ครม.เห็นชอบหลักการ กม.สอบสวนผู้ดำรงตำแหน่งท้องถิ่น กทม.-พัทยา-อบต.อบจ.

ครม.เห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงผู้ดำรงตำแหน่งท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ “กทม.-พัทยา”- ท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป “อบต.-อบจ.”

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการสอบสวนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ พ.ศ. …. และร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการสอบสวนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป พ.ศ. …. รวม 2 ฉบับ ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้ โดยร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการสอบสวนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ พ.ศ. …. กำหนดให้ใช้บังคับกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ได้แก่ กรุงเทพฯและเมืองพัทยา

นางนฤมลกล่าวต่อว่า กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการดำเนินการสอบสวน กรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสมาชิกภาพของสมาชิกสภากรุงเทพฯ และความเป็นผู้ว่าฯ กทม.สิ้นสุดลง รวมถึงสมาชิกภาพของสมาชิกสภาเมืองพัทยา และความเป็นนายกเมืองพัทยา เลขานุการนายกเมืองพัทยา ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา ประธานที่ปรึกษานายกเมืองพัทยา และที่ปรึกษานายกเมืองพัทยาสิ้นสุดลง นอกจากนี้ กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนด้วย กรณีจงใจทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ อันจะเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่

นางนฤมลกล่าวอีกว่า ส่วนร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการสอบสวนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป พ.ศ. …. นั้น กำหนดให้ใช้บังคับกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล กรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสิ้นสุดลง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล และเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสิ้นสุดลง รวมถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน กรณีจงใจทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่อันจะเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ด้วย

บทความก่อนหน้านี้“รัฐบาล” ทูลเกล้าฯร่างพ.ร.ฎ.เลือกตั้งซ่อมขอนแก่นแล้ว
บทความถัดไป‘สเปอร์ส’ จ่อฟันธงอนาคต ‘โปเช็ตติโน่’ สัปดาห์นี้ – เปิดโผเต็งโค้ชเสียบเก้าอี้