‘บิ๊กปั๊ด’ สั่งดำเนินคดีชักธงแดงหน้าโรงพักคลองหลวง-นครบาล พร้อมรับมือม็อบ 17-20 ม.ค.นี้

‘บิ๊กปั๊ด’ สั่งดำเนินคดีชักธงแดงหน้าโรงพักคลองหลวง-นครบาล พร้อมรับมือม็อบ 17-20 ม.ค.นี้

ความคืบหน้ากลุ่มการ์ดวีโว่ เปลี่ยนธงชาติไทยบริเวณด้านหน้า สภ.คลองหลวง และนำผ้าสีแดงที่มีข้อความว่า 112 สลับขึ้นยอดเสา เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมานั้น

เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่ สภ.คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อม พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 (ผบช.ภ.1) พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี พร้อมคณะ เร่งรัดติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริง

พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกกลุ่มการ์ดวีโว่ และผู้ที่กระทำความผิดทุกคนเข้ามารับทราบข้อหาความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ, พ.ร.บ.ธงชาติ, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน, ทำให้เสียทรัพย์และข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานด้วย ขณะเดียวกันเตรียมพิจารณาดำเนินการทางวินัยกับตำรวจที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เพื่อให้เกิดความกระจ่าง รวดเร็วแต่ยึดหลักความเป็นธรรม พร้อมเน้นย้ำจะต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก เพราะกระทบความรู้สึกของคนทั้งประเทศ

พล.ต.อ.สุวัฒน์ระบุว่า ยอมรับว่าที่ผ่านมามีหลักคิดอยู่บนพื้นฐานที่จะไม่ใช้กำลังโดยไม่จำเป็นและหลีกเลี่ยงการปะทะ แต่หลังจากนี้ต้องมีการทำความเข้าใจกับผู้ใต้บังคับบัญชาใหม่ว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ และหากจำเป็นต้องใช้กำลังหรือบังคับใช้กฎหมายก็ต้องทำ อย่าลังเล ขอให้มั่นใจสิ่งที่ทำ เพราะไม่ได้สั่งให้ทำอะไรนอกอำนาจหน้าที่ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดต้องรับผิดชอบร่วมกันและไม่ทอดทิ้งกัน ซึ่งอาจจะเพลี่ยงพล้ำเรื่องการข่าวก็ว่ากันไป แต่อย่างที่บอกว่าสงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร

ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า จากนี้จะต้องปรับเรื่องการทำงาน ที่ผ่านมาตำรวจระดับเล็กอาจไม่มั่นใจเรื่องการทำงาน อำนาจหน้าที่ เรื่องกฎหมายอาจยังไม่แตกฉานเพียงพอ เรื่องพวกนี้ต้องปรับความคิดกันใหม่ ทำให้เข้มข้นขึ้น ให้เข้าใจว่าสามารถทำอะไรได้หรือไม่ได้ ยุทธวิธีควรเป็นอย่างไร นำบทเรียนมาถอด

จากนี้จะต้องไปทำความเข้าใจกับตำรวจทั่วประเทศ อยากให้ลูกน้องมั่นใจว่าเรารับผิดชอบในสิ่งที่สั่ง ขอให้เขามั่นใจในสิ่งที่ทำ เพราะไม่ได้สั่งให้เขาทำอะไรนอกอำนาจหน้าที่ เพียงแต่ต้องให้รู้ว่าอะไรทำได้ และเมื่อจำเป็นต้องใช้กำลังอย่าลังเลต้องใช้ ส่วนเรื่องที่ว่าใครจะโดนดำเนินคดีอะไรบ้าง ผบ.ตร.กล่าวว่า ต้องเร่งรัดให้เกิดความกระจ่างโดยเร็ว ยึดหลักความเป็นธรรม ดำเนินคดีกับทุกคน ทุกข้อหา

พล.ต.อ.สุวัฒน์เผยว่า ในส่วนของการดำเนินคดีเยาวชนที่กระทำผิดด้วยนั้น ขอให้มั่นใจไม่ได้ทำอะไรนอกหน้าที่เพราะมีกฎหมายเยาวชนอยู่แล้ว และคงไม่ฝากอะไร เพราะใครทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบ และหลังจากนี้หากมีกลุ่มมวลชนมาปักหลักให้กำลังใจผู้มารายงานตัวตามหมายเรียก ตำรวจจะมีมาตรการที่ดีกว่านี้ในการดูแลความเรียบร้อย

รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง ผบช.น. ปฏิบัติราชการแทน ผบช.น. มีวิทยุในราชการกองบัญชาการตำรวจนครบาล ด่วนที่สุด ลงวันที่ 15 มกราคม 2564 ใจความว่า เพื่อให้การปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัย รักษาความสงบเรียบร้อย และจัดการจราจร การชุมนุมสาธารณะ ในวันที่ 17-20 มกราคม 2564 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงให้ดำเนินการดังนี้

1.ชุดเคลื่อนที่เร็วประจำจุด สโมสรตำรวจ 2 กองร้อย 2.ชุดเคลื่อนที่เร็วระลอกที่ 1 จำนวน 2 กองร้อย 3.ชุดเคลื่อนที่เร็วระลอกที่ 2 จำนวน 2 กองร้อย 4.ชุดเคลื่อนที่เร็วระลอกที่ 2 จำนวน 3 กองร้อย 5.ชุดเคลื่อนที่เร็วระลอกที่ 2 จำนวน 3 กองร้อย 6.คฝ.หญิง บช.น.ให้ทั้งหมดเตรียมพร้อม ณ ที่ตั้ง โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เวรยามตามปกติ และพร้อมปฏิบัติเมื่อสั่งภายใน 3 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังให้จัดเตรียม รถติดตั้งเครื่องขยายเสียงพร้อมพลขับ จำนวน 2 คัน, รถควบคุมผู้ต้องหาขนาดใหญ่ พร้อมพลขับ 4 คัน, รถควบคุมผู้ต้องหาขนาดเล็ก พร้อมพลขับ 8 คัน โดยให้แต่งกายชุดเวส หมวกปราบจลาจล พร้อมเตรียมอุปกรณ์ประจำกาย ประจำกองร้อย ไฟฉาย เสื้อกันฝน และสวมใส่หน้ากากอนามัย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้09.00 INDEX จับตา พลัง ณัฎฐพล พุทธิพงษ์ กับ การเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.”
บทความถัดไปอ่านกลอน ขรรค์ชัย บุนปาน : ลมปากยังพลุ่งพล่าน ที่เพี้ยนคือกู?