‘สุวัจน์’ แนะ 2 ทางเลือกปรับครม. โยน’บิ๊กตู่’ เคาะ ย้ำถ้าไม่เพิ่มเสียง เวลาโหวตต้องเป๊ะ

‘สุวัจน์’ แนะ 2 ทางเลือกปรับครม. โยน’บิ๊กตู่’ เคาะ ย้ำถ้าไม่เพิ่มเสียง เวลาโหวตต้องเป๊ะ หนุนฟังทุกฝ่ายร่วมแก้รธน.

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ที่รัฐสภา เกียกกาย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา(ชพน.) กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 11 ธันวาคมว่า พรรคชพน.มีจุดยืนตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งแล้วว่า เมื่อใช้รัฐธรรมนูญไประยะเวลาหนึ่ง หากทุกฝ่ายเห็นตรงว่าประเด็นไหนควรแก้และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม พรรคก็ยินดีให้การสนับสนุน ดังนั้น ในญัตติดังกล่าวพรรคพร้อมให้การสนับสนุน โดยอยากเห็นความคิดเห็นร่วมกันของกมธ. ประเด็นไหนที่ดีก็ดำเนินการไปตามรัฐธรรมนูญ ประเด็นไหนที่คิดว่าเห็นตรงกันควรแก้ไขก็จะศึกษาไว้เป็นแนวทางว่าวิธีการและระยะเวลาแก้ไขจะเป็นอย่างไร เพราะเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญและเป็นนโยบายของรัฐบาลด้วย ประชาชนให้ความสนใจ ทุกพรรคก็มีแนวทางจะให้การสนับสนุนอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับมติของสภา
เมื่อถามถึงประเด็นในรัฐธรรมนูญที่ควรจะมีการแก้ไข นายสุวัจน์ กล่าวว่า ไม่อยากจะไปชี้นำ อยากให้กมธ.ไปพิจารณาตามความเหมาะสม และคิดว่าเมื่อมีการตั้งกมธ.แล้วก็อยากเห็นกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากที่สุด รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ เพราะผ่านการทำประชามติ ดังนั้น การเปิดรับฟังความคิดเห็นจะนำมาซึ่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์

เมื่อถามว่าพรรคชพน.ได้รับผลกระทบจากรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าหลายคนคงไม่คุ้นชินกับวิธีการใหม่ๆ โดยเฉพาะกติกาการเลือกตั้ง ไม่อยากบอกว่าได้รับผลกระทบอะไร นักกีฬาก็เล่นตามกติกา ไม่ได้มองว่าเรื่องนี้มีผลกระทบอะไรต่อพรรค ผลกระทบไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับผลกระทบต่อประเทศและส่วนรวม ถ้าดีก็ดี ถ้าไม่ดีก็มาแก้ไขกัน ส่วนเราแพ้ชนะเราไมได้มองว่า มีผลอะไรต่อเรา แต่ความสำคัญ คือ เมื่อมีการใช้กติกาแล้ว กติกาไหนที่เป็นประโยชน์ก็ใช้ต่อ อันไหนที่คิดว่าปรับปรุงได้แล้วดี ก็เป็นเรื่องที่ดีที่จะได้ข้อสรุป

เมื่อถามถึงแนวโน้มการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) นายสุวัจน์ กล่าวว่า เป็นดุลพินิจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ต้องยอมรับกันว่ารัฐบาลชุดนี้จัดตั้งขึ้นด้วยความลำบาก เพราะว่าเวลานั้นการเมืองค่อนข้างตึง มีการแบ่งค่ายชัดเจน ดังนั้นก่อให้เกิดความยากลำบากในการตั้งรัฐบาลให้เกิดเสถียรภาพ และเป็นที่มาของรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำ เกิดผลกระทบหลายอย่าง ทั้งๆที่รัฐบาลชุดนี้ เมื่อดูจากนโยบายต่างๆ เป็นนโยบายที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลก แต่การขับเคลื่อนให้ประสบความสำเร็จ เสถียรภาพรัฐบาลก็เป็นพื้นฐานสำคัญ หลายๆครั้งที่เกิดเหตุการณ์ในสภา เวลาเสียงครบหรือไม่ครบหรือรัฐบาลแพ้ในการลงมติ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่น การโหวตในสภาเป็นเรื่องมีความสำคัญ

นายสุวัจน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามคิดว่า รัฐบาลมี 2 ทางเลือก 1.ถ้าปัจจุบันมีเสียง 253-254 เสียงต้องมีการทำความเข้าใจกันเพื่อให้เกิดเอกภาพ และการมีความรู้สึกเป็นพรรครัฐบาลร่วมกัน ถ้าควบคุมตรงนี้ได้ก็ไม่มีปัญหา 2.หากโหวตมาแล้วเสียงไม่ครบเรื่อยๆ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องหาเสียงมาเพิ่มจะด้วยวิธีการอะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ การปรับครม.เป็นแนวทางหนึ่งที่จะเพิ่มเสียงให้รัฐบาลมีเสถียรภาพและเพิ่มความเชื่อมั่นในการทำงาน แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องของนายกฯ พรรคชพน.ไม่ได้มีอะไรที่บอกว่าควรทำหรือไม่ควรทำ แต่คิดว่าถ้ามีเสียงมาเพิ่มให้กับเสถียรภาพก็จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน

บทความก่อนหน้านี้ชาวปทุม เขต 5 เดือด ถือป้ายไล่ ส.ส.งูเห่า พรรคเพื่อไทย เรียกร้องลาออก-จัดเลือกตั้งใหม่(ชมคลิป)
บทความถัดไปผลออกแล้ว! พบสารในพืชกระท่อม คนขับ 10 ล้อ ถูก ตร.จับยาบ้า