‘ธนาธร’ ชง 3 ข้อ วางกติกาใหม่ จัดอำนาจสมดุล เดินหน้าประเทศ

‘ธนาธร’ ชง 3 ข้อ วางกติกาใหม่ จัดอำนาจสมดุล เดินหน้าประเทศ

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ห้องวิวัฒนไชย อาคารไทยซัมมิทเวทีแสวงหาฉันทามติใหม่ให้กับประเทศไทย “New Consensus Thailand” จัดเสวนาใหนหัวข้อ “กกต.ไทย อย่างไรต่อดี?” โดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวว่า ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาเห็นข้อกังขาการดำเนินการของกกต. อยากยก 2 ตัวอย่าง คือ 1. การนับคะแนนใหม่ เขต 1 จ.นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ร้องกกต. โดยเกิดขึ้นประมาณ 1 เดือนให้หลังการเลือกตั้งทั่วไป ผลจากการนับใหม่นั้นคือ มีบัตรเสียเพิ่มขึ้น 164 ใบ บัตรดีลด 142 ใบ และบัตรประสงค์ไม่ลงคะแนนลดลง 4 ใบ จำนวนบัตรทั้งเขตเพิ่มขึ้น 25 ใบ เป็นไปได้อย่างไรที่บัตรลงคะแนนซึ่งตั้งไว้เฉยๆ 1 เดือน ที่ควรจะเท่ากันกับการนับคะแนนครั้งก่อน แต่ปรากฏว่าจำนวนบัตรเปลี่ยนไป แบบนี้ไม่มีใครต้องรับผิดชอบ และกกต.ไม่เคยตอบคำถามนี้ และ 2. คือ ภาพรวมการทำงานของ กกต. เช่น การประกาศผล ในยุคสมัยใหม่ไม่มีประเทศไหนใช้เวลาเป็นเดือนอีกแล้วในการนับคะแนนและประกาศผลอย่างเป็นทางการ การเลือกตั้งครั้งล่าสุดมีการประกาศถึง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกคือ 28 มีนาคม เป็นการประกาศคะแนน ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นวันที่ 7 พฤษภาคม เป็นการประกาศ ส.ส.แบบแบ่งเขต และครั้งที่ 3 เกิดขึ้น 8 พฤษภาคม ประกาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ใช้เวลาถึง 45 วัน ขณะที่มาตรฐานทั่วโลกนั้นอยู่ที่ 24 ชั่วโมง สำหรับประเทศสมัยใหม่ไม่มีที่ไหนใช้เวลาเป็นเดือนอีกแล้วในการประกาศผล

“หน้าที่ของ กกต.คือ การเป็น Gatekeeper หรือ ตัวกั้น โดยเป็นทั้งผู้บริหาร เป็นทั้งผู้ออกกฎการเลือกตั้ง และชี้ขาดในการเลือกตั้ง มีทั้ง 3 อำนาจในองค์กรเดี่ยว แต่การเลือกตั้งที่ผ่านมาเกิดข้อข้อกังขามากมาย จนมีประชาชนล่ารายชื่อถอดถอนเกือบ 1 ล้านคน เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” นายธนาธร กล่าว

Advertisement

นายธนาธร กล่าวอีกว่า ความวิปลาสที่พูดถึงหลายๆกรณีวันนี้ ทั้งหมดเป็นอาการ ไม่ใช่เป็นโรค และตัวต้นตอที่ให้เกิดอาการแบบนี้คือ ความพยายามสืบทอดอำนาจ ของคสช. ที่ว่า 20 ปี นั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น จึงเกิดรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ใช่ของประชาชน รัฐธรรนูญฉบับนี้เขียนขึ้นมาเพื่อให้สืบทอดอำนาจ อำนาจนิติบัญญัติก็ชัดเจนว่าส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งจะคอยปกป้องผลประโยชน์ให้ เพราะเขากลัวส.ส.จะผ่านกฎหมายที่ไปทำลายผลประโยชน์ จึงต้องมีส.ว.แต่งตั้งกลั่นกรองอีกที และ ส.ว.ชุดนี้ยังร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีได้ด้วย  รัฐธรรนูญ 2560 ที่วางไว้ ทำให้เสียงประชาชนไม่มีความหมาย รัฐบาลถูกคุมไว้ด้วยยุทธศาสตร์ชาติ ส.ส.ถูกคุมไว้ด้วยส.ว. เรื่องการตัดสินทางการเมืองอยู่ในมือขององค์กรอิสระ นี่คือใจกลางของปัญหา อำนาจในประเทศนี้เป็นของใคร ถ้าไม่หาคำตอบร่วมกันและเป็นคำตอบที่ทุกฝ่ายยอมรับเห็นตรงกัน มีการแบ่งอำนาจกันอย่างสมดุล ประเทศเดินหน้าต่อไปไม่ได้

นายธนาธร กล่าวว่า สิ่งสำคัญวันนี้ต้องการข้อตกลงร่วมกันจากทุกฝ่าย เพราะที่ประเทศไทยเดินมาถึงจุดนี้ เรามีส่วนร่วมทั้งนั้น และจะออกจากจุดนี้ได้ต้องนั่งคุยกัน ยอมรับว่าสังคมไทยมีปัญหาไปต่อไม่ได้ เราต้องการกฎระเบียบที่ทุกฝ่ายยอมรับด้วยกัน อยากเสนอกรอบคร่าวๆ คือ 1.สังคมที่เป็นประชาธิปไตย อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน 2.ประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ 3.มีระบบรัฐสภาที่แสดงออกซึ่งเจตจำนงประชาชนอย่างแท้จริง มีรัฐบาลมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ 4 มีนิติรัฐ นิติธรรม สิทธิประชาชนได้รับการประกัน และทุกคนเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมาย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image