น.ศ.ราม อัดรัฐสร้างความหวาดกลัวให้คนรุ่นใหม่ ตีความใช้กม.กว้าง แรงเกิน วอนมองค่าความเป็นคน

น.ศ.รามอัดรัฐสร้างความหวาดกลัวให้ ‘คนรุ่นใหม่’ วอนมองค่าความเป็นคน

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรม “เรียกร้องความยุติธรรมให้เพื่อนเรา” โดยมีตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ร่วมปราศรัย สลับกับการบรรเลงดนตรี โดย นายอาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ ศิลปินนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ทั้งนี้ เครือข่ายรามคำแหงฯ ระบุว่า จะมีเซอร์ไพรส์อีกด้วย

เวลา 18.22 น. น.ส.วรัญญา หรือ พังค์ ตัวแทนเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย กล่าวปราศรัยตอนหนึ่ง ความว่า วันนี้ที่เรามาอยู่หน้าเรือนจำเพราะเราอยากจะมาเรียกร้องให้ปล่อยเพื่อนเรา เพราะโดนกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมจากมาตรา 112

“ ปัญหาแรกที่เราทุกคนรู้ว่าไม่เป็นธรรมคือ การเปิดให้บุคคลใดๆ ก็ได้แจ้งความข้อกล่าวหาต่อผู้ที่เห็นต่าง ผู้ที่เห็นต่างกับเราเขาก็จะเอาไปแจ้งความ ซึ่งความจริงเราอาจไม่ได้คิดแบบนั้น

ต่อมาเรื่องการตีความของกฎหมายที่กว้างเกินไป อีกอย่าง ที่เราเห็นว่าเป็นปัญหาก็คือเรื่องโทษรุนแรงเกินไป และไม่มีสิทธิประกันตัว ดังนั้น ข้อเรียกร้องเดิมที่เรายังยืนยัน คือ 3 ข้อเรียกร้อง”

ต่อมา เวลา 18.35 น. น.ส.ปาริชาต  หรือ พลอย จากภาคีเซฟบางกลอย กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า พี่ฟ้าพูดผ่านทนายว่า ให้สู้ พี่เต้นเคยพูดว่า เราคือนักสู้ ไม่ใช่นักโทษ ต่อให้อยู่ในเรือนจำก็อยู่ในฐานะนักสู้ ไม่ใช่นักโทษ เขาพยายามกล่อมเราว่า การชุมนุมคือการก่อความรุนแรง แต่ความรุนแรงมักจะเกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่รัฐ นี่หรือคือการกระทำที่สมเหตุสมผล

“รัฐกำลังสร้างความหวาดกลัวให้กับคนรุ่นใหม่ที่จะออกมาสร้างม็อบ อาจจะโดนคุกคามไปถึงบ้าน หลายครั้งจะใช้มาตรการโควิด ไม่ให้ญาติเข้าไปเยี่ยมในเรือนจำ แต่ผู้คุมข้างในก็ต้องกลับบ้าน มีโอกาสเอามาติดในเรือนจำได้เหมือนกัน ถ้ารัฐอยากให้ปลอดภัยก็ควรให้ฉีดวัคซีนฟรีได้แล้ว ไม่ใช่ฉีดเฉพาะพวกของตัวเอง ต่างประเทศสามารถซื้อวัคซีนให้คนทั้งประเทศ แต่ไทยไม่สนใจใคร คนที่ติดคือคนที่มีเงินไปเที่ยว ส่วนคนจนหาเช้ากินค่ำต้องมารับผล เหมือนคำพูดที่ว่า ‘ติดคนรวย ซวยคนจน’ มาตรการฉุกเฉินไม่เคยย้อนกลับ ไปหารัฐมนตรีที่ติดโควิดเลย เขาก็ฝ่าฝืน พ.ร.ก.เหมือนกัน ทำไมไม่ดำเนินคดี

เราทำเพื่อปากท้อง บอกไม่ให้ทำมาหากิน ให้ปิดผับ ปิดบาร์ คนทำงานไม่ได้มีแค่นายทุน ทำไมร้านสะดวกซื้อไม่เคยปิด นี่รอบที่ 3 แล้วทำไมรัฐบาลยังบริหารได้เหมือนเดิม ก็บอกแล้วถ้าทำไม่ได้ ก็ออกไป ยังด้านอยู่อีก ทุกวันนี้สวัสดิการดีๆ ก็ไม่เคยได้รับ รัฐบาลไม่เคยทำตามนโยบายของตัวเอง ถ้าบริหารประเทศเหมือนประเทศอื่นไม่ได้ ก็ช่วยทำตามนโยบายให้ได้หน่อย ให้มันคุ้มกับภาษีที่จ่ายไปหน่อย ฉีกรัฐธรรมนูญเข้ามา ไม่ได้โทษแค่รัฐบาลนี้ แต่ที่ด่าเพราะรัฐประหารเข้ามา ฉีกรัฐธรรมนูญเข้ามา พลเอกประยุทธ์ ไม่เคยเป็นนายกในสายตาหนู เป็นแค่กบฏ สวัสดิการที่ทุกคนควรได้ เงินเยียวยาเอาเข้าทำไมเราชนะ แอพพ์ก็ล่ม เข้าก็ยาก และการได้รับสวัสดิการไม่ควรเป็นการชิงโชค” น.ส.วรัญญากล่าว

น.ส.วรัญญากล่าวต่อว่า รัฐสวัสดิการที่อยากได้ คือการได้รับสิทธิพื้นฐานอย่างเท่าเทียม บางคนลงทะเบียนไม่ทัน ไม่มีสมาร์ทโฟน ก็ไม่ได้ รถเมล์ ก็ยังขึ้นคันเดียวกับยายอยู่เลย ออกมาบอกว่าเราชังชาติถ้าเราชังชาติ จะอยากให้ชาติมันขึ้นหรือไม่ คนที่ชังชาติจริงๆ คือคนที่ถ่วงความเจริญ และยังไปจับมือกับใครบางคนให้มีการรัฐประหารในพม่า เด็กที่อยู่ในบ้าน 7 ขวบ ถูกยิง นี่หรือคือสิ่งที่ควรได้รับ หมู่บ้านทะลุฟ้าขอคืนพื้นที่ แต่เอาตู้คอนเทนเนอร์ไปปิด ก็ใช้ไม่ได้เหมือนเดิม แสดงให้เห็นว่าคุณกลัวเรา กลัวที่เราจะไปอยู่ข้างที่ทำงานคุณ นั่นคือความต่ำช้า อ่านหนังสือ เมื่อ 90 ปีที่แล้ว จนตอนนี้ประเทศเราก็ยังไม่พัฒนา

“อย่ามองว่าลุงเขาฉีดสเปรย์ใส่นักข่าวคือการหยอกล้อ ไม่ใช่ นั่นคือไม่มีมารยาท เราต้องสอบโทอิค แต่นายกเราพูดได้แค่ Yes No Okay  ซื้อรถถังมา อย่าลืมว่าเอามาหั่นแบ่งกินไม่ได้ เราไม่ต้องการอาวุธยุทธโธปกรณ์ที่จะเอามาใช้กับเรา เราต้องการข้าวปลา เลี้ยงปากท้อง รัฐธรรมนูญขยันฉีกกันเหลือเกิน บางคนก็ขยันอนุมัติ อย่างโตโต้ ล่าสุดโดนคดีอั้งยี่ ซ่องโจร และอาวุธในประเทศนี้ก็ไม่อนุญาติ มีแค่คนที่เป็นทหารไม่ใช่หรือที่ได้รับการอนุญาติ บอกว่าโควิดไม่น่ากลัว แต่ไม่เคยมีไทม์ไลน์ว่ามีคนติดโควิดมาจากม็อบเลย สุดท้ายก็มาจากรัฐบาล ไม่เห็นมีการจับพวกเดียวกันเลย ไว้ใจรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ พี่น้องบางกลอยโดนข้อหาไปถางป่า บุกรุกป่า ก็ดีใจที่อย่างน้อยได้ดำเนินคดีกับคนที่บุกรุกป่าจริงๆ

ต่อมา เมื่อเวลา 19.00 น. มีการจัดกิจกรรมประมูลผ้าเช็ดหน้า เพื่อสมทบทุนให้ครอบครัวของ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง ในการสู้คดี ซึ่งด้านหลังมีลายเซ็นของนายภาณุพงศ์ โดยเริ่มต้นประมูลอยู่ที่ 100 บาท ทั้งนี้ มีผู้ประมูลไปในราคา 1,500 บาท จากนั้วมีการประมูลภาพนักกิจกรรมที่ถูกคุมขัง โดยปิดที่ราคา 200 บาท

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ทส.ลงนามการดำเนินงาน ลดการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์
บทความถัดไปพานาโซนิค เตรียมยุติกิจการโรงงานผลิตตู้แช่ จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนย้ายไปจีน