จี้อธิการไล่บุคลากรเสื้อเหลืองทำร้าย นศ.รามฯ ไปต่อ สน.หัวหมาก คาใจตร.ชี้หลักฐานไม่พอ

จี้อธิการไล่ออกบุคลากรสวมเสื้อเหลืองทำร้าย นศ.รามฯ เดินขบวนไปต่อ สน.หัวหมาก คาใจตร.บอก ‘หลักฐานไม่พอ’

วันที่ 27 ตุลาคม สืบเนื่องจากเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย นัดรวมมวลชนกันเพื่อเข้ายื่นหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแพง วิทยาเขตหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เพื่อเรียกร้องให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งไล่นายสมเดช คงวิจิตร์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย เนื่องจากนายสมเดชได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาและนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ขณะที่สวมใส่เสื้อเหลืองจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา

เวลา 14.50 น. กลุ่มนักศึกษาเดินทางมาถึงหน้าสำนักงานอธิการบดี

ตัวแทนนักศึกษาชายกล่าว ว่า ในวันนั้นที่สถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก ท่านผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลหัวหมากบอกว่า หลักฐานไม่เพียงพอ ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าในขณะที่นักศึกษา เด็กๆ ประชาชนออกมาเรียกร้อง ท่านมีหลักฐานออกหมายไวเหลือเกิน แต่เคสแบบนี้ภาพชัด คลิปก็มี คนทราบกันทั้วทั้งประเทศ แต่ท่านผู้กำกับให้ข่าวเพียงแค่ว่า หลักฐานไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นสื่อมวลชนท่านใดหรือคนที่มีคลิปให้ส่งมาที่เพจเฟสบุ๊ค เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตยเพื่อที่เราจะใช้ในการส่งให้กับตำรวจ สน.หัวหมากจะได้มีหลักฐานในการออกหมายเรียกผู้ต้องสงสัยและผู้ก่อเหตุได้ข้อมูลและให้ปากคำต่อไป

ตัวแทนนักศึกษาหญิง กล่าว ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจมาร่วมทวงถามถึงความคืบหน้าจากท่านอธิการบดีในวันนี้ วันนี้พวกเราได้มีการเดินมาทวงถามความยุติธรรมและความคืบหน้า จากคดีที่ได้มีชายเสื้อเหลืองบุกเข้ามาทำลายนักศึกษาในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งภาพเหตุการณ์ในวันนั้นท่านก็ทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น มีการใช้ลำโพงทุ่มใส่ขานักศึกษาของมหาวิทยาลัยรามคำแหงและมีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกท่านก็ทราบดีว่าสถานศึกษาหรือว่ามหาวิทยาลัย เป็นสถานที่ที่จัดการชุมนุมได้อย่างสันติ ซึ่งพวกเรานักศึกษาไม่มีอาวุธมีแค่สองมือเปล่าที่จะออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย จากเหตุการณ์ในวันนั้นทางมหาวิทยาลัยเองไม่มีการตอบรับแบบรูปธรรม สำหรับพวกเราไม่มีความเป็นธรรมและได้มีการออกมาแถลงข่าวว่าไม่ทราบเรื่อง และไม่มีการเยียวยาอย่างจริงจังให้กับนักศึกษาของท่าน เราออกมาเพื่อเรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยออกมาแสดงความรับผิดชอบให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น และฝากไปถึงสถานีตำรวจนครบาลหัวหมากว่า พี่ๆ ก็ทราบดีว่าพวกเรามีหลักฐานเห็นหน้าผู้กระทำอย่างชัดเจน ท่านไม่สามารถมาอ้างได้ว่าหลักฐานไม่เพียงพอ

น.ส.ฐิติมา บุตรดี หรือ แบม อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยรามคำแหง แนวร่วมกลุ่มเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองบุกฝ่าแนวกั้นตำรวจเข้ามาทำร้าย กลุ่มเครือข่ายฯ กล่าวว่า ในขณะที่ตนเป็นคนเจ็บ และได้ยินข่าวเมื่อวานนี้ (26 ตุลาคม) ที่บอกว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ทำให้ตนรู้สึกโกรธ เสียใจ และสิ้นหวังในเวลาเดียวกัน สำหรับตนเป็นอะไรที่ค่อนข้างหนัก ตอนเรื่องเพิ่งเกิดขึ้น ตนไม่ได้รู้สึกกลัวแต่พอเวลาผ่านมาเนิ่นนานเรื่อยๆ ความรู้สึกของตนก็เริ่มจิตตกลงเรื่อยๆ กับอะไรที่ไม่ยุติธรรม ซึ่งคนที่โดนก็ไม่ได้มีแค่ตนคนเดียว และรู้สึกว่าที่โดนหนักสุดยังทำอะไรไม่ได้แล้วคนที่เขาเจ็บน้อยกว่าตนไม่ได้รับความยุติธรรมเลยเหรอ ซึ่งตนและเครือข่ายรามฯ ก็อยู่ด้วยกันมาตลอด ตั้งแต่วันที่มีคนถูกจับและเห็นมาตลอดว่ามหาวิทยาลัยเพิกเฉยกับพวกตนอย่างไรบ้าง มันสร้างความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก

“จริงๆ แล้วสิ่งที่พวกเราออกมาเรียกร้องไม่ผิดเลย พวกเขาควรจะแยแสเรา ถ้าเขาควรจะเห็นหัวพวกเราบ้าง เราก็ไม่ต้องมาอยู่ตรงนี้” น.ส.ฐิติมากล่าว

นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้ชายคนหนึ่งกล่าวว่าตน ในฐานะที่เป็นสมาชิกเครือข่ายฯ และรุ่นพี่ นี่เป็นความอึดอัดใจที่พวกตนถูกกระทำเวลาผ่านมาหนึ่งอาทิตย์ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าและไม่ได้รับการปกป้อง และไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยรามคำแหงและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทุกคนล้วนอึดอัดและทุกคนทราบว่าผู้ที่กระทำล้วนมีอิทธิพลทั้งคนภายนอกที่เข้ามาและเจ้าหน้าที่ บางคนเป็นเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเคยก่อเหตุทำร้ายนักศึกษามาแล้วครั้งหนึ่ง และมาก่อเหตุอีกครั้ง คิดดูว่าเจ้าหน้าที่คนนี้เส้นใหญ่ขนาดไหนที่ก่อเหตุแบบนี้ได้ถึงสองครั้ง สิ่งสำคัญในวันนี้ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์วันนั้นมา มหาวิทยาลัยรามคำแหงแถลงข่าวว่าจะตั้งทีมกฏหมายมาช่วยพวกตน แต่ก็ไม่ยังเห็นติดต่อมาช่วย ส่วนที่สองคือมหาวิทยาลัยไม่เคยแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกตน ซึ่งตนก็อิจฉามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, และมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่อาจารย์ไปเยี่ยมลูกศิษย์ของพวกเขาถึงเรือนจำ พยายามช่วยประตัวลูกศิษย์ของพวกเขาไม่ว่าจะถูกจับกี่ครั้ง แต่เขาก็ออกมาปกป้องแต่รามคำแหงไม่เคยมีภาพเช่นนี้เกิดขึ้น และสิ่งสำคัญพวกตนหลายคนถูกรับโทรศัพท์ข่มขู่จากคนภายนอก ไม่เข้าใจว่ามหาวิทยาลัยปล่อยให้พวกเราถูกเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร ซึ่งพวกตนมีคลิปเสียงที่ถูกข่มขู่และอาจจะมีการปล่อยลงทางเพจอย่างไร

นอกจากนี้ยังมีตัวแทนศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า ตนกล้าพูดได้เลยว่าคนที่มาทำร้ายนักศึกษาบางกลุ่มเป็นคนที่ทำงานและมีส่วนได้ส่วนเสียกับพรรคการเมือง สิ่งนี้ทำให้เห็นได้เลยว่าสิ่งที่พวกท่านทำมันเกินขอบเขต มหาวิทยาลัยอื่นแม้จะมีความแตกแยก ความคิดแบ่งออกเป็นสองฝ่าย แต่เขาไม่เคยมาจัดฉากสร้างความปะทะให้เกิดในมหาวิทยาลัย และคนที่สามารถห้ามได้ก็ไม่ห้าม เช่นรุ่นพี่หรือผู้บริหารที่เป็นคนเสื้อเหลืองก็ทำเป็นมองไม่เห็น แม้แต่ตำรวจสน.หัวหมากที่เป็นสายเสื้อเหลืองหรือรัฐบาลก็ไม่กล้าขยับ หรือตำรวจในมหาวิทยาลัยที่มีเป็นร้อยก็ไม่กล้าทำอะไร นี่คือการเมืองที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคนเสื้อเหลือง แน่นอนว่ารามคำแหงมีการเมืองสองฝ่าย แต่ขอร้องทุกท่านที่เอ่ยมาอย่าใช้เวทีรามคำแหงเป็นเวทีสร้างสถานการณ์ สร้างสนามรบ

ด้านตัวแทนจากมหาวิทยาลัย ได้กล่าวว่า ในขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และคาดว่าจะตรวจสอบเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ส่วนเรื่องของการลงโทษ หากเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยคนดังกล่าวกระทำผิดจริง จะได้รับโทษในลักษณะเช่นไรต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักศึกษายังรวมตัวเดินเท้าไปยัง สน.หัวหมาก เพื่อทวงถามความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าวอีกด้วย

ทั้งนี้ เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง ทวงถามความคืบหน้าการดำเนินการของมหาวิทยาลัยกรณีการทำร้ายนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ที่ชุมนุมภายในมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2563 ถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง

เนื้อหาตอนหนึ่งว่า

เหตุการณ์การทำร้ายนักเรียน นักศึกษา ประชาชน เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลาหลายวันแล้ว
ทางเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ยังไม่เห็นการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมของผู้บริหาร
มหาวิทยาลัยรามคำแหงแต่ประการใด จึงขอทวงถามความคืบหน้าและการดำเนินการ ดังนี้

1.มหาวิทยาลัยไล่นายสมเดช คงวิจิตร์ ออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย เจ้าหน้าคน
ดังกล่าวได้มีส่วนในการทำร้ายนักเรียน นักศึกษา ประชาชน และมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงใน
หลายกรณีที่ผ่านมาในมหาวิทยาลัยรามคำแหง

2. ทางมหาวิทยาลัยได้ดำเนิการตามกฎหมายอย่างไรบ้าง สำหรับบุคคลที่ได้ทำร้ายนักเรียน
นักศึกษา ประชาชน ภายในมหาวิทยาลัย หรือผู้บริหารมหาวิทยาลัยมีความเกรงกลัวต่อกลุ่ม
บุคคลดังกล่าว ที่มีความเชื่อมโยงกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยบางคน

3. ทางผู้บาดเจ็บจะไม่รับการช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัยในเรื่องค่ารักษาพยาบาล จนกว่าผลการ
ดำเนินการของมหาวิทยาลัยจะเป็นรูปธรรม และเป็นที่พอใจ เพราะไม่ต้องการเป็นข้อกล่าวอ้าง
สร้างความชอบธรรมให้กับผู้บริหารมหาวิทยาลัย

เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้บริหารมหาวิทยาลัย มีความเป็นธรรม
ต่อทุกฝ่ายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เกรงกลัวต่อกลุ่มบุคคลที่มีผลประโยชน์หรือมีความสัมพันธ์กับผู้บริหาร
มหาวิทยาลัยบางคน

ขอแสดงความนับถือ
เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘แจ๊คกี้’ คว้าดับเบิ้ลแชมป์โปรสตรี ‘บีจีซี-เอสเอที ไทยแอลพีจีเอ ชาลเล้นจ์’ สนาม7
บทความถัดไป‘เอิร์ท วิศววิท’ หารือทนาย จ่อแถลงข่าว หลังตำรวจเตรียมออกหมายเรียก