“เก่ง” ถามรัฐบาล ตั้งการ์ดเข้มคนไทย ทำไมปล่อยทหารต่างชาติแพร่เชื้อ

“เก่ง” ถามรัฐบาล ตั้งการ์ดเข้มคนไทย ทำไมปล่อยทหารต่างชาติแพร่เชื้อ “โรม” อัด รัฐการ์ดตกเอง จะให้ตามเช็ดตามล้างไปถึงไหน

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความแสดงความเห็น กรณี ศบค.เปิดเผยว่า มีการตรวจสอบพบ ผู้ติดเชื้อชาวอิยิปต์ ซึ่งโดยสารเข้าประเทศด้วยข้อยกเว้นทางการทูตผ่านเครื่องบินทหาร ล่าสุดได้รับการตรวจสอบว่าติดเชื้อโควิด 19 ปัจจุบันได้กลับประเทศไปแล้วนั้น

นายการุณ แสดงความเห็น ระบุว่า “ลุงข้างบ้าน ปล่อยทหารต่างชาติ ลุยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ไปเที่ยวสารพัดที่ สุดท้ายพบติดเชื้อโควิด เกิดเหตุที่ระยองและกรุงเทพฯ งานเข้าโควิดรอระบาดรอบ2 ลุงได้แต่กรอกตาไปมา ท่องคำว่าการ์ดอย่าตก# งามหน้าครับรัฐปล่อยต่างชาติแพร่เชื้อ ตั้งการ์ดเข้มคนไทย แต่ไหงปล่อยทหารต่างชาติแพร่เชื้อ”

ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ระบุว่า “สั่งประชาชนว่าการ์ดอย่าตกให้ประชาชนต้องเสียสละมากมาย หลายคนเสียรายได้ สูญโอกาสทำมากิน กดดันจนฆ่าตัวตายเด็กหลายคนเสียสุขภาพจิต ไม่ได้ไปเรียนหนังสืออยู่นาน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกฝ่ายลงแรงไปอีกมากมาวันนี้ทหาร ‘การ์ดตก’ รอบสองจะให้ประชาชนตามเช็ดตามล้างไปถึงไหนอีกครับ”

สำหรับเรื่องนี้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ​ หรือ ศบค. แถลงวันนี้ (13 ก.ค.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการแถลงข่าวสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประจำวัน โดยระบุถึงกรณี ผู้ติดเชื้อรายที่ 3 ชาวอียิปต์ ซึ่งเป็นทหาร เดินทางเข้ามายังประเทศไทยในวันที่ 8 ก.ค. และเข้าพักที่โรงแรมที่เป็น State Quarantine ใน จ.ระยอง   ในวันรุ่งขึ้น 9 ก.ค. ได้เดินทางออกจากโรงแรม ไปทำภารกิจทางทหารที่ประเทศจีน และกลับมาประเทศไทยในวันเดียวกัน และเข้าพักที่โรงแรมแห่งเดิม ใน จ.ระยอง

ผลตรวจวันที่ 10 ได้ตรวจพบเชื้อ ส่วนอีก 30 รายที่มาด้วยกันซึ่งเป็นลูกเรือทั้งหมด ไม่พบเชื้อ เจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ 11 ก.ค. ซึ่งเป็นวันที่เจ้าตัวเดินทางกลับออกจากประเทศไทย และผลตรวจออกในวันที่ 12 ก.ค. คือ พบว่า ติดเชื้อโควิด-19

แม้ว่าทหารท่านนี้จะเดินทางเข้ามาในลักษณะของ “ลูกเรือ” ซึ่งแนวปฏิบัติตามข้อกำหนด มาตรา 9 ให้คน “11 กลุ่ม” ที่ยกเว้นให้เดินทางเข้าประเทศไทยได้ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ ผู้ควบคุมยานพาหนะ หรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะ ที่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามาในประเทศ เพื่อทำภารกิจ และมีแผนการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่ชัดเจน   กลุ่มเหล่านี้ มีโรงแรมที่พักให้ ซึ่งปกติ จัดให้ใกล้กับสุวรรณภูมิ แต่ทหารและลูกเรือชุดนี้เดินทางเข้ามานั้น ได้เดินทางบินมาลงที่อู่ตะเภา โดยมีไทม์ไลน์ดังนี้

– วันที่ 6 ก.ค. เดินทางจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ไปยังยูเออี
– วันที่ 7 ก.ค. เดินทางจาก ยูเออี ไปปากีสถาน
– วันที่ 8 ก.ค. เดินทางเข้ามายังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ใน จ.ระยอง
– วันที่ 9 ก.ค. ออกจากโรงแรมไปท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เพื่อทำภารกิจทางทหารที่เฉิงตู ประเทศจีน และกลับมาในวันเดียวกัน และเข้าพักที่โรงแรมเดิม
– วันที่ 10 ก.ค. เจ้าหน้าที่เข้าไปทำการตรวจคัดกรองทั้งคณะ จำนวน 31 ราย
– วันที่ 11 ก.ค. เดินทางกลับช่วงสาย โดยผลการตรวจที่ออกมาในวันนั้น ยังกำกวม ไม่แน่ชัด จึงส่งตรวจซ้ำอีกครั้ง ผลออกวันที่ 12

นพ.ทวีศิลป์ เปิดเผยต่อว่า ในที่ประชุม ศบค. ได้ถกกันอย่างมากในประเด็นนี้ เนื่องจากถึงแม้จะเป็นลูกเรือต่างชาติที่เข้ามาในประเทศตามข้อกำหนดที่เป็นลักษณะเฉพาะ ซึ่งตามปกติสถานที่ที่จัดไว้ให้พักจะเป็นที่สุวรรณภูมิ แต่สำหรับเคสนี้ บินมาลงที่อู่ตะเภา ทำให้มาตรการคุมเข้มเรื่องนี้มีข้อที่ต้องทบทวนและปฏิบัติกันใหม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘พาณิภัค’ ร่วมคอร์สโยคะกับ ‘ชัปปุยส์’ และแฟนสาว ช่วงหยุดแข่งเพราะโควิด
บทความถัดไปช่องส่องผีงานงอกอีก สมาคมสตรีเมืองโคราช แจ้งความเอาผิด พรบ.คอมพิวเตอร์