‘ชัยชาญ’ แจง กลาโหม งบลด 3 ปีติด ชี้ กองทัพจำเป็นต้องใช้ปกป้องประเทศ

‘ชัยชาญ’ แจง กลาโหม งบลด 3 ปีติด ชี้ กองทัพจำเป็นต้องใช้ปกป้องประเทศ รักษาผลประโยชน์ทางทะเล 24 ล้านล้านบาท รับปากใช้คุ้มค่า เสียแล้วซ่อมไม่ค่อยซื้อใหม่

ต่อมาเวลา 18.58 น. พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม อภิปรายชี้แจงงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหม ว่า ในภาพของการดำเนินการของกองทัพ ที่อยู่ในกระทรวงกลาโหมนั้น ทุกหน่วยงานตระหนักดีและเข้าใจถึงสถานการณ์วิกฤตการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพ และหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม

ใช้ศักยภาพและทรัพยากรที่มีอยู่ ทั้งกำลังพลและหน่วยแพทย์ เข้าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย ภาคเอกชน และภาคประชาชนที่จะบูรณาการร่วมกันในการช่วยเหลือป้องกันจำกัดการแพร่ระบาดของ โควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่าง กระทรวงกลาโหมได้ดำเนินการกับกระทรวงสาธารณสุข

และกรุงเทพมหานคร เรื่องสถานกักกันโรค และสถานที่กักกันโรคทางเลือก ซึ่งเป็นกลไกลสำคัญที่จะรองรับคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ เพื่อควบคุมอาการและสังเกตการณ์ไว้เป็นเวลา 14 วัน นอกจากนี้ กองทัพได้วางกองกำลังป้องกันชายแดนทั่วประเทศเพื่อป้องการการลักลอบเข้าตามเขตชายแดน เมื่อสภากาชาดไทยขาดแคลนโลหิต เราก็ได้ให้กำลังพลร่วมบริจาคโลหิตกว่า 32,649,700 ซีซี

พล.อ.ชัยชาญ อภิปรายต่อว่า ส่วนเรื่องงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ตั้งแต่ปี 2563 จนถึง 2565 นั้น ขอชี้แจงว่า ปี 2563 กระทรวงกลาโหมได้รับงบประมาณ 231,745 ล้านบาท เมื่อมีสถานการณ์โควิดเกิดขึ้นก็ส่งคืนงบประมาณ 18,022 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้แก้ไขวิกฤตโควิด (ลดลง 7.78%) ของงบประมาณทั้งหมด ส่วนปี 2564 ได้รับงบประมาณ 214,530 ล้านบาท ลดลง 17,215 ล้านบาท (ลดลง 7.43%) ปี 2565 กระทรวงกลาโหมได้รับการเสนอตั้งงบประมาณ 203,281 ล้านบาท ลดลง 11,249 ล้านบาท (ลดลง) 5.24% โดยแยกงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ได้เป็น ด้านแผนงานพื้นฐาน 29,431 ล้านบาท ลดลง 524 ล้านบาท (ลดลง 1.75%) แผนงานยุทธศาสตร์ งบประมาณ 66,548 ล้านบาท ลดลง 11,235 ล้านบาท (ลดลง 14.44%) แผนงานบูรณาการงบประมาณ 2,267 ล้านบาท ลดลง 1,229 ล้านบาท (ลดลง 35%) แผนงานบุคลากรภาครัฐ 105,034 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,740 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1.69%)

พล.อ.ชัยชาญ อภิปรายว่า ในแต่ละกองทัพส่วนงานก็จะเห็นได้ว่า สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมลดลง 448 ล้านบาท กองบัญชาการกองทัพไทยลดลง 1,948 ล้านบาท กองทัพบก ลดลง 6,603 ล้านบาท กองทัพเรือ ลดลง 1,129 ล้านบาท และกองทัพอากาศลดลง 688 ล้านบาท สำหรับการพัฒนากองทัพและยุทโธปกรณ์ปกรณ์นั้น กองทัพเองก็มีหน้าที่ในการเตรียมกำลังให้พร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ ท่านอาจจะมองว่ายังไม่มีสถานการณ์เกิดขึ้นหรือสงสัยว่าจะไปรบกับใคร


ตนอยากเรียนว่าในส่วนของกองทัพนั้น กองทัพก็ต้องประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาประเทศไทยนั้นตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรอินเดีย มีเขตทางทะเลอ่าวไทย และอันดามัน 3.2 แสนตารางกิโลเมตร ความยาว 3,193 กิโลเมตร มีผลประโยชน์ทางทะเล ปีละ 24 ล้านล้านบาท กองทัพจึงต้องเตรียมกำลังพร้อมไว้ส่วนหนึ่งเพื่อผลประโยชน์ของชาติ เป็นการเตรียมกองกำลังไว้ส่วนเดียว ส่วนยุทโธปกรณ์ก็เตรียมไว้เพียงหนึ่งส่วนสามเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นการซ่อมปรับปรุงและยืดอายุการใช้งาน เป็นการลดงบประมาณในการจัดหาใหม่

พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า ตลอดมากองทัพจะใช้วิธีการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพเพื่อให้ใช้งานได้นานขึ้น ยกตัวอย่างเรื่องอุตสาหกรรมระหว่างประเทศที่สามารถผลิตยางได้เองโดยไม่ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ 16,600 เส้นต่อปี เป็นการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งผลิตกระสุนปืนเล็กเพื่อใช้ในการปฏิบัติการ มีกำลังการผลิต 50 ล้านนัดต่อปี

 

ซึ่งเพียงพอที่จะใช้ในทุกเหล่าทัพ ส่วนในยุทโธปกรณ์ที่ล้าสมัยก็มีการดำเนินการปลดประจำการและแลกเปลี่ยนกับยุทโธปกรณ์ใหม่ ในส่วนยุทโธปกรณ์ใหม่นั้นจะจัดซื้อเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลพี่น้องประชาชนในทุกเรื่อง โดยเฉพาะสถานการณ์โควิดควบคู่กับการปฏิบัติภารกิจของกระทรวงกลาโหม งบประมาณทั้งหมดที่เสนอขอกองทัพจะใช้งบประมาณนั้นให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุด

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เร่งอัตราฉีด! ฮ่องกงให้วันหยุดล่อ ขรก.ฉีดวัคซีนต้านโควิด
บทความถัดไปแข้งตาบอดไทยพ่ายเจ้าภาพญี่ปุ่น 0-1 ศึกฟุตบอลคนตาบอดปรีพาราลิมปิก