พรรคอนาคตใหม่ส่งเอกสารเพิ่มเติม ขณะที่วรรคสี่บอกว่า เคยทวงถามไปแล้วแต่ทางพรรคยังไม่ได้ส่งเท่านั้น

นอกจากนี้ ตนขอตั้งข้อสังเกตในส่วนของการแถลงข่าวของ กกต.ครั้งนี้ เพราะปกติแล้ว เจ้าหน้าที่ กกต.จะประสานกับฝ่ายกฎหมายของพรรคมาโดยตลอดว่าจะให้ส่งเอกสารอะไรไป ซึ่งฝ่ายกฎหมายของพรรคก็ได้แจ้งด้วยวาจาไปแล้ว ว่าขอเลื่อนกำหนดการส่งเอกสารไปเล็กน้อยเพราะพรรคเราโดนคดีหลายเรื่องมาก ขณะที่สิ่งที่ กกต.ขอนั้น เยอะและละเอียดมาก เราเลยต้องขอเวลาอีกนิดนึง อย่างไรก็ตาม ตนไม่แน่ใจว่าที่ผ่านๆ มา เคยมีแบบนี้หรือไม่ ที่ กกต.ต้องมาทวงเอกสารจากผู้ถูกฟ้องผ่านสื่อ ที่เป็นเอกสารข่าวแจก

“ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด น่าจะเป็นครั้งแรกที่ กกต.ทวงเอกสารผู้ถูกร้องผ่านสื่อ โดยใช้เอกสารข่าว ผมไม่อยากจะคิดว่านี่เป็นปฏิกิริยาโต้กลับ ที่ทางคุณธนาธรไปฟ้อง กกต.ทั้ง 7 ท่านหรือไม่”

เมื่อถามถึงกรณีการกู้เงินของพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า กรณีดังกล่าวเราแถลงข่าวไปแล้ว ว่า พรรคการเมืองเป็นปัจเจกบุคคลมารวมตัวกัน ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่ยึดเสรีภาพเป็นหลัก ฉะนั้น เรื่องไหนทำไม่ได้ กฎหมายก็ไม่ให้ทำ อย่างเรื่องการรับเงินจากต่างชาติ และอีกสารพัดเรื่อง หากห้ามแล้วยังทำก็มีโทษตามมา แต่ตนอ่านทั้งฉบับไม่มีตรงไหนเลยที่บอกว่าห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน ดังนั้น เราต้องตีความว่าทำได้ ถ้าทำไม่ได้กฎหมายต้องห้าม พรรคการเมืองต้องรู้ตัวล่วงหน้าว่าทำอะไรได้หรือไม่ได้

“เรื่องนี้ยืนยัน จากที่ผมอ่านทุกมาตรา ไม่มีตรงไหนที่บอกว่าพรรคการเมืองกู้เงินไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากกรณีนี้ กกต.บอกว่าทำไม่ได้ บทลงโทษก็ไม่ได้นำไปสู่การยุบพรรค ผมเข้าใจดี พอจบจากคดีหัวหน้าพรรค ก็เข้าแถวเรื่องนี้ต่อ” นายปิยบุตรกล่าว และว่า เงินกู้ไม่ใช่รายได้ กฎหมายเขียนเฉพาะว่ารายได้ของพรรคการเมืองมาจากอะไรบ้างในแต่ละวงเล็บ แต่ไม่มีเงินกู้ ประการต่อมาคือ ไม่มีมาตราไหนเลย ที่ห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน หลักคือเวลากฎหมายจะจำกัดเสรีภาพของบุคคล ต้องบอกล่วงหน้า ต้องบอกให้ชัด ซึ่งเรื่องนี้ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ

“เราตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา และต้องการทำระบบบัญชีให้โปร่งใส และเห็นว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ของเรามาจากที่ใด หลายคนก็แซวว่าทำไมพรรคอนาคตใหม่ไร้เดียงสา ทำไมไม่ทำแบบที่ทำๆ กันมา แค่ยื่นๆ เงินกันมา แล้วไม่ต้องประกาศก็ได้ ผมก็บอกว่าหากจะทำแบบนี้ผมไม่ต้องตั้งพรรคอนาคตใหม่ ที่เราตั้งพรรคเพราะเราอยากทำให้โปร่งใส ที่หัวหน้าพรรคให้กู้เงิน เพราะจะแสดงเห็นว่าอย่างไรก็ต้องหาเงินไปคืน และทำให้เห็นว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ใช่พรรคของนายธนาธร ผมเข้าใจว่าสาธารณชนต้องเพ่งเล็งว่า หัวหน้าพรรคมีสถานะทางเศรษฐกิจที่ดีมาก มันจะเข้าอีหรอบเดิมที่คนออกเงินเป็นเจ้าของพรรคหรือไม่ เราก็เลยใช้วิธีการกู้เงินแทน ผมเองสงสัยเหมือนกันว่าประเทศนี้ พรรคการเมืองที่พยายามพิสูจน์ตัวเองว่าโปร่งใส สุดท้ายกลายเป็นพรรคแบบนี้โดนคดี คำร้องไม่จบไม่สิ้น” นายปิยบุตรกล่าว และว่า ตนทราบดีว่าการเมืองไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้นเป็นอย่างไร แต่เราจงใจไม่ทำแบบที่ทำกันมา หากจะทำแบบนั้นก็ไม่ต้องตั้งพรรค ซึ่งตอนนี้ก็เรียนรู้แล้วว่าการทำแบบนี้นำมาซึ่งการเรียกร้องคดีต่างๆ

บางคนคิดว่ามาอยู่ที่อาคารไทยซัมมิทแล้วไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ตนต้องเรียนว่า พรรคเราจ่ายหมด ในห้องประชุมก็ต้องจ่าย แม้แต่ที่จอดรถ เช่นเดียวกับการตั้งสำนักงานในทุกจังหวัด ทั้งพนักงานและกิจกรรมต่างๆ ซึ่งตอนเราเพิ่งตั้งพรรค คสช.ออกกฎห้ามจัดกิจกรรมระดมทุน หรือรับบริจาค พรรคที่เกิดใหม่ทั้งหมด หากมาถามพรรคอนาคตใหม่ ตนก็อยากถามกลับไปว่า แล้วตอนนั้นพวกคุณตั้งพรรคกันยังไง หาเงินมาจากไหน ช่วยบอกตนบ้าง จะได้ไปทำตาม ตนก็จนปัญญา สุดท้ายวิธีที่โปร่งใสที่สุดคือทำสัญญากู้ ซึ่งกฎหมายพรรคการเมืองไม่ได้ห้าม

ถามต่อว่า มีรายงานข่าวจาก กกต.บอกว่า หากศาล รธน.วินิจฉัยว่านายธนาธรขาดสมาชิกภาพ จะมีการเดินเรื่องต่อจาก กกต. โดยไปยื่นกับศาลอาญา เพื่อเอาผิดกับนายธนาธรที่รู้ตัวอยู่แล้วว่าตนเองขาดสมาชิกภาพ แต่ก็ยังลงสมัครว่า ตนมั่นใจว่าประเทศนี้จะใช้กระบวนการทางกฎหมายอย่างยุติธรรม และไม่ใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งกัน ซึ่งถึงเวลาแล้วที่วิธีคิดที่ว่า เอากฎหมายและองค์กรอิสระทั้งระบบ มาจัดการคนบางคน เป็นการลงทุนถึงขนาดเผาบ้านทั้งหลังเพื่อจัดการคนคนเดียว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตอกย้ำข่าวทุ่มซื้อ! พ่อ ‘ฮาแลนด์’ โผล่สนามซ้อม ‘แมนฯยู’ ลือผีทุ่มเฉียด 100 ลป. ปีใหม่
บทความถัดไปรอง ผบ.ตร.เรียกตัวแทนลิขสิทธิ์ยกเครื่องจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาใหม่