คณบดีนิติฯมธ. ชี้คดีบอสสัญญาณดี มีทางออก จ่อดึงข้อพิรุธมาตรวจสอบ

มุนินทร์ พงศาปาน
‘มุนินทร์’ เผยหลังประชุม กก.สางปมบอส ชี้สัญญาณดี คดีมีทางออก พร้อมดึงข้อพิรุธ-สังคมแคลงใจ มาตรวจสอบ

เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 5 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายมุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมถึงกรณีที่อัยการแถลงเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา จะมีผลใดต่อการหารือของที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่นี้หรือไม่ ว่า ไม่มีผลอะไร เราทำงานของเราไป ซึ่งข้อมูลที่อัยการแถลงข่าวมานั้นเรานำมาเป็นข้อมูลในการพิจารณาส่วนหนึ่งด้วยอยู่แล้ว บางประเด็นที่อัยการไม่พบสิ่งผิดปกติ ก็จะเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องช่วยในส่วนนั้นด้วย เพื่อช่วยอัยการหาว่าขบวนการทำงานไม่ว่าจะเป็นในส่วนของตำรวจหรืออัยการมีอะไรที่ผิดปกติหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการแถลงของอัยการ เหมือนโยนความบกพร่องให้ตำรวจว่าทำสำนวนมาไม่ดี ไม่รอบคอบ นายมุนินทร์กล่าวว่า เป็นปกติ เพราะสองหน่วยงานนี้ เป็นหน่วยงานหลักในการทำคดี ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ต้องเข้าไปตรวจสอบ การทำงานของทั้งตำรวจ และอัยการว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมมีการพูดคุยถึงประเด็นการทำงานของอัยการบ้างหรือไม่ นายมุนินทร์กล่าวว่า ไม่ได้คุยกันเยอะมาก คิดว่าเราก็รับฟังแค่ส่วนหนึ่ง เราไม่ได้เชื่อผลการสอบสวนของใคร เพราะเรามีหน้าที่ต้องสอบหาความจริง ในส่วนของเราเอง จึงต้องดูทุกสำนวน หลักฐานทั้งหมด และใช้ดุลพินิจของเราว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ขั้นตอน ตามกฎหมายต่างๆเกี่ยวข้องอย่างไร ชอบหรือไม่โปร่งใสหรือไม่ สุจริตหรือไม่

เมื่อถามว่า จะต้องเชิญใครมาชี้แจงบ้าง นายมุนินทร์กล่าวว่า โดยหลักก็ต้องเชิญทุกคน ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงความคิดเห็นส่วนตัวมองการแถลงข่าวของอัยการอย่างไรบ้าง นายมุนินทร์กล่าวว่า ส่วนตัวตนคิดว่า ข่าวดีของคดีนี้คืออย่างน้อยที่สุดก็มีทางออก ทั้งเรื่องพยานหลักฐานใหม่ และเรื่องการพบสารเสพติด ซึ่งอาจจะเป็นคดีแยกออกมาต่างหาก อีกอย่างหนึ่งคือสื่อ และนักกฎหมาย ได้สะท้อนเรื่องการทำงานของอัยการ ที่ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ในส่วนนี้อาจจะเป็นเพราะเวลาทำงาน มีเวลาทำงานน้อย คิดในแง่ดีคณะกรรมการชุดนี้ ว่าก็อาจจะช่วยอัยการในการเข้าไปดูว่ามีอะไรที่ผิดปกติหรือไม่ ซึ่งก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ว่าคนที่เกี่ยวข้องก็เป็นอัยการ เป็นอัยการสูงสุด และคนที่เข้าไปตรวจสอบก็เป็นอธิบดีอัยการ ซึ่งเป็นอัยการชั้นอาวุโส ที่น้อยลงมา แต่ตนเชื่อว่าท่านจะทำงานเป็นอิสระ แต่อย่างที่บอกคืออาจจะมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา และข้อมูล ดังนั้นคณะกรรมการชุดนี้อาจช่วยให้การทำงานได้อย่างรอบด้านมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสำนวนของตำรวจที่ส่งให้อัยการอ่อนไป อัยการมีอำนาจเรียกสอบเพิ่มได้หรือไม่ นายมุนินทร์กล่าวว่า ใช่ อัยการมีอำนาจในการ สอบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อถามย้ำว่า ในกรณีนี้ทำไมอัยการจึงไม่เรียกเพิ่ม นายมุนินทร์กล่าวว่า ก็ต้องว่าในส่วนนี้ทางคณะกรรมการก็ต้องดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งเรื่องอัยการ และสำนวนของตำรวจ ก็ต้องดูให้หมด ส่วนข้อพิรุธที่สังคมยังคลางแคลงใจเราจะต้องนำไปดูให้หมดและอธิบายให้สังคมได้รู้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘พินิจ’ มอบพันธุ์ไม้ให้เครือมติชน ปลูกคืนธรรมชาติ สร้างคุณค่าเศรษฐกิจ-ลดคาร์บอนฯ
บทความถัดไป‘กกร.’​จุกเศรษฐกิจไทยอ่อนแอมาก คาดจีดีพีปีนี้รูด -9%