‘บิ๊กตู่’ ยกหนี้จำนำข้าว-บ้านเอื้ออาทร สวนเพื่อไทย ขุดปมเหมืองทอง ยืนยันไม่ลุแก่อำนาจ

“บิ๊กตู่” นายกฯลั่น ไม่ได้แก้ปัญหาด้วยอำนาจ ยึดตามกฎหมายทุกอย่าง งัดปมแบกภาระชดเชยหนี้จำนำข้าว-เอื้ออาทรสู้

วันนี้ (17 ก.พ.) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ต่อเป็นวันที่ 2 หลังจาก น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายเปิดเอกสารลับที่สุดของรายงานคณะกรรมการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัทคิงส์เกตฯ โดยไฮไลต์ในหนังสือเขียนไว้ว่า หากตกลงกันได้บริษัทคิงส์เกตฯ ต้องถอนคดีจากอนุญาโตตุลาการ ซึ่งเอกสารนี้ชี้ชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ รับทราบรู้เห็นเป็นใจว่า ไทยแพ้คดี และมอบหมายให้หน่วยงานเจรจาเพื่อยอมความ มอบนโยบายให้เอาทรัพยากรของประเทศประเคนให้เพื่อให้เขายอมถอน โดยยกกระแสข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน 2563 ที่รัฐบาลจะให้บริษัทอัคราฯ บริษัทลูกของบริษัทคิงส์เกตฯ จะได้รับอนุญาตให้นำผงทองคำและเงินออกมาจำหน่าย รวมถึงได้อาชญาบัตรพิเศษในการสำรวจแร่ทองคำเพิ่มอีก 44 แปลง

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ลุกขึ้นชี้แจงว่า ในฐานะผู้รับผิดชอบ ข้อพิพาทเริ่มต้นขึ้นที่บริษัทแม่ในต่างประเทศ แล้วใช้ช่องทางกฎหมายระหว่างประเทศ ในการฟ้องร้องรัฐบาลไทย ในสิ่งที่เขาเห็นว่า บริษัทลูกไม่ได้รับความเป็นธรรม ตั้งแต่ปี 2550 เช่นเดียวกัน รัฐบาลไทยต้องต่อสู้ ในสิ่งที่รัฐบาลไทยและประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมเช่นกัน ในด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อม การใช้พื้นที่ต้องสำรวจดูว่าถูกต้องไม่ถูกต้องอย่างไร ที่ผ่านมาต่อสู้ตามกฎหมายสากล ที่รัฐบาลไทยเป็นสมาชิกอยู่ และต้องตั้งทนายขึ้นมาสู้ในเวทีสากล รัฐบาลไทยมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมไปต่อสู้คดี มีงบประมาณที่ใช้ในการจ้างทนาย ที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศ เพราะเป็นเวทีระหว่างประเทศที่มีพันธสัญญาระหว่างกันต้องปฏิบัติให้ได้ คือ การนำเข้าสู่อนุญาโตตุลาการ สิ่งสำคัญที่อาจกระทบต่อการพิจารณาคดีคือ เอาเรื่องที่อยู่ในชั้นศาลเอาออกมาพูดภายนอก และฝ่ายค้านได้นำมาอภิปรายให้ข่าวกับสื่อหลายครั้ง ซึ่งปรากฏว่า เป็นการคาดการณ์เอาเองทั้งสิ้น เป็นการนำตัวเลข จากข้อมูลที่เป็นข้อเสนอ หรือคำให้การแต่ละฝ่ายที่ไม่เป็นทางการ ยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งเป็นอันตราย ดังนั้น ยังไม่ปรากฏเป็นความจริง เรื่องยังอยู่ในกระบวนการตามกฎหมาย รวมถึงขั้นตอนการเจรจาหารือของผู้พิพาท ไม่สามารถไปชี้นำได้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนที่กล่าวหาว่าใช้อำนาจมาตรา 44 นั้น คำสั่งดังกล่าวไม่ใช่ไปปิดเหมือง แต่เป็นเรื่องการต่อสัมปทาน ซึ่งมีคำสั่งทุกเหมืองในประเทศไทย ในการต่อสัมปทานอาชญาบัตร จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงจากข้อสงสัยของประชาชนที่เรียกร้องมา ถึงแม้ไม่มีข้อยุติอย่างชัดเจน แต่มีหลักฐานจากโรงเรียน ครู จำเป็นต้องตรวจสอบ เราไม่ได้ปิดเหมืองแร่อัคราฯแต่เพียงเหมืองเดียว แต่การจะต่ออาชญาบัตรต้องแก้ปัญหาให้ได้โดยเร็ว และบริษัทไหนที่แก้ได้ตามนั้นก็เปิดเป็นปกติการที่เขาจะได้หรือไม่ได้ อยู่ที่การเจรจาพูดคุย ไม่ได้เสนอประโยชน์ เราต้องคำนึงถึงประโยชน์ชาติและประชาชน วันนี้เรามี พ.ร.บ.แร่ 2560 ออกมาแล้ว เราสามารถถลุงแร่ ส่งออกแร่เองได้ ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าให้กับประเทศมากขึ้น ถ้าเราสำรวจแร่พบ อาจเป็นแหล่งสำคัญในการผลิตแร่ทองคำ เพราะที่ผ่านมา เรานำไปถลุงแร่ที่ต่างประเทศทั้งสิ้น ซึ่งกฎหมายใหม่ให้มีการถลุงแร่ทองอย่างเดียวที่บอกว่าขอบริษัทอัคราฯ ขอที่เป็นแสนไร่เป็นแค่การขอสำรวจ แต่การขอดำเนินการเป็นอีกเรื่องหนึ่ง สำรวจเจอตรงไหนก็ต้องดูว่าจะอนุญาตได้หรือไม่ ประชาชนจะยอมหรือไม่ วันนี้นำหลักการสิทธิมนุษยชนในการประกอบการธุรกิจมาประกอบ เท่าที่ทราบบริษัทเขาปรับตัวแล้ว ถ้าที่ไหนที่ประชาชนไม่อยากได้เขาก็หลีกเลี่ยงให้อยู่แล้ว

Advertisement

“เรื่องนี้รับผิดชอบในฐานะนายกฯ ไม่ได้แก้ปัญหาด้วยอำนาจ ด้วยคำสั่ง มีการหารือปรึกษาทั้งฝ่ายกฎหมาย ราชการที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยราชการ เพื่อทำให้ทุกอย่างเรียบร้อยให้ได้โดยเร็ว โดยเฉพาะสุขภาพประชาชน มันต้องมีคนเดือดร้อน แต่ไม่อยากให้ใครเดือดร้อนทั้งสิ้น แต่ต้องจำเป็นในบางอย่าง หลายอย่างเกิดก่อนหน้าผม ทำไมรัฐบาลนี้ต้องมาแก้ ทำไมไม่แก้ให้เสร็จเรียบร้อย ทำไมมาถึงตอนนี้ ถ้าสนใจสักหน่อย ประชาชนต้องการปัญหาอะไรก็แก้ปัญหาให้เขา พร้อมทำอะไรใหม่ๆ ให้กับประเทศไทยบ้างโดยเฉพาะทำอย่างไรจะมีรายได้ให้มากยิ่งขึ้น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการชดเชยหนี้ประเทศจากความเสียหายในการดำเนินการโครงการรับจำนำข้าว ว่า ทุกวันนี้เรามีภาระที่จะต้องจ่ายในเรื่องผลการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว โครงการนี้ได้ชดเชยไปแล้ว 7.05 แสนล้านบาท วันนี้เหลือหนี้จำนำข้าว อยู่ที่ปี 63 ประมาณ 2.8 แสนล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ยอีก 800 ล้านบาท และยังต้องตั้งงบประมาณชดเชยแบบไม่ได้อะไรเลย ปีละ 20,000 ล้านบาท และต้องตั้งไปอีก 12 ปี ตนก็เสียดาย นอกจากนี้ยังมีภาระหนี้จากโครงการบ้านเอื้ออาทร ทิ้งหนี้ให้กับการเคหะกว่า 20,000 ล้านบาท มีบ้านที่สร้างเสร็จแล้วขายไม่ได้อีกหลายหมื่นยูนิต สิบปีที่ผ่านมาการเคหะแบกรับโครงการบ้านเอื้ออาทรที่ล้มเหลวยอดความเสียหาย 10 ล้านบาท ไม่รวมหนี้เน่าและภาระดอกเบี้ยที่กู้มา

“รัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่ เพื่อให้แก้ไขปัญหาทุกประเด็นที่กล่าวมาแล้ว รัฐบาลไม่ต้องการขึ้นภาษีกับใคร เห็นหรือไม่ว่ายังไม่ได้ขึ้นภาษี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ที่รายได้ประเทศตอนนี้ลดลง ฉะนั้นการที่บอกว่าให้คนนั้นคนนี้น้อยไปมากไป ลองคิดให้ละเอียดไม่ต้องถึงกับเป็นนักเศรษฐศาสตร์ก็ได้” นายกฯ กล่าว

จากนั้น น.ส.จิราพรลุกขึ้นขอบคุณนายกฯและนายสุริยะที่ชี้แจง แต่ตนฟังแล้วผิดหวัง แสดงว่าไม่ได้ฟังการอภิปรายของตนเลย เพราะคำตอบที่ตอบนั้นเป็นการอ่านตามโพยที่หน่วยงานเขียนให้ ซึ่งเขียนไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ไม่ได้อัพเดตข้อมูล และไม่ได้ตอบคำถามของตนแม้แต่คำถามเดียว และการที่ รมว.อุตสาหกรรม บอกว่าประชาชนเดือดร้อนเรื่องสิ่งแวดล้อมต้องไปจัดการ ประเด็นนี้ตนไม่เถียงที่รัฐบาลต้องเข้าไปดูแล แต่ประเด็นคือรัฐบาลไม่ใช้กฎหมายปกติเข้าไปจัดการ แต่ใช้มาตรา 44 ที่ต่างประเทศไม่ยอมรับ เข้าไปจัดการโดยที่ไม่มีเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เตือนแล้วว่าอย่าทำแบบนั้น เพราะจะถูกฟ้องร้อง แต่รัฐบาลไม่ฟังแล้ววันนี้ไทยก็ถูกฟ้องร้องอาจจะต้องแพ้คดี ตอนนี้ใบเสร็จก็ออกมาแล้วว่ามีค่าใช้จ่าย 600 ล้านบาท ที่ใช้ต่อสู้คดีในอนุญาโตตุลาการ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนี้ด้วย เพราะความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว ตนขอถามว่าถึงวันนี้สุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้รับการแก้ไขแล้วหรือไม่

น.ส.จิราพรกล่าวว่า ส่วนที่บอกว่า การให้ 44 แปลงและเปิดทางให้ขายผงเงิน ผงทองคำนั้นเป็นเรื่องปกติ ขอถามกลับว่าถ้าเป็นปกติ ทำไมไปอยู่ในข้อต่อรองระหว่างไทยกับคิงส์เกตฯ เพราะมีจดหมายที่คิงส์เกตฯเขียนมาขอบคุณประเทศไทยด้วย และมีการเขียนจดหมายไปแจ้งต่ออนุญาโตตุลาการว่าข้อตกลงนี้ได้คุยกันเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่นายสุริยะบอกว่าคิงส์เกตฯจะชนะ ถ้าจะชนะจริงทำไมคิงส์เกตฯถึงมาเจรจากับไทย ขอถามกลับว่าถ้ารัฐบาลไทยมั่นใจว่าคิงส์เกตฯจะชนะคดีแล้วไปเจรจาต่อรองเขาทำไม แล้วการต่อรองมีแต่ไทยให้คิงส์เกตฯโดยที่คิงส์เกตฯไม่ให้อะไรไทยเลย นอกจากความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าจะถอนฟ้อง ส่วนเรื่องสิ่งแวดล้อมขณะนี้คณะอนุญาโตตุลาการยังไม่มีออกมาแต่เปิดให้สำรวจแล้วโดยอ้างว่าเป็นการสำรวจไม่ได้ทำ ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูให้ทำเหมือง

“ดิฉันผิดหวังการตอบคำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ ท่านอ่านตามที่หน่วยงานเขียนโพยมาให้ ถ้าทานทำอย่างนั้น ท่านถ่ายเอกสารที่อยู่ในมือส่งแจกสมาชิกอ่านเอาเองก็ได้ เพราะไม่ได้ตอบคำถามในเนื้อหาสาระที่ดิฉันได้ถามไปเลย“ น.ส.จิราพรกล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image