‘เพื่อไทย’ ชี้ ‘ประยุทธ์’ จัดการโควิดพลาด ทำธุรกิจท่องเที่ยวทรุด จี้เร่งช่วยเหลือก่อนกู่ไม่กลับ

‘เพื่อไทย’ ชี้ ‘ประยุทธ์’ จัดการโควิดผิดพลาดทำธุรกิจท่องเที่ยวทรุดหนัก จี้เร่งช่วยเหลือก่อนท่องเที่ยวไทยกู่ไม่กลับ แนะปรับรูปแบบการท่องเที่ยวรองรับอนาคต

นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ รองเลขาธิการ และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวในการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายปี 65 ว่า การท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการระบาดของไวรัสโควิดทั้ง 3 รอบจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของรัฐบาล ซึ่งทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวที่เคยทำรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาลมีสัดส่วนถึง 16% ของจีดีพี และมีการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง ต้องมีรายได้หดหาย มีปัญหาหนี้สินเป็นจำนวนมาก หนี้ NPLของธุรกิจท่องเที่ยวพุ่งขึ้นถึง 5 แสนล้าน และจะทำให้หนี้เสียในระบบธนาคารมีโอกาสพุ่งถึง 1.1 ล้านล้านบาทแล้ว หรือ 6.44% ของสินเชื่อรวม

นอกจากปัญหาของรัฐบาลในการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิดแล้ว พลเอกประยุทธ์ยังล้มเหลวในการจัดการวัคซีน ซึ่งหากสามารถกระจายการฉีดได้มาก ก็จะสามารถเปิดประเทศได้เร็ว การท่องเที่ยวก็จะสามารถฟื้นได้เร็ว แต่พลเอกประยุทธ์มีปัญหาการจัดการวัคซีนอย่างมาก หากจำได้ผมเองได้เสนอแนะแนวทางเรื่องวัคซีนนี้มาตลอด และได้แนะนำล่วงหน้าไปถึงเรื่องพาสปอร์ตวัคซีนแบบดิจิทัลแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมและรองรับเพื่อให้เปิดการท่องเที่ยวได้ แต่ปัจจุบันขนาดแค่เรื่องปริมาณวัคซีนก็ยังขาดแคลน

ผลกระทบของธุรกิจท่องเที่ยวที่หดหาย ไปซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยให้แย่กว่าเดิม ทำให้ยอดคนจนพุ่งสูงขึ้น 100% จาก 4.7 ล้านคนเป็น 9.7 ล้านคน ตัวเลขผู้ว่างงาน ที่กำลังตกงาน และนักศึกษาที่กำลังจะจบใหม่ รวมๆ เกือบ 10 ล้านคน หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงขึ้นถึง 92% คิดง่ายๆ คือ คนไทย 67 ล้านคน จะมีหนี้เพิ่มขึ้นคนละ 14,000 บาทต่อหัว เปรียบคือทารกเกิดใหม่ปุ๊บ มีหนี้ทันทีเลย 140,000 บาท

ทั้งนี้เพราะเศรษฐกิจของไทยขยายตัวอย่างต่ำมาตลอด เก็บรายได้ไม่เคยเข้าเป้า ในขณะที่ตลอด 7 ปีนี้ ใช้เงินมาแล้วกว่า 20.8 ล้านล้านบาท แต่ GDP ยังโตเฉลี่ยปีละแค่ 1% กว่าเท่านั้น เป็นรัฐบาลที่สร้างหนี้สูงสุดในประวัติศาสตร์ และก็ทำให้เศรษฐกิจพังเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์เช่นกัน

ทั้งที่การท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อประเทศอย่างมาก แต่กลับได้รับการจัดสรรงบประมาณที่น้อยมาก มีสัดส่วนเพียง 0.24% เท่านั้น แสดงถึงพลเอกประยุทธ์ไม่สามารถแยกแยะลำดับความสำคัญของเรื่องต่างๆ ได้ ทั้งนี้อยากเสนออนาคตของการท่องเที่ยวไทยในรูปแบบใหม่เช่น โมเดลการท่องเที่ยวปลอดภัย ผ่านการผลิตอาหาร-ผลไม้ สมุนไพรเพื่อสุขภาพ สู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างยั่งยืน หรือการสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เช่น โครงการ 1 อำเภอ , 1 แหล่งท่องเที่ยวใหม่ เพื่อสร้าง Landmark ใหม่ๆ ในconcept CBT และ BCG ภายใต้แนวคิด smart tourism และ creative economy เป็นต้น ซึ่งไม่แน่ใจว่าพลเอกประยุทธ์จะเข้าใจขนาดไหน นอกจากนี้ รัฐบาลควรจะต้องมีแนวทางในการแก้ไขฝุ่น PM 2.5 ที่เป็นภัยต่อสุขภาพของประชาชน แต่กลับไม่มีงบประมาณในเรื่องนี้เลย

นายจักรพลจึงสรุปว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีครั้งนี้ ไม่ผ่าน ไม่ตอบโจทย์ ไม่เรียงลำดับความสำคัญ ไม่รังสรรค์ ไม่เห็นทางรอด และไม่สามารถปล่อยให้ผ่านไปได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon