แนวร่วมมธ. แถลงเรียกร้องยกเลิก ม.112 เนื่องในวันรธน.และวันสิทธิมนุษยชนสากล

แนวร่วมมธ. แถลงเรียกร้องยกเลิก ม.112 เนื่องในวันรธน.และวันสิทธิมนุษยชนสากล

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ร่วมกับม็อบเฟสต์ จัดกิจกรรม ‘ยกเลิก 112 สิ แล้วเราจะเล่าให้ฟัง’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. มีการเปิดรั้วกั้นให้ผู้จัดงาน และผู้สื่อข่าวเข้าในพื้นที่ซึ่งพบว่ามีร่องรอยจากวัตถุระเบิด ที่คาดว่าเป็นไปป์บอมบ์ สอบถามเบื้องต้นได้ข้อมูลจากชายรายหนึ่งที่ระบุว่าตนอยู่ในเหตุการณ์ เนื่องจากมาเฝ้าสถานที่ โดยเหตุเกิดราว03.00 น. เบื้องต้น มีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว โดยคาดว่าจะมีการแถลงถึงประเด็นดังกล่าวต่อไป

ทั้งนี้ ผู้จัดงานได้นำรั้วเหล็กมากั้นจุดเกิดเหตุซึ่งยังมีเศษท่อพีวีซีและน็อตหลงเหลืออยู่

ต่อมา เวลาประมาณ 09.40 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และนางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง พร้อมด้วยผู้ได้รับผลกระทบจากประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อีก 6 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่เคลื่อนไหวในการปราศรัยในการชุมนุมที่แยกเกียกกายและอ่านแถลงการณ์หน้าสถานทูตเยอรมัน ร่วมกันแถลงข่าว โดยมีตัวแทนอ่านแถลงการณ์เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เรื่อง หยุดกักขังความคิด หยุดปิดปากประชาชน

เนื้อหาโดยสรุปว่าเสรีภาพทางการแสดงความคิดเห็น ถือเป็นองค์ประกอบหลักของการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพราะการปกครองระบอบประชาธิปไตย ย่อมมีประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุด

ทว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กลับมีเนื้อหาปิดกั้น มิให้ประชาชนใช้เสรีภาพ อีกทั้งยังมีบทลงโทษที่รุนแรงเกินสัดส่วน นอกจากนี้ ในทศวรรษแห่งวิกฤตการเมืองไทยที่ผ่านมา กฎหมายมาตรานี้ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมืองตลอดมา ดังจะเห็นได้ว่าผู้ที่ถูกดำเนินคดีด้วยกฎหมายมาตราดังกล่าว โดยส่วนมาก ล้วนเป็นประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทั้งสิ้น

วันนี้ เนื่องในวันรัฐธรรมนูญและวันสิทธิมนุษยชนสากล เรา นิสิตนักศึกษาและประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ผู้ซึ่งถูกปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพิ่งรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตราดังกล่าว และให้ยุติการดำเนินคดี รวมถึงล้างมลทิน และชดเชยเยียวยาผู้ที่เคยถูกดำเนินคดีจากกฎหมายมาตรานี้ทั้งหมด เพื่อเป็นการคืนความยุติธรรมแก่สังคม ทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการประชาธิปไตยของประเทศไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และลดความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในสังคม

ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 10.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม เดินทางมายังอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สืบเนื่องกรณีเหตุระเบิดในช่วงเวลาราว 03.00 น. ของคืนที่ผ่านมา โดยระบุว่า ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงาน ซึ่งตนไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ จึงยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ยืนยันจากหลักฐานที่รวบรวม สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัยในวันนี้ได้มีการประสานงานกับผู้จัดถึงสถานที่ให้เป็นพื้นที่ปิด ซึ่งจะง่ายต่อการดูแลความปลอดภัย //

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กกต. ใช้ลต.ซ่อมส.ส.ลำปาง-สมุทรปราการ เป็นโมเดล จัดอบจ. คุมเข้มป้องกันไวรัสโควิด
บทความถัดไปพระราชินี ทรงให้ดำเนินโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ ต้านภัยโควิด ช่วยจ้างงานสร้างอาชีพปชช.