อนุดิษฐ์ บี้รัฐหามาตรการรับคุมเข้มโควิด แนะลดค่าไฟ-น้ำ พักหนี้บ้าน-รถ ลดเงื่อนไขปล่อยกู้

เมื่อวันที่ 4 ม.ค. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพฯ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ อดีตคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า

ทำดีก็ต้องชมเชยครับ โดยเฉพาะการตรวจโควิดฟรีให้กับกลุ่มเสี่ยงทุกกลุ่มโดยไม่มีเงื่อนไข แต่จะดีมากขึ้นถ้าจะทำเชิงรุกด้วยการตรวจฟรีให้กับกลุ่มอาชีพที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนหมู่มาก เช่น พ่อค้าแม่ขาย หรือ ผู้ให้บริการแก่ประชาชนในด้านต่างๆทั้งของภาครัฐและเอกชน เช่น คนขับรถสาธารณะ คนขายตั๋ว ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ ท่านใดตรวจแล้วไม่พบเชื้อ รัฐมอบสัญลักษณ์ยืนยันให้เขาใช้ไว้ทำมาหากินต่อไป

โดยมีข้อแม้ว่าตัวเองต้องรักษามาตรฐานการป้องกันตัวเองและผู้อื่นอย่างเคร่งครัด สุ่มตรวจเจอใครการ์ดตกรัฐยึดคืนเลย ทุกคนจะได้ช่วยกันรับผิดชอบ คนดีจะได้ประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัย ผู้ใช้บริการก็สบายใจ ส่วนภาครัฐก็จะลดภาระลงไป เพราะผู้ติดเชื้อก็ลดลงตามไปด้วย ขณะเดียวกันกับที่การประกอบธุรกิจก็ยังพอเดินหน้าต่อไปได้เพราะไม่จำเป็นต้องล็อคดาวน์

ไม่ต้องทำแบบที่ผมว่ามาก็ได้นะครับ แต่อยากให้ผู้รับผิดชอบนึกหาวิธีที่ทำอย่างไรให้คนทำมาหากินสามารถประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัย ไม่สุ่มเสี่ยงกับการกระทำที่ขัดกับมาตรการควบคุมโรค เพราะถ้ารัฐต้องสั่งล็อคดาวน์เหมือนครั้งที่แล้ว ผมเชื่อว่าคนต้อง “อดตาย” จากพิษเศรษฐกิจก่อนที่จะตายเพราะโควิดอย่างแน่นอน

ผมเข้าใจว่ารัฐไม่อยากล็อคดาวน์ และพยายามหลีกเลี่ยงคำว่าล็อคดาวน์อยู่แล้ว ด้วยเหตุผลสำคัญก็คือรัฐจะได้ไม่ต้องจ่ายเงินเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชน แต่ปัจจัย4+1 ที่ถือว่าเป็นรายจ่ายประจำในครัวเรือน ได้แก่ ค่าบ้าน ค่ารถ ค่าน้ำ ค่าไฟ และ ค่าอินเทอร์เน็ต

รัฐบาลควรออกมาตรการตั้งแต่วันนี้ ประชาชนจะได้วางแผนชีวิตของเขาได้อย่างถูกต้อง

1. รัฐต้องวางมาตรการ ลดค่าน้ำ – ค่าไฟ ทุกครัวเรือน หากครัวเรือนใดเป็นผู้มีรายได้น้อย ใช้น้ำและไฟไม่เกินที่รัฐกำหนดก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

2.รัฐต้องวางมาตรการพักหนี้ ค่าบ้าน ค่ารถ อย่างน้อย 3-6 เดือน โดยผู้ขอพักหนี้ต้องไม่เสียเครดิตเหมือนกับการขอพักหนี้งวดที่แล้ว

3.รัฐต้องวางมาตรการให้แบงค์ปล่อยกู้โดยปรับลดเงื่อนไข และให้สิทธิพิเศษแก่สถานบริการ ร้านค้า ที่ถูก สั่งปิดจากรัฐทั้งเงินกู้เพื่อความอยู่รอดช่วงโควิด เช่นค่าใช้จ่าย ประจำ ค่าเช่าร้าน และค่าพนักงาน ไปจนถึงเงินกู้เพื่อการลงทุนใหม่ หลังจากรัฐบาลผ่อนปรนให้มีการค้าขายปกติ

4.รัฐต้องวางมาตรการให้รัฐวิสาหกิจและธุรกิจภาคเอกชน สนับสนุนการ Work from Home ให้เกิดประสิทธิภาพและเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด เช่น การปรับลดค่าฝากส่งสินค้าและบริการด้านโลจิสติกส์ต่างๆ และการกำหนดปริมาณอินเตอร์เน็ตที่เหมาะสมให้ประชาชนได้ใช้บริการฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นต้น

จะทำอะไรก็รีบทำนะครับ ประชาชนพร้อมที่ปรบมือให้ แต่ถ้ายังเชื่องช้าใช้ระบบราชการขับเคลื่อนวิ่งตามแก้ปัญหาไปวันๆ รับรองว่าสถานการณ์ต่างๆจะรุนแรงขึ้นและสุดท้ายจะแก้ไขอะไรไม่ได้เลย

จะพังทั้งเศรษฐกิจ พังทั้งโควิด และรัฐบาลของท่านก็จะพังไปด้วย

ยังไงผม ขอให้กำลังใจ ทุกท่านที่ทำงานหนักเพื่อประชาชนอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะบุคลากรด้านการแพทย์ ขอให้ประสบความสำเร็จและปลอดภัยทุกคนครับ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon