‘ณัฐวุฒิ’ แนะรัฐดึงผู้ได้รับผลกระทบ ร่วมกำหนดมาตรการ เพื่อแก้ปัญหา-เยียวยาตรงจุด

“ณัฐวุฒิ” แนะรัฐ ดึงผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 เข้ามาร่วมกำหนดมาตรการ เพื่อจัดการได้ถูกต้อง เพิ่มแพคเกจดูแลครอบครัวบุคลากรแพทย์ สร้างขวัญกำลังใจให้นักรบแนวหน้า

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หมายความว่านายกฯ ต้องการอำนาจเบ็ดเสร็จในการจัดการสถานการณ์โควิด -19 เท่ากับรัฐบาลยอมรับว่า ภายใต้กลไกเครื่องมือหรือกฎหมายที่มีอยู่ไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้ วันนี้ปัญหาใหญ่ของประชาชนมีเรื่องเดียว คือรัฐบาลต้องแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ให้ได้โดยเร็วที่สุด จะใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็ใช้ เพราะที่ผ่านมามีแต่พ.ร.ก.ฉุกละหุก ล้มลุกคลุกคลาน มั่วกันไปมั่วกันมาเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ แม้หลายมาตรการจะเห็นชัดว่ารัฐบาลตัดสินใจช้ากว่าข้อเท็จจริง แต่เราก็ยังเอาใจช่วยรัฐบาล ตราบใดที่ท่านยังอยู่ในอำนาจหน้าที่ ท่านต้องรับผิดชอบต่อสิ่งนี้ และต้องแก้ปัญหาอย่างถึงที่สุด ส่วนการติดตามสอดส่องประชาชนผู้แสดงความเห็น นายกฯ อย่าพูดเลยดีที่สุด ประชาชนที่เขาสื่อสารกันออกมาเพราะห่วงใย มีความกังวลต่อเหตุการณ์ ไม่ใช่หาเรื่องเตะตัดขารัฐบาล ถ้าแก้ปัญหาถูกทิศถูกทาง ปรากฏผลเป็นรูปธรรม ข้อวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้ก็จะค่อยๆ เบาแรงลงไปเอง แต่อย่าคิดว่าที่เขาวิจารณ์คือฝ่ายตรงข้ามแล้วไปใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จัดการ ถ้าเป็นแบบนั้นสถานการณ์จะยิ่งลุกลามบานปลาย

นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการทางเศรษฐกิจที่ออกมา ถือว่าเป็นการปฐมพยาบาล เรากำลังรอผลปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม หลังจากนี้การเข้าถึงมาตรการของรัฐบาลของคนทุกกลุ่มที่เป็นเป้าหมายจะชัดเจนทันสถานการณ์หรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องตามดู แต่อยากให้เห็นภาพว่า การแก้ไขผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นหนังเรื่องยาวกว่าโควิด-19 แม้เชื้อร้ายโควิด-19 จะถูกควบคุมกำจัดไปได้แล้ว แต่ผลเสียหายทางเศรษฐกิจยังเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขกันต่อเนื่อง ดังนั้น ขอเรียกร้องให้นายกฯ เปิดพื้นที่ให้กับผู้ได้รับผลกระทบตัวจริง ทั้งผู้ประกอบการ ลูกจ้างในประกันสังคม ลูกจ้างนอกประกันสังคม เข้ามามีส่วนร่วมในการสะท้อนผลการปฏิบัติ ในการบอกเล่าสภาพปัญหา และการนำเสนอมาตรการแก้ไขเยียวยาในระดับต่อๆ ไป เชื่อว่ายังมีรายละเอียด มีข้อเท็จจริงอีกมากที่จำเป็นจะต้องได้รับฟังจากคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง การกำหนดมาตรการจึงจะถูกต้องและตรงกับเป้าหมาย ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งถือเป็นนักรบแนวหน้า ควรมีมาตรการพิเศษในการดูแลลูกเมียครอบครัวของบุคลากรทางการแพทย์ ขวัญกำลังใจเป็นเรื่องสำคัญ อย่าลืมว่า ลูกเมีย ครอบครัว และคนที่อยู่ข้างหลัง จะเป็นขวัญกำลังใจอย่างยิ่งสำหรับนักรบเสื้อกาวน์ ให้เดินหน้าต่อไป

นายณัฐวุฒิกล่าวด้วยว่า ขณะที่ขบวนการสหกรณ์ที่นำข้าวปลาอาหารออกวางจำหน่ายนั้นถูกต้องแล้ว แต่พัฒนาต่อยอดเป็นสินค้าสหกรณ์ดิลิเวอรี จัดส่งสินค้าทุกที่ในชุมชน ในท้องถิ่น นอกจากเป็นการเติมเต็มชีวิตทุกคนที่ต้องการให้อยู่กับบ้านแล้ว ยังเป็นช่องทางในการขยายโอกาสและพัฒนากิจการของขบวนการสหกรณ์ด้วย จบโควิด-19 แล้ว อาจจะเห็นดิลิเวอรีสหกรณ์ขึ้นทั่วประเทศไทย เป็นดิลิเวอรีชุมชนก็เป็นไปได้ ส่วนเรื่องงบประมาณต้องล้มแผนเดิมทั้งหมด แล้วเอางบทุกหน่วยงานเข้ามาบูรณาการเผชิญสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะ เอามาวางบนโต๊ะให้เห็นกันชัดๆ ว่างบประมาณเรามีอยู่เท่าไหร่ งบกลางที่นายกฯ บอกว่าใช้ไปเยอะแล้ว ตกลงใช้ไปยังไง เหลืออยู่ขนาดไหน อาวุธยุทโธปกรณ์ยังไม่ต้องรีบไปซื้อ ตราบใดที่ยังหาหน้ากากอนามัยให้ประชาชนครบถ้วนไม่ได้ ปืนผาหน้าไม้ก็ไม่มีความหมาย จะกู้เงินมาเพิ่มก็ไม่ว่า แต่อยากรู้ว่าในกระเป๋ามีอะไรอยู่เท่าไหร่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่คนในรัฐบาลนี้เคยใช้อาจจะเพื่อเอาชนะฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง แต่วันนี้ท่านใช้เพื่อเอาชนะภัยต่อมนุษยชาติ ทุกอย่างต้องชัดเจน โปร่งใส ตรงไปตรงมา จึงจะสร้างความเชื่อมั่นได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ซีพี เฟรชมาร์ท’ Big Cleaning Day ทุกสาขาทั่วไทย เพิ่มความมั่นใจลูกค้า สะอาด ปลอดภัย รวมใจต้านวิกฤตโควิด-19
บทความถัดไปนายแพทย์เรวัต ส่งกำลังใจให้น้องๆแพทย์ จงภูมิใจที่ได้ช่วยชีวิตคนแม้เจอคำตำหนิ