‘กนก’ แนะถอดบทเรียนเงินกู้ 1 ล้านล้าน วางแผนใช้เงินกู้ 5 แสนล้าน เน้นวัคซีน-ควบคู่ฟื้น ศก.

“กนก” แนะถอดบทเรียน เงินกู้ 1 ล้านล้าน วางแผนใช้เงินกู้ 5 แสนล้าน ต้องเบิกจ่ายรวดเร็ว ทั่วถึง เน้นจัดหาวัคซีน ควบคู่ฟื้นเศรษฐกิจ เตือนอย่าพลาดอีกเพราะโอกาสกู้เพิ่มยาก เหตุหนี้สาธารณะจ่อทะลุเพดาน 60%

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.นายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 9 มิ.ย.ว่า เงินกู้ส่วนนี้ประกอบด้วย 3 แผนงาน คือ 1.แผนงานแก้ไขปัญหาการระบาดละลอกใหม่ 30,000 ล้านบาท 2.แผนงานช่วยเหลือเยียวยา หรือชดเชยให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ 300,000 ล้านบาท และ 3.แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 170,000 ล้านบาท

ซึ่ง พ.ร.ก.ฉบับนี้ไม่ต่างจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลนำมาใช้ในปีที่ผ่านมา ดังนั้นคำถามสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนที่จะพิจารณา พ.ร.ก. 5 แสนล้านบาท คือ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ที่ผ่านมามีปัญหาอะไรบ้างที่ควรจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ได้แก่

การใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ล่าช้าใช้ไม่หมด และส่วนที่ใช้ไปนั้นไม่ได้แก้ปัญหาตามเป้าหมายที่กำหนด คือการป้องกันและแก้ไขการระบาดของโควิด-19 ที่จัดหาวัคซีนล่าช้า มีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการ  การจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จะรับรองผู้ป่วยล่าช้า การพลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไม่เกิดผลสำเร็จเพราะโครงการที่นำเสนอไม่ได้ทำให้เกิดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เช่น การท่องเที่ยว ส่วนการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนจัดทำได้ดีกว่าอีก 2 แผนงาน แต่ก็มีปัญหาเรื่องความรวดเร็วและทั่วถึงประชาชนที่เดือดร้อน

นายกนกกล่าวต่อว่า ดังนั้นประเด็นที่ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ที่ต้องพิจารณาคือจะสามารถแก้ไขเรื่องความรวดเร็วและทั่วถึงของการช่วยเหลือประชาชน ผู้ประกอบการที่เดือดร้อน การจัดหาวัคซีนจะรวดเร็วและมีปริมาณเพียงพอกับความต้องการตามสถานการณ์การแพร่ระบาดหรือไม่ และสุดท้ายคือการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ รัฐบาลจะสามารถกำหนดแนวทางและเป้าหมายการพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้สำเร็จผ่านโครงการอะไร ในเรื่องอะไร แค่ไหน ปัญหาสำคัญของ พ.ร.ก.เงินกู้ทั้ง 1 ล้านล้านบาท และ 5 แสนล้านบาท ไม่ได้อยู่ที่ว่าควรหรือไม่ควรกู้ เพราะทุกคนต่างเข้าใจถึงความจำเป็นที่จะต้องกู้เพื่อแก้ไขวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น แต่ปัญหาอยู่ที่ขีดความสามารถทางการบริหารของรัฐบาลว่าจะสามารถใช้เงินกู้นี้ให้ตรงเป้า รวดเร็ว โปร่งใส และเห็นผลสำเร็จ มากน้อยแค่ไหน

“พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท จึงเป็นโอกาสอีกครั้งที่รัฐบาลจะแก้ไขข้อผิดพลาดของการบริหารเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท และโอกาสที่จะกู้ครั้งที่ 3 คงจะยากแล้วเพราะเงินกู้เต็มวงเงิน 60% ของจีดีพีประเทศ ที่กำหนดไว้เป็นกรอบความยั่งยืนทางการคลังแล้ว ดังนั้นผมจึงขอเอาใจช่วยให้รัฐบาลประสบความสำเร็จแก้ปัญหาทั้ง 3 เรื่องตามเป้าหมายของ พ.ร.ก.กู้เงินนี้” นายกนกกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon