วิรัช แถลงขอบคุณสมาชิกรัฐสภา “ไอลอว์” สะอื้นถูกคว่ำ”ร่างปชช.”

วิรัช แถลงขอบคุณสมาชิกรัฐสภา “ไอลอว์” สะอื้นถูกคว่ำ”ร่างปชช.”

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)แถลงขอบคุณสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) หลังจากทราบผลอย่างไม่เป็นทางการว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญร่างที่ 1 และร่างที่ 2 ได้รับเสียงสนับสนุนเกิน 1 ใน 3 ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ว่า หลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนของการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 2 ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับ ร่างอื่นๆ อะไรที่คิดว่าเป็นประโยชน์หรือสามารถนำมาปรับได้ เชื่อว่าคณะ กมธ.วิสามัญฯจะนำมาพิจารณาในคณะ กมธ. ทั้งนี้ ในนามวิปรัฐบาลขอขอบคุณทุกท่านที่เสียสละมาทำงานร่วมกันในทุกขั้นตอน

เมื่อถามว่า เมื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านทั้งสองร่างจะต้องใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลักหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ถ้าตามธรรมเนียมร่างที่เป็นหลักที่จะพิจารณาคือร่างที่ 2 เป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค อย่างไรก็ตาม ร่างที่ 1 และ 2 มีความคล้ายคลึงกันแตกต่างกันแค่ปลีกย่อย เช่น ที่มาจำนวน ส.ส.ร. ซึ่งเล็กน้อยสามารถพูดคุยปรับใช้กันได้

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่ร่างของไอลอว์ไม่ผ่านมติจากที่ประชุมรัฐสภา สถานการณ์ภายนอกสภาอาจหนักขึ้น นายวิรัชกล่าวว่า เราบอกแล้วว่าอะไรเป็นส่วนดีของไอลอว์จะนำมาพิจารณาด้วย แต่เราย้ำเสมอว่าไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวกับพระราชอำนาจอีก 38 มาตรา เราจะไม่ยุ่ง

ภายหลังการพิจารณาของรัฐสภา นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้ริเริ่มในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เห็นว่ามันประสบความสำเร็จได้ก็เพราะความร่วมมือร่วมแรงของประชาชนทุกคนที่เข้าชื่อเสนอกฎหมายและทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อรวบรวมรายชื่อมาเสนอสภาได้ ทางข้างหน้าต้องบอกว่าประตูของการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เปิดขึ้นแล้ว การที่รัฐสภามีผลมติอย่างไรไม่ใช่การปิดประตูของประชาชนที่ต้องการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพียงแค่ว่าหากเดินช่องทางเดิมด้วยข้อเสนอชุดเดิมแล้วเข้าชื่อให้ครบ 50,000 รายชื่อแล้วนำมาเสนอต่อสภาด้วยข้อเสนอชุดเดิมก็อาจจะได้ผลประชามติแบบเดิม ดังนั้น การเข้าชื่อเสนอแก้รัฐธรรมนูญก็ดี การพยายามทำกิจกรรมต่างๆ ก็ดี มันไม่ได้ดำเนินมาโดยนามไอลอว์เพียงลำพัง เป็นการดำเนินมาด้วยคนเป็นจำนวนมากที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง วันนี้เราทำหน้าที่ของเราสำเร็จแล้ว ดังนั้น ทางข้างหน้าไม่ใช่หน้าที่ของเราเสมอไป คงจะไม่ต้องเป็นไอลอว์ที่จะเป็นผู้ริเริ่มในการเข้าชื่อกันอีกครั้งหนึ่ง แม้กฎหมายจะสามารถทำได้แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นทางนั้น หากมีประชาชนคนอื่นที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงก็สามารถเป็นผู้ริเริ่มในการเข้าชื่อให้ครบ 50,000 ชื่อแล้วมาเสนอให้กับทางสภาได้

เมื่อถามว่า อยากฝากอะไรถึงประชาชนที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างฉบับประชาชน นายยิ่งชีพกล่าวตอบด้วยเสียงสั่นเครือว่า ขอให้ภาคภูมิใจในสิ่งที่ได้ทำ สองวันที่ผ่านมาเป็นวันประวัติศาสตร์ที่รัฐสภาได้พิจารณาข้อเสนอของประชาชน อย่าได้เสียใจ เพราะประตูเปิดขึ้นแล้วก็มีแต่จะเดินไปข้างหน้า

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon