ผู้จัดการ ‘ไอลอว์’ เชื่อ ตราบใดความโกรธยังอยู่ การชุมนุมน.ศ.ยังเดินต่อ ยัน แก้รธน.ไม่ง่าย

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เนตเพื่อกฎหมายประชาชน  หรือ ไอลอว์ ให้สัมภาษณ์ ‘มติชน’ ถึงปรากฏการณ์ชุมนุมนักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศไทย ว่า

ตนมองว่าตราบใดที่ความโกรธยังอยู่ การชุมนุมก็ยังเดินต่อไป แต่ตอนนี้ไอลอว์ ซึ่งเป็นผู้สังเกตการณ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจคงเห็นในสิ่งเดียวกันคือ การชุมนุมครั้งนี้เป็นอิสระ ไม่มีแกนกลาง ไม่มีระบบ คนจัดไม่ได้เชื่อมร้อยต่อกัน และไม่รู้ว่าจะเชื่อมร้อยต่อกันได้หรือเปล่า ซึ่งเป็นธรรมชาติของคนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจ เพียงแต่ยากที่จะประสานเป็นพลังเดียวกัน

“เมื่อเป็นกลุ่มอิสระแบบนี้ เป็นนักเรียนบ้าง นักศึกษาบ้าง ก็ไม่มีต้นทุนในแง่ความสามารถ เงินทอง พูดง่ายๆว่าจัดตั้งไม่ได้ ไม่สามารถจัดตั้งคนหลักพัน หลักหมื่นมาเดินบนถนนได้ง่ายๆ คงไม่เกิดภาพแบบชุมนุมเสื้อแดง เสื้อเหลืองภายในวันสองวันนี้ แต่ก็ต้องดูว่าแต่ละกลุ่มที่อิสระอยู่ตอนนี้มีเจตจำนงที่จะเคลื่อนไหวอะไรร่วมกันที่มีพลังมากขึ้นและมีความหมายมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งผมก็ไม่ทราบ” นายยิ่งชีพกล่าว

ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็น 1 ใน 3 ข้อเรียกร้องในการชุมนุมซึ่งล่าสุดมี กมธ. เสนอแก้ ม.256 เปิดทางตั้งสสร. 200 คนนั้น นายยิ่งชีพกล่าวว่า  ตนเข้าใจว่าในกมธ.เอง คงมีคนที่มีความคิดเห็นหลากหลาย มีคนที่มาจากพรรคพลังประชารัฐเพื่อทำให้รัฐธรรมนูญแก้ไม่ได้ด้วย การที่มีการแถลงแบบนี้แปลว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ในการพูดคุยด้วยเหตุและผล กมธ. คงไม่สามารถพูดเป็นอย่างอื่นไปได้ แต่อย่างไรก็ดี กมธ.ไม่ได้มีอำนาจในการแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนอุปสรรค ก็เป็นที่รู้กันว่าไม่ง่าย ในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีอุปสรรคใหญ่คือ ส.ว. ที่ต้องเห็นชอบด้วยอย่างน้อย 84 คน ซึ่งตอนนี้ไม่แน่ใจว่าจะเห็นชอบด้วยหรือไม่ ยังไม่มีใครพูดอะไร แต่ถ้าทุกฝ่ายเห็นด้วยกันแล้วแม้กระทั่งพรรคพลังประชารัฐ ถ้า ส.ว.ยังคัดค้าน ก็จะเป็นปมปัญหาสำคัญของความขัดแย้งทางการเมืองมากขึ้นไปอีกจากที่เป็นอยู่แล้ว

“อยากให้สังคมเข้าใจด้วยว่า กมธ. ไม่ได้มีอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ว่ากมธ.บอกว่าแก้แล้วจะได้แก้ กมธ.มีอำนาจแค่ผลิตข้อเสนอส่งไปยังสภาและคณะรัฐมนตรี ถ้าจะเกิดการแก้ ต้องมีคนเสนอร่างอีกหลากขั้นตอน และจะผ่านหรือไม่ก็ยังต้องผ่านอีกหลายขั้นตอน

สิ่งที่อยากให้พี่น้องประชาชนทราบคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมีการลงประชามติ การแก้ไขในประเด็นสำคัญไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าต้องทำอย่างไร ก็ต้องมีการลงประชามติ ซึ่งต้องรบกวนทุกคนไปออกเสียงกันอย่างน้อย 1 ครั้ง อย่างมากก็อาจจะหลายครั้ง เนื่องจากขณะนี้เห็นได้ชัดว่ารัฐธรรมนูญและกลไกการเข้าสู่อำนาจตามรัฐธรรมนูญ เป็นอุปสรรค ทำให้การเมืองมีความขัดแย้งมาถึงปัจจุบัน ต้องถามประชาชนว่าอยากอยู่อย่างนี้ต่อไปหรือจะพยายามเปิดช่องให้มันเดินต่อไปได้” นายยิ่งชีพกล่าว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เจนนี่โต้ไม่เคยโกง แต่เรื่องจ่ายค่าตัว 500 เคยทำ เฉพาะครั้งที่ได้น้อย ยันถ้าได้มากก็ให้มาก
บทความถัดไปร้องทุกข์รพ.ดังชัยนาทจำหน่ายศพเด็กผิด หลังทารกเสียชีวิตตอนคลอด