‘โฆษกประชาชาติ’ ขอบคุณบิ๊กตู่ บูรณาการการจัดการวัคซีน ให้ อปท.มีส่วนร่วม สร้างภูมิคุ้มกันหมู่

‘โฆษกประชาชาติ’ ขอบคุณบิ๊กตู่ บูรณาการการจัดการวัคซีน ให้ อปท.มีส่วนร่วม สร้างภูมิคุ้มกันหมู่

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน นายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ขอบคุณ ศบค.และนายกรัฐมนตรีที่จัดให้มีการบูรณาการในการบริหารและจัดการวัคซีน และเปิดโอกาสให้ อปท.ได้มีส่วนร่วมในการจัดหาวัคซีนให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่ขอตั้งข้อสังเกตเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและความรวดเร็วในการจัดหาวัคซีนไว้รวม 5 ประการ ประกอบด้วย (1) นายกฯต้องติดตามและเร่งรัดการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐตามข้อ 3 ของประกาศ ศบค.ลงวันที่ 8 มิ.ย. 64 และประเมินผลการปฏิบัติงานทุกสัปดาห์ เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า เมื่อได้รับการร้องขอจาก อปท. หรือภาคเอกชน เพราะการแพร่ระบาดของโรคเป็นไปอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ไม่มีวันหยุด

นายสุพจน์กล่าวว่า (2) เปิดกว้างในการนำเข้าวัคซีนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก WHO เพื่อมิให้มีการผูกขาด หรือกีดกัน หรือสร้างเงื่อนไข กับบริษัทผู้ผลิตรายหนึ่งรายใด (3) รัฐบาลต้องออกแนวทาง หรือหลักเกณฑ์ หรือวิธีการ หรือขั้นตอน หรือข้อปฏิบัติที่เรียกเป็นอย่างอื่นในการจัดหาวัคซีน หรือจัดทำคู่มือให้ อปท.และภาคเอกชนเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานและการตรวจสอบของ ศบค. หรือกลไกของรัฐที่เกี่ยวข้อง

นายสุพจน์กล่าวว่า (4) ลดอุปสรรคของการบริหารการจัดการภาครัฐ ตลอดจนเร่งรัดในการแก้ไข กฎ ระเบียบ ที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินงาน โดยให้ถือเป็นเรื่องสำคัญและถือว่าชีวิตของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่และเศรษฐกิจของประเทศเป็นเป้าหมาย และ (5) ต้องตรวจสอบไม่ให้มีการทุจริตในกระบวนการจัดหาวัคซีน และต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด หากตรวจพบ หรือสืบทราบได้ว่ามีการฉ้อฉลและทุจริต หรือ เจ้าหน้าที่มีการเจรจาและต่อรองหาเงินเข้าพกเข้าห่อ

“ผมมีเจตนารมณ์เพื่อให้การจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด -19 ได้เข้าถึงประชาชนโดยทั่วถึงและรวดเร็ว อันจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดกับประเทศ และเกิดการยอมรับจากสากลที่ทุกฝ่ายต่างต้องให้ความร่วมมือ และหาทางออกร่วมกันในการแก้ไขปัญหา ต้องไม่ถือเป็นเรื่องการเมือง หรือเป็นเรื่องที่เสนอจากฝากฝั่งของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและยามนี้ ต้องพูดภาษาเดียวกัน

“ภาพรวมท้องถิ่น หรือ อปท. มี (ก) เงินสะสมซึ่งมีอยู่ประมาณสี่แสนล้านบาท (ข) เงินจาก ‘กองทุนส่งเสริมกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น’ และ (ค) เงินรายได้ที่ท้องถิ่นจัดเก็บเองและที่รัฐบาลจัดสรรให้ เพียงพอ แต่อยู่ที่ว่าท้องถิ่น หรือ อปท. จะบริหารจัดการเงินรายได้ เงินกองทุนและเงินสะสม (ที่หักเงินสำรองตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยและภาระผูกพันสำหรับงบบุคลากรสามเดือน รวมถึง เงินกันสำรองร้อยละ 10 สำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีของท้องถิ่น ตลอดจน ภาระตามที่ก่อหนี้ผูกพัน) อย่างไรให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” นายสุพจน์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon