“ไพบูลย์” รับ พปชร. เสนอชื่อนั่ง กมธ. ป.ป.ช. ลั่น ตัวเองมีประโยชน์ต่อ กมธ.

“ไพบูลย์” รับ พปชร. เสนอชื่อนั่ง กมธ. ป.ป.ช. แทน “ดล เหตระกูล” ที่ลาออก ลั่น ตัวเองมีประโยชน์ต่อ กมธ. เชื่อ เข้าไปแก้ความขัดแย้งเรื่องกม.ต่างๆได้

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการไปเป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฏร แทนนายดล เหตระกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา ว่า ได้รับการแจ้งจากวิปของพรรคว่าจะส่งตนไปทำหน้าที่กมธ.แทนนายดล ทั้งนี้ไม่ใช่การเข้าไปเพิ่มความขัดแย้งตามที่มีข้อสังเกตกัน แต่พรรคเห็นว่าตนเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนแล้ว ซึ่งน่าจะมีประโยชน์เข้าไปช่วยเหลืองานกมธ.ให้เป็นไปตามกฏหมายเพื่อประโยชน์ประชาชน อีกทั้งสัดส่วนของพรรคยังมีกมธ.น้อยแค่ 3 คน เราก็ปรับให้เป็น 4 คนตามกมธ.ชุดอื่นๆ ตนคิดว่าจะมีประโยชน์ทั้งต่อคณะกมธ.และตัวประธานเองในการเสนอข้อคิดเห็นต่างๆทางกฏหมายโดยเฉพาะพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

เมื่อถามว่าจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบรรยากาศในชั้นคณะกมธ.ได้หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ความขัดแย้งกันในเรื่องข้อกฏหมายจะชัดเจนขึ้นตามกฏหมาย และจะทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย คงให้ข้อมูลแก่เพื่อนกมธ.ที่มาจากพรรคการเมืองต่างๆได้ ส่วนกรณีที่เสนอปลดพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช ออกจากการเป็นประธานกมธ.ฯนั้น ยังไม่ทราบเรื่อง แต่ทุกอย่างต้องพิจารณาตามหลักเหตุและผล รวมถึงตามกฏหมายและความถูกต้อง ซึ่งทุกอย่างต้องพูดคุยกันในที่ประชุม อย่างไรก็ตามทั้งนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. และน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ก็ทำเต็มที่ตามเอกสิทธิ์และเป็นไปตามแนวทางที่จำเป็นจะต้องทำ ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเกี่ยวกับข้อกฏหมายก็ควรจะเข้าไปคุยกันในที่ประชุม สำหรับการทำงานหน้าที่ของประธานกมธ.ก็มีกรอบอยู่คงจะทำเกินเลยจากกรอบที่กำหนดไว้ไม่ได้ ซึ่งหากตนได้เข้าไปเป็นกมธ. ถ้าเห็นว่าประธานทำอะไรเกินอำนาจหน้าที่ก็จะเข้าไปพูดคุย แต่ที่ไม่เห็นด้วยเลย คือการนำที่ปรึกษาประธานกมธ.มาร่วมประชุมในคณะกมธ.ด้วย เพราะความจริงต้องแยกประชุมไม่ใช่เอามานั่งหัวโต๊ะ เรื่องนี้เป็นทั้งข้อบังคับ ระเบียบ วิธีการปฏิบัติ และมารยาทในการประชุม

เมื่อถามถึงการส่งเข้าไปนั่งเป็นกมธ.ชุดนี้ เป็นยุทธศาสตร์ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องสัดส่วนของพรรคที่มีน้อยผิดปกติ ซึ่งควรมี 4-5 คน ในแต่ละกมธ. อีกทั้งตนมีความเหมาะสมด้วย เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับข้อกฏหมายในกมธ.อยู่มากและเคยทำงานด้านนี้มา ซึ่งเข้าใจว่าเป็นแนวทางของพรรคมากกว่า ส่วนพล.อ.ประวิตรแค่ให้นโยบายเท่านั้น

เมื่อถามต่อว่าการกระทำนี้เป็นการเบียดโควต้าของพรรคอื่นหรือไม่ นายไพบูลย์ ชี้แจงว่า ต้องดูเหตุที่เกิดขึ้นก่อน เรื่องนี้เกิดจากการที่นายดลลาออกซึ่งเขาอาจจะไม่ถนัดในการทำหน้าที่ตรงนี้ เมื่อตำแหน่งว่างประกอบกับพรรคพลังประชารัฐก็มีโควต้าว่างอยู่ จึงส่งตนเข้าไปแค่นั้น ไม่ได้เป็นการเบียดโควต้าของพรรคการเมืองใด แต่เพื่อความเหมาะสมมากกว่า นายดลอาจจะเข้าไปเป็นกมธ.ในชุดที่ถนัดและชอบ

เมื่อถามอีกว่าในประเด็นที่กมธ.ยังมีเจตนาเรียกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และพล.อ.ประวิตร มาชี้แจงด้วยตัวเองแบบซ้ำหลายครั้ง มองอย่างไร นายไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องไม่สมควรและควรยุติได้แล้ว ทั้งนี้ แม้จะมีกมธ.ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐเพิ่มขึ้นเป็น 4 คนนั้น ไม่ใช่ประเด็นที่ท่านจะมาอย่างสบายใจ อีกทั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีประเพณีไหนที่นายกเข้ามาชี้แจงกมธ.ด้วยตนเอง มีเพียงส่งตัวแทนและหนังสือชี้แจงเท่านั้น

เมื่อถามต่อว่า หากนายกฯมาเองจะถือเป็นการสร้างแบบอย่างที่ดีของนักการเมืองหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า นายกไม่ควรมา ทั้งนี้ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ ได้เปิดโอกาสและให้เวลาในที่ประชุมสภา เพื่อตอบข้อซักถามและประเด็นต่างๆของสมาชิกมากพออยู่แล้ว ดังนั้น หากนายกมากมธ.ชุดนี้อาจจะมีอีกกว่า 30 คณะกมธ.เชิญมาชี้แจง ทำให้นายกไม่มีเวลาทำงานในภารกิจ ซึ่งหากฝ่ายค้านต้องการสอบถามในประเด็นใด ตนสนับสนุนให้ใช้ที่ประชุมสภาโดยเฉพาะการเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯภูเก็ตสั่งเข้มงวดการก่อสร้าง ตร.ถลางเตรียมตั้งข้อกล่าวหาเจ้าของ
บทความถัดไปSAMTEL โชว์รายได้รวมกว่า 7 พันล้าน ก่อนเข้าโค้งสุดท้าย Q4