‘นภาพร’ เผยฝ่ายค้านหารือพรบ.ประชามติ 1 เม.ย. ส่วนร่างแก้ไขรธน. อาจแก้เป็นรายมาตรา

‘นภาพร’ เผยฝ่ายค้านหารือพ.ร.บ.ประชามติ 1 เม.ย. ส่วนร่างแก้ไขรธน. อาจแก้เป็นรายมาตรา ยัน สร. เดินหน้าตามวิถีประชาธิปไตยต่อ ควรให้ปชช.ร่วมตัดสินใจ ไม่ใช่กลุ่มคนไม่กี่คนที่ใครเลือกมา

เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 24 มีนาคม ที่รัฐสภา น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) กล่าวถึงกรณีมีแน้วโน้มว่า ส.ว.จะคว่ำพระราชบัญญัติประชามติ (พ.ร.บ.) ว่า เห็นหน้าข่าวแล้วรู้สึกว่า ส.ว.และส.ส.ฝั่งรัฐบาลไม่อยากให้ฝั่งฝ่ายค้านขยับอะไรเลย ก่อนหน้านี้ที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกครั้งหนึ่ง ตนเห็นว่าถ้ายังอยากให้ประเทศเป็นเช่นนี้ สถานการณ์เป็นเช่นนี้ ไม่ช่วยขยับขยายให้คนอื่นมีที่ว่างให้หายใจ ไม่ทำประชามติ ไม่ทำอะไรเลย ประเทศจะเดินต่อยาก ก่อนหน้านี้ก็เห็นแล้วว่าตอนที่มีการชุมนุมช่วงแรก ท่านเห็นว่าการชุมนุมจะจุดติด แล้วท่านทำอย่างไร เห็นด้วยที่จะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ แต่พอเห็นว่าการชุมนุมเริ่มแผ่ว ท่านทำเช่นนี้หรือ นี่คือทางที่ถูกหรือ

เมื่อถามว่า ในส่วนของทางพรรคเสรีรวมไทยจะมีการยืนยันอย่างไร น.ส.นภาพรกล่าวว่า คงต้องเดินหน้าต่อ เพราะเป็นวิถีทางแห่งประชาธิปไตยที่เห็นว่าควรจะต้องกระทำการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ไม่ใช่บุคคลไม่กี่คนที่ใครเลือกมาก็ไม่รู้มาตัดสินใจทำทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ไม่ควรจะเป็น

เมื่อถามว่า ข้ออ้างเรื่องงบประมาณเพราะหากรัฐสภากับประชาชนเข้าชื่อเสนอได้ ก็จะมีเรื่องงบประมาณประชามติ น.ส.นภาพรกล่าวว่า หากจะอ้างเรื่องงบประมาณประชามติ เป็นข้ออ้างที่ไม่ถูกต้องเท่าไร ที่ผ่านมามีการประชุมกี่ครั้งในการศึกษาการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ใช้งบประมาณไปเท่าไร แต่ท่านทั้งหลายก็คว่ำมัน เงินตรงนั้นท่านไม่เสียดายหรือ กับการทำประชามติในอนาคต เรื่องในอนาคต ท่านเสียดาย ก็ดูไม่ค่อยแฟร์ เป็นการเข้าข้างตนเองของส.ว.

เมื่อถามว่า ทางออกจะเป็นอย่างไร ตามกฎหมายอาจจะถอยกลับมาไม่ได้เพราะแพ้โหวตไปแล้ว น.ส.นภาพร กล่าวว่า ทางฝ่ายค้านจะประเมินสถานการณ์ว่าอาจจะให้แก้เป็นรายมาตราหรือไม่ ซึ่งบางคนบอกว่าหากทำเช่นนั้นอาจจะเข้าทางของเผด็จการ ซึ่งขณะนี้กำลังหารือกันอยู่ในกลุ่มฝ่ายค้าน ส่วนเรื่องพ.ร.บ.ประชามติ จะมีการหารือกันอีกครั้งในวันที่ 1 เมษายน

เมื่อถามถึง กรณี ส.ว.จะส่งศาลตีความอีกครั้งหนึ่ง น.ส.นภาพรกล่าวว่า ทางส.ว.ให้ข่าวมาแล้วว่าจะส่งศาลตีความอีกครั้ง ก็เข้าทางเขาอีก แล้วจะให้ทางประชาชนกับฝ่ายค้านสู้อย่างไร เพราะเขาใช้วิธีการพวกมากลากไป หากมีการตีความ ทุกฝ่ายก็พอประมาณการได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น องค์กรอิสระทุกคนก็เหนื่อยใจว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้

เมื่อถามว่า จะยิ่งทำให้การแก้รัฐธรรมนูญช้าขึ้นหรือไม่ น.ส.นภาพรกล่าวว่า ดูท่าทางแล้วจะไม่ได้แก้เลย เขาสร้างทุกสิ่งทุกอย่างมามัดให้มันแก้ยากแบบนี้ เพราะเขาหวังว่าจะไม่ได้แก้ แม้กระทั่งตัวนายกรัฐมนตรีเองที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้พูดแนวนี้ แต่พอเกิดการคว่ำรัฐธรรมนูญก็เริ่มออกมาเยาะเย้ย เห็นว่าภาคประชาชนอ่อนแอลง นายกฯ ก็มาทำเช่นนี้ หากประชาชนมีการรวมตัวกัน จับกลุ่มสีเสื้อกันมาเมื่อไร นายกฯ ก็จำวันนี้เอาไว้แล้วกัน

เมื่อถามว่า มีแนวโน้มว่ากลุ่มสีเสื้อจะมารวมตัวกันหรือไม่ น.ส.นภาพรกล่าวว่า เริ่มมีการพูดคุยกันแล้วว่าจุดที่สมดุลคืออะไร เพราะประเทศเดินต่อไม่ได้ ตั้งแต่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจนถึงพ.ร.บ.ประชามติ เขาไม่พยายามยืดหยุ่นว่าจะทำอย่างไรได้บ้างให้อยู่ตรงกลาง ให้ทุกฝ่ายเดินงานร่วมกันได้ แต่เขาคว่ำ ไม่เอาของใครเลย เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง แบบนี้มันก็เดินกันยาก ผู้ใหญ่หลายคนในบ้านเมืองก็คงไม่อยากเห็นสถานการณ์ดูเลวร้ายลงอีก อย่างที่ตนเคยได้พูดไว้ว่าบ้านเมืองชักจะใกล้เคียงพม่าเข้าไปทุกที ทางรัฐบาลก็ทำตัวเหมือนจะชักศึกเข้าบ้าน หลายๆ อย่างที่ประชาชนเสนอไป รัฐบาลก็ไม่เห็นความสำคัญของประชาชน ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อยาก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon