‘รองโฆษก ปชป.’ ย้ำร่างแก้ไข รธน. 3 พรรคจะปรับเนื้อหาให้ ปชช.ได้ประโยชน์สูงสุด

‘รองโฆษก ปชป.’ ย้ำร่างแก้ไข รธน. 3 พรรคจะปรับเนื้อหาให้ ปชช.ได้ประโยชน์สูงสุด

เมื่อวันที่ 18 เมษายน นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ได้ร่วมกันเสนอแก้ไขว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทั้ง 3 พรรคได้นำเสนอผ่านทาง นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์เสนอต่อสาธารณชนนั้น เป็นการยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขในหลายส่วน เช่น มาตรา 29 สิทธิในกระบวนการยุติธรรม มาตรา 43 สิทธิชุมชน มาตรา 46 สิทธิผู้บริโภค และมาตรา 72 สิทธิในการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับพี่น้องประชาชนเป็นต้น เพราะมาตราที่กล่าวมานั้น มีปัญหาเป็นอย่างมากในการบังคับใช้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ เพราะฉะนั้นร่างที่จะเสนอให้มีการแก้ไข จะมีการปรับปรุงหลักการและเนื้อหาเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด

นายชัยชนะกล่าวต่อว่า ส่วนที่จะมีการแก้ไขให้มี ส.ส.เขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คนนั้น เป็นการแก้ไขให้กลับไปอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ประชาชนเป็นคนเลือกตัวแทนในพื้นที่ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อควรจะเป็นบุคคลทรงคุณวุฒิและมีวุฒิภาวะที่เหมาะสมไม่ใช่เป็นช่องทางให้พรรคการเมืองเอาไปแก้ปัญหาภายในพรรค รวมทั้งปัจจุบันมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อบางราย ไม่ได้ทำหน้าที่เป็น ส.ส.ตามความคาดหวังของประชาชนอย่างที่ควรจะเป็นด้วย และการเสนอให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ก็เนื่องมาจากในเมื่อมี ส.ส. 2 ประเภทก็จะต้องมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพื่อให้ประชาชนเลือกให้ตรงกับความต้องการ ไม่ใช่บัตรใบเดียวแล้วสร้างความลำบากใจให้ประชาชนจนทำให้เจตนารมณ์ในการเลือกของประชาชนเกิดผิดเพี้ยนไปได้ ส่วนประเด็นอื่นๆ เช่น โดยจะตัดวรรคสอง มาตรา 88 ประเด็นว่าด้วยการเลือกนายกรัฐมตรี  ที่ระบุว่าพรรคการเมืองจะไม่เสนอรายชื่อบุคคลดังกล่าวก็ได้ออกเพื่อให้ทุกพรรคการเมืองต้องเสนอบัญชีนายกรัฐมนตรีให้ประชาชนได้พิจารณาในช่วงการแข่งขันเลือกตั้ง มาตรา 159 ว่าด้วยการพิจารณาแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี จะเพิ่มเนื้อหาให้บุคคลที่เสนอชื่อให้สภาลงมติเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.และ ตัดมาตรา 272 ที่ให้อำนาจวุฒิสมาชิกร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ถือว่าเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคการเมืองและสร้างความสง่างามให้กับผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

“เพราะในรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น บทบัญญัติเรื่องการให้มีบัญชีนายกฯ 3 รายชื่อ แต่เปิดช่องให้บางพรรคไม่ต้องเสนอรายชื่อ อาจจะทำให้ประชาชนสงสัยว่ามีการฮั้วกันในระหว่างการเลือกตั้ง อีกทั้งการให้นายกฯมาจาก ส.ส. ก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีที่เป็นสากลที่ให้นายกรัฐมนตรีมาจากการที่ประชาชนเลือก ดังนั้น ทุกประเด็นที่ทั้ง 3 พรรคได้ร่วมกันแก้ไขนั้น จะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนและระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ซึ่งร่างแก้ไขทั้งหมดหากผ่านขั้นตอนในรัฐสภาแล้ว ก็จะนำร่างไปให้ประชาชนผู้ซึ่งเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติด้วยว่า จะเห็นด้วยกับสิ่งที่ตัวแทนของประชาชนได้ดำเนินการแก้ไขหรือไม่” นายชัยชนะกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon