โฆษก กมธ.ติดตามเงินกู้แก้โควิด แนะรบ.อย่ายึดติดจีดีพี ควรเน้นเยียวยาปชช.-ฟื้นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

โฆษก กมธ.ติดตามเงินกู้แก้โควิด แนะรบ.อย่ายึดติดจีดีพี ควรเน้นเยียวยาปชช.-ฟื้นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการติดตามตรวจสอบการใช้เงินกู้จากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 3 ฉบับ เพื่อแก้ไขและฟื้นฟูปัญหาโควิด-19 ว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลปรับลดวงเงินกู้ใน พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 จากวงเงิน 7 แสนล้านบาท เหลือเพียง 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้จ่ายเฉพาะที่จำเป็น เพราะเงินกู้คือเงินที่จะต้องชำระคืน ซึ่งเป็นภาระเงินภาษีของประชาชนในอนาคต แต่ทั้งนี้ไม่อยากให้รัฐบาลพิจารณาเฉพาะตัวเลขจีดีพี ว่าเมื่อมีเงินกู้ก้อนนี้แล้วจีดีพีจะเติบโต 1.5% แต่อยากให้พิจารณาว่าเมื่อกู้มาแล้วจะสามารถช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนได้รับผลกระทบจริงหรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลเกิดการหลงทางได้ และที่ผ่านมาตัวเลขดังกล่าวยังทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยว่าทำไมจีดีพีโตขึ้น แต่ประชาชนยังลำบากอยู่

“เพราะที่ผ่านมาเมื่อรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องดูแต่ตัวเลขจีดีพี ซึ่งที่ผ่านมาตัวเลขจีดีพีมันโต แต่เม็ดเงินมันไปกระจุกอยู่เฉพาะบางกลุ่มสาขาอาชีพ เช่น ผู้รับเหมาภาครัฐ ผู้ส่งออก แต่การบริโภคประชาชนไม่ได้เพิ่มขึ้น จึงไม่อยากให้รัฐบาลหลงทางว่ากู้เงินมาแล้วจะกระตุ้นให้จีดีพีโตอีก 1.5% ไม่อยากให้รัฐบาลไปมุ่งตรงนั้น แต่อยากให้รัฐบาลกู้มาแล้วเอาเงินมาใช้เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงๆ และฟื้นฟูภาคธุรกิจที่มีปัญหาผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19โดยตรง จะดีกว่าไปดูตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะมันจะทำให้การใช้จ่ายงบประมาณหลงทางได้” นายอัครเดช กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ที่ประเทศเวลส์มีนายกเทศมนตรี ผู้ไม่มีเพศเป็นคนแรกของโลก
บทความถัดไปคุรุสภาเดินหน้าใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์รับ-ส่งหนังสือราชการ