กกต.นัดถกสัปดาห์หน้าหลังสภาฯส่งหนังสือขอความชัดเจน ปมสถานะส.ส.กปปส. เล็งยื่นศาลรธน.ชี้ขาด

กกต.นัดถกสัปดาห์หน้า หลังสภาฯส่งหนังสือขอความชัดเจน ปมสถานะส.ส.กปปส. เล็งยื่นศาลรธน.วินิจฉัยชี้ขาด

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีปัญหาข้อถกเถียงว่าการที่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, นายณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, นายถาวร เสนเนียม,  นายอิสสระ สมชัย, นายชุมพล จุลใส จำเลยในคดีชุมนุมกปปส. ต้องคำพิพากษาศาลอาญาจำคุก และถูกควบคุมตัวอยู่ยังไม่ได้รับอนุญาตประกันตัวนั้น มีผลทำให้สมาชิกภาพส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6)ประกอบมาตรา 98(6) หรือไม่นั้น

มีรายงานว่า ทางสำนักงานกกต.ได้รับการประสานจากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่าสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเตรียมส่งหนังสือถึงสำนักงานกกต.ขอให้พิจารณาดำเนินการกรณีดังกล่าว

ซึ่งในส่วนที่กกต.เข้าไปเกี่ยวข้องจะเป็นกรณีของนายถาวร เสนเนียม  ส.ส.เขต 6 สงขลา และนายชุมพล ส.ส.เขต 1 ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกคุมขังอยู่ระหว่างรอประกันตัว แต่นายชุมพลมีกรณีการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปีพ่วงด้วย โดยคาดว่าทางสำนักงานฯจะเร่งรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายก่อนที่จะเสนอให้ที่ประชุมกกต.ในสัปดาห์หน้าพิจารณา

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าแม้หนังสือของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะแจ้งให้กกต.ดำเนินการ และแม้กกต.เห็นว่าเหตุที่เกิดขึ้นทำให้สมาชิกภาพส.ส.ของผู้นั้นสิ้นสุดลงแล้วก็ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98 (4) (6)  และมาตรา96(2) โดยมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณี นายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีตส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย และ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นบรรทัดแล้ว  แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคท้ายบัญญัติว่า “กรณีกกต.เห็นว่าสมาชิกภาพของส.ส.คนใดสิ้นสุดลงให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย” ดังนั้นจึงต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด  ซึ่งที่ผ่านมากกต.ก็จะใช้คำร้องของผู้ร้อง หรือหนังสือหารือของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นต้น เรื่องในการพิจารณายื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เช่น กรณีของนายนวัธ และนายเทพไท เป็นต้น

ทั้งนี้ ในส่วนของนายพุทธิพงษ์ และนายอิสระ นายณัฎฐพล ที่เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อนั้นกกต.เห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 105 (2) ถือเป็นอำนาจของประธานสภาผู้แทนราษฎรที่จะพิจารณาว่าการที่ถูกคุมขังอยู่ระหว่างการรอประกันตัวนั้น เป็นเหตุให้ความเป็นส.ส.สิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ และสามารถดำเนินการประกาศให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ เลื่อนขึ้นมาเป็นส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายใน 7 วัน นับแต่ตำแหน่งว่างลงได้เลยหรือไม่ แต่หากหนังสือของสภาที่จะส่งมาขอให้พิจารณากรณีสมาชิกภาพส.ส.ของบุคคลทั้ง 3 ด้วย สำนักงาน ก็จะเสนอกกต.พิจารณารวมไปทั้งหมด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สสส. เดินหน้าสานพลังเครือข่าย ผลักดันยาช่วยเลิกบุหรี่สู่บัญชียาหลักแห่งชาติ
บทความถัดไปลิลลี่ อดีตสาวคนสนิท ‘อิล Illslick’ แจงข่าวที่เกิดขึ้น ไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด ยัน ดำเนินคดีทุกคนที่หมิ่นประมาท