‘หมอเลี้ยบ’ ชี้ไร้สูตรสำเร็จแก้ 150 วันข้างหน้า แนะผู้รับผิดชอบลงจากหอคอยงาช้าง ก้าวข้ามความกลัว

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ Voice Space ถนนวิภาวดีรังสิต กลุ่มแคร์ (CARE) จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมเสวนาหัวข้อ “150 วันอันตราย ทางเลือก หรือทางรอด” โดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชาชน สมาชิกเริ่มต้นกลุ่มแคร์ กล่าวว่า วันนี้เราอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นใน 150 วันข้างหน้าซึ่งจะชี้ชะตาประเทศ ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่เกิดวิกฤตทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สุขภาพ สังคมเข้ามาโดยมิได้นัดหมาย เราเคยมีปัญหาทางการเมืองที่แตกแยกมา 10 กว่าปี ปัญหาเศรษฐกิจเหลื่อมล้ำราว 5-6 ปี แต่เรื่องสุขภาพที่เป็นวิกฤตเท่าโควิดเราไม่เคยเจอมาก่อนช่วงประมาณ 100 ปี หลายสิ่งที่เกิดขึ้นอาจงุนงง แต่อยากเรียนว่าปัญหาเรื่องสุขภาพเมื่อ 102 ปีก่อน ไทยมีประชากรราว 8.4 ล้านคน เราเป็นไข้หวัดสเปน มีคนป่วย 2.3 ล้านคน มีคนเสียชีวิตกว่า 8 หมื่นคน ตอนนั้นเราอาจมีปัญหาเรื่องการใช้ชีวิต ความยากลำบาก แต่เรื่องเศรษฐกิจในขณะนั้น เรื่องการส่งออก ท่องเที่ยว ยังไม่ใช่ปัจจัยหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย แต่วันนี้โควิดทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจตามมาด้วย ซึ่งไทยไม่ได้เป็นปัญหาอยู่ประเทศเดียว เชื่อว่าประเทศส่วนใหญ่ในขณะนี้อยู่ในเขาวงกต

นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า เรารู้จักโควิด-19 มาประมาณ 8 เดือน ที่ผ่านมาเรียนรู้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่มีใครรู้จริงเรื่องโควิด ไม่มีใครเชื่อมั่นว่าที่พูดกันมาเป็นสัจธรรม ดังนั้น อยากทบทวนสิ่งที่เจอกันมาตลอด 8 เดือน

1.ไม่มีใครรู้ว่าอัตราการตายของโควิดเป็นเท่าไหร่ ทั้งโลกอยู่ที่ 9 เปอร์เซ็นต์ แต่บางประเทศในยุโรป เช่น อังกฤษ อิตาลี มีอัตราการตายถึง 14 เปอร์เซ็นต์ แต่ไทยอยู่ 1.8 เปอร์เซ็นต์

2.เรื่องการแพร่กระจายโควิด เหตุใดบางประเทศแพร่น้อย เพราะปัญหาเรื่องอุณหภูมิ ความร้อน ความชื้นสูง รังสียูวี เรื่องกรุ๊ปเลือดหรือไม่ ไม่มีใครรู้จริง แต่สิ่งที่เรารู้แน่ๆ คือหากป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าสู่ตา จมูก ปาก โดยการใส่หน้ากากอนามัยหรือเฟซชิลด์อยู่เสมอ ก็เป็นหลักประกันที่เชื่อมั่นได้ว่าเป็นไปได้

Advertisement

3.วันนี้ไม่มีใครรู้ว่ายารักษาแบบไหนได้ผล เรากำลังงุนงงว่าโควิด-19 เป็นไวรัสทำลายปอด หรือมีผลต่อเซลล์ในเส้นเลือด ดังนั้น หากสามารถพบตัวยาที่ทำให้อัตราการตายน้อยมาก ความกลัวโควิด-19 ก็หมดไป เหมือนกับครั้งหนึ่งที่เคยเป็นกับไข้หวัดนก

นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า มีการพูดกันมากมายเรื่องการระบาดรอบ 2 แต่อยากบอกว่าวันนี้ยังไม่มีประเทศไหนมีการระบาดรอบ 2 อย่างจริงจัง หากนิยามการระบาดรอบแรกคือมีการระบาดที่เกิดขึ้นอยางฉับพลัน จนสามารถควบคุมได้ และกลับสู่ความสงบ สงบไปแล้วอีก 3-4 เดือนอาจเกิดขึ้นใหม่ นี่เป็นนิยามที่ใช้กับไข้หวัดสเปนใน 102 ปีที่ผ่านมา โดย 102 ปีที่ผ่านมาไม่มีไวรัสตัวไหนที่มีการระบาดรอบ 2 แล้วรุนแรงมากกว่ารอบแรก นอกจากไข้หวัดสเปน ทั้งนี้ ปัจจัยต่างๆ ที่นำไปสู่การระบาดรอบ 2 อาจไม่เกิดขึ้นเลย หากเราเคยเรียนรู้ว่าควบคุมโควิด-19 ได้อย่างไร สามารสร้างเครือข่าย อสม. สร้างให้โรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยที่กิดขึ้นได้

“เคยมีการคำนวณว่าผู้ป่วยโควิด-19 มี 5 เปอร์เซ็นต์ที่อยู่ไอซียู ถ้าอยู่ไอซียูและอีก 6 สัปดาห์ไม่เสียชีวิต สามารถหายออกจาก รพ.ได้ ถ้าคำนวณด้วยหลักการนี้ เรามีไอซียู 100 เตียง ก็พร้อมรองรับผู้ป่วยใหม่ได้ 50 คนต่อวัน หากมีการระบาดของผู้ป่วยใหม่ 100 คนก็อยู่ในขีดความสามารถที่รองรับได้ ถามว่าวันนี้เรากลัวอะไร?

 “ประเทศไทยมีผู้ป่วยโควิด-19 ราว 3,100 คน เสียชีวิต 58 คน รักษาใน รพ. 81 คน อาการรุนแรง 1 คน นี่คืออาการของโควิดที่หากบอกว่าใช้เงินรักษา 1 ล้านบาท 3 พันคนคือราว 3 พันล้านบาท แต่สิ่งที่แลกมาคือเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว ซึ่งเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เราเสียรายได้ทุกๆ ดือนราว 2.6 แสนล้านบาท ดังนั้น 150 วันข้างหน้า สิ่งที่เราเห็นคือเศรษฐกิจตกต่ำ โรงแรมปิด คนตกงาน ธนาคารอาจไม่มีคนมาจ่ายเงินกู้ให้อีก คำถามคือเราควรทำอย่างไร เพราะปัญหาคือเรากลัว ทุกคนกลัว กลัวโรคหนึ่งซึ่งวันนี้เราติดเชื้อราว 3,100 คน เสียชีวิต 58 คน มีคนที่มีอาการรุนแรง 1 คน ความกลัวเหล่านี้แพร่กระจายไปทั้งโลก


“ตอนนี้โปรตุเกสมีผู้ป่วยใหม่เป็น 100 คน แต่เขาเปิดรับนักท่องเที่ยวโดยไม่มีเงื่อนไขในการกักตัว 14 วัน เปิดมาแล้ว 17 วัน และไม่มีผู้ป่วยเลย ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ต้องทบทวนว่าสุดท้ายแล้วเราทำอะไรอยู่ ซึ่งมีอยู่ 3 กับดักคือ เรามี กับดักความกลัว กับดักความเชื่อผิดๆ และกับดักความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยนำมากำหนดให้ทุกคนเชื่อตามนั้น” นพ.สุรพงษ์กล่าว

นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า ในแง่ทฤษฎีทางจิตวิทยา Dunning-Kruger effect บอกว่าคนที่ไม่รู้มักเชื่อมั่นในตัวเองมาก ทำในสิ่งที่เชื่อ สุดท้ายเมื่อความเชื่อสูงมาก รู้น้อย อยู่บนยอดเขาแห่งความโง่ เมื่อไหร่ที่ตกลงเพราะเจ็บจากความผิดพลาดก็มีผลสะเทือน กลับมาสู่หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง ก่อนจะค่อยๆ สรุปได้ว่าเราไม่รู้อะไรอีกมาก ค่อยๆ หาความรู้ ไปสู่ที่ราบสูงแห่งความยั่งยืน ดังนั้น วันนี้เราต้องเลิกกลัว เลิกเชื่อความเชื่อผิดๆ หาทางออกใหม่ๆ ที่ตอนนี้ไม่มีสูตรสำเร็จว่าจะแก้อะไรใน 150 วันข้างหน้า ดังนั้น ต้องทำให้เกิดความเชื่อมั่น ท้าทายความคิดใหม่ๆ ตลอดเวลา ยุคนี้อาจต้องว่องไว ปราดเปรียวในการหาทางออก ต้องมีความยืดหยุ่นพร้อมรับเงื่อนไขใหม่ๆ

“คนที่เป็นนักบริหาร นักวิชาการ หลายท่านอาจไม่ตกลงมาสู่หุบเหวอย่างสิ้นหวัง ขณะที่ประชาชนสิ้นหวัง เศร้า ดังนั้น จึงเรียกร้องผู้รับผิดชอบให้ออกจากหอคอยงาช้าง เพื่อลงมาพบความเป็นจริงของเพื่อนร่วมชาติว่าเจอเผชิญอะไรบ้าง อาจต้องทำการวิจัยเรื่องการกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยเกิดขึ้นอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันอาจนั่งคิดว่าจะระดมความเห็นได้มากที่สุดอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกว่าตัวเองคิดไปเอง เพราะคนที่มีความรู้ ความสามารถอื่นๆ ในสังคมพร้อมช่วยกันอย่างเต็มที่ ดังนั้น วันนี้ต้องก้าวข้ามความกลัวไปสู่ความหวัง ทำให้เกิดความเชื่อมั่นที่แท้จริง แล้วจะมีปัญญาเกิดขึ้นได้” นพ.สุรพงษ์กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image