เครือข่ายนักวิชาการฯ ขีดเส้นรบ. 7 วัน พร้อมยกระดับเคลื่อนไหว หากรัฐยังนิ่งเฉย

นักวิชาการ ขีดเส้นรบ. 7 วัน ถ้ายังไม่ทำตามข้อเรียกร้องจะยกระดับการเคลื่อนไหว ย้ำ รบ.ต้องรับฟังข้อเสนออย่างจริงจัง

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 20 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. ประสานงานเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ให้สัมภาษณ์ว่า ที่มายื่นแถลงวันนี้เป็นเพียงมาตรการเบื้องต้น เราไม่ใช่กลุ่มที่นิยมใช้ความรุนแรง คงไม่ไปปิดกั้นให้ดำเนินการอะไร แต่ใช้การเคลื่อนไหวโดยไม่กระทำอะไร เช่น การนัดหยุดสอน ซึ่งเครือข่ายนักวิชาการมีอยู่ทุกมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ถ้าเห็นว่าสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย นายกรัฐมนตรียังไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องแต่โดยดี เราจะประสานความร่วมมือในกลุ่มนักวิชาการ งดเว้นการเรียนการสอนหรือหยุดชั้นเรียน ขนาดนี้ยังไม่เริ่มแต่รอดูสถานการณ์ว่า รัฐบาลจะตอบสนองข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างไร และข้อเรียกร้องของนักวิชาการ ถ้าไม่น่าพึงพอใจเราจะคิดถึงมาตรการต่อๆไป ปกติเราจะตั้งโต๊ะออกแถลงการณ์ แต่วันนี้ที่เรามาเพราะเกรงว่าแถลงการณ์อาจจะไปไม่ถึงคนที่อยู่ในอำนาจ และเวลานี้นักศึกษาใจไม่ได้อยู่ในห้องเรียน เขามาอยู่ข้างนอกเพื่อเรียกร้องมาเรียนรู้โลกข้างนอกมากกว่าในชั้นเรียนที่ไม่ได้ตอบโจทย์หรือบิดเบือนไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและไม่ได้ช่วยให้ทางออกกับสังคม เราก็จะอำนวยความสะดวกให้นักศึกษาของเราได้เรียนรู้มากขึ้น ซึ่งเราจะรอดูท่าทีของรัฐบาลประมาณ 1 สัปดาห์ อย่างน้อยต้องให้รัฐบาลยุติการสลายการชุมนุม และแกนนำต้องได้รับการประกันตัว ยุติการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือกำจัดผู้เห็นต่างและยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในกทม.

“วันนี้แม้จะมีท่าทีผ่อนปรน ที่จะเปิดประชุมรัฐสภาวิสามัญพูดคุยในภาพกว้างยังไม่แตะถึงข้อเรียกร้อง ก็ต้องคอยดูกันต่อว่า การเปิดประชุมจะไม่ใช่การหันเหกระแส ความไม่พอใจจากตัวนายกและถ้าไม่ได้พูดถึงการแก้รัฐธรรมนูญหรือการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ก็เป็นแค่การซื้อเวลาให้กับนายกอยู่ในอำนาจต่อ การเปิดสภาวันนี้ช้าไป และด้วยความดื้อความคิดว่าอำนาจจะช่วยได้ ในวันพิสูจน์แล้วว่าไม่จริง จึงถึงเวลาที่รัฐบาลต้องรับฟังข้อเสนออย่างจริงจัง”

ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มผู้ชุมนุมประกาศยกระดับหากข้อเรียกร้องไม่ได้รับการตอบรับใน 24 ชั่วโมงมองว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากนี้นายอนุสรณ์กล่าวว่า เป็นการแสดงให้เห็นว่าประกาศสถานการณ์ร้ายแรงไม่มีผลและทำให้เกิดความขุ่นเคือง ที่ไม่เป็นธรรมกับประกาศฉบับนี้ ซึ่งผู้ชุมนุมอาจจะเห็นพลังที่จะเกิดขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นไปได้ที่การชุมนุมฉบับใหญ่จะเกิดขึ้นอีก วันนี้เมื่อการออกมาเกิดจากประสบการณ์ตรงของเด็กๆ ไม่ได้มาจากการหว่านล้อมหรือจัดตั้งของใคร โอกาสที่จะให้สลายการชุมนุมโดยขจัดแกนนำออกไปไม่มีผลอะไรและจะก่อให้เกิดความคิดถึงวิธีการต่อต้านขัดขืนในรูปแบบต่างๆ วันนี้ยังพอคุยกันได้แต่ถ้านายกหรือผู้มีอำนาจไม่ฟัง อารมณ์และความคิดจะพัฒนาไปอีกเมื่อถึงจุดนั้นอาจจะไม่เหลือโอกาสที่จะประนีประนอมกันอีก

ผู้สื่อข่าวถามถึงคำสั่งที่มีการระงับการเผยแพร่ของสื่อหลายสำนัก นายอนุสรณ์กล่าวว่า ขอให้สื่อมีความกล้าหารและเวลานี้สื่อใหญ่หลายสำนักมาทำข่าวการชุมนุมของนักเรียนนักศึกษาจากเดิมที่แทบไม่ได้รับการเผยแพร่ เมื่อสื่อเริ่มขยับรัฐจึงเข้าไปกำกับมากขึ้น ถ้าซื้อยืนยันความถูกต้องไม่ต้องกังวลว่ารัฐบาลจะใช้อำนาจ ไปปิดสถานีและเชื่อว่าถ้าเกิดขึ้นก็จะถูกนำไปเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องของการชุมนุมที่ให้ยกเลิกการคุกคามสื่อ หรือปิดกั้นการเสนอข่าวของสื่อ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ศาลสั่งคุก 1 ปี ปรับ 3.1 หมื่นบาท ‘พิเศษ’ ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช.ชักปืนขู่แท็กซี่ เมตตารอลงอาญา 2 ปี
บทความถัดไปมาได้ไง! ชาวบ้านกรี๊ด จระเข้บุกบ้านตอนตี 2