‘ชัยธวัช’ เตือนเพื่อน ส.ส. อย่าหลงเกมต่ออายุ ’บิ๊กตู่’ หนุนแก้ รธน.ฉบับ พปชร. (มีคลิป)

‘ชัยธวัช’ เตือนเพื่อน ส.ส. อย่าหลงเกมต่ออายุ ‘บิ๊กตู่’ หนุนแก้ รธน.ฉบับ พปชร. ย้ำต้องประชามติ-ปิดสวิตช์ ส.ว.

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายรังสิมันต์ โรม ส.สบัญชีรายชื่อ ในฐานะรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ร่วมแถลงความเห็นต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับพลังประชารัฐ และข้อเสนอต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสถานการณ์ปัจจุบัน

นายชัยธวัชกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ พปชร.คือการต่ออายุระบอบ คสช. หัวใจของวิกฤตรัฐธรรมนูญในปัจจุบันคือรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ของ คสช. เป็นการออกแบบระบบการเมืองให้มีการเลือกตั้งบังหน้า แต่สร้างกลไกต่างๆ โดยเฉพาะการให้อำนาจสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการคัดสรรของ คสช.ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีด้วยเพื่อสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งได้ โดยขัดแย้งกับเสียงและเจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่ที่ต้องการกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย

วิกฤตรัฐธรรมนูญดังกล่าวทำให้สังคมเรียกร้องต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน แต่ที่ผ่านมาพรรคพลังประชารัฐ แกนนำรัฐบาลของระบอบประยุทธ์ ได้เตะถ่วงและขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ’60 เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญและการแก้ไขประเด็นอื่นๆ ทั้งที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและโดยประชาชนมาโดยตลอด ทว่าปัจจุบันกลับมาแสดงบทบาทนำในการเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราเสียเอง ซึ่งพรรคก้าวไกลมีความเห็นต่อข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ดังนี้

ข้อเสนอแรก การเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งครอบคลุมหลายประเด็นหลายมาตรา แม้จะมีเนื้อหาปลีกย่อยบางส่วนดูเหมือนจะดี เช่น การแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่โดยเนื้อแท้แล้ว การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายมาตราเป็นเพียงการทำให้เกิดความสับสน ปะผุให้แก่รัฐธรรมนูญฉบับ คสช. แล้วเบี่ยงประเด็นออกจากปัญหาใจกลางของวิกฤตรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้แก่ การยกเลิกรัฐธรรมนูญ’60 ที่ให้ประชาชนจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เอง และการยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสืบทอดอำนาจคณะรัฐประหาร

ข้อเสนอต่อมา ท่ามกลางข้อเสนอแก้ไขหลายมาตรา เป้าหมายที่แท้จริงของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับ พปชร.มีเพียงสองประการ

“ประการแรกคือ แก้ไขระบบเลือกตั้ง ซึ่ง คสช.เชื่อมั่นว่า การเสนอแก้ไขระบบเลือกตั้งจะเป็นขนมล่อให้นักเลือกตั้งจำนวนมากสนับสนุน พปชร. และหากเปลี่ยนไปใช้ระบบการเลือกตั้งแบบคู่ขนานได้ โดยมี ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มขึ้นเป็น 400 คน และลด ส.ส.บัญชีรายชื่อลงเหลือ 100 คนนั้น จะทำให้ พปชร.ได้เปรียบในการเลือกตั้ง ซึ่งขนาดเขตเลือกตั้งที่เล็กลงง่ายต่อการเอาชนะเลือกตั้งโดยอาศัยอำนาจรัฐ อำนาจเครือข่ายอิทธิพล และอำนาจทุน ประกอบกับเมื่อไม่ต้องนำเสียงของประชาชนทุกเสียงมาคำนวณจำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรคการเมืองแล้ว เสียงของประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก ก็จะกลายเป็นคะแนนตกน้ำ เป็นเสียงที่ไม่มีความหมาย

ประการที่สองคือ การเสนอแก้บทบัญญัติมาตรา 144 โดยยกเลิกเนื้อหาความรับผิดของ ส.ส.และ ส.ว.ที่พยายามแปรญัตติเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือจํานวนในรายการของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย และการเสนอแก้บทบัญญัติมาตรา 185 โดยยกเลิกเหตุแห่งความรับผิดของ ส.ส.และ ส.ว.ที่กระทำการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการหรือการดําเนินงานในหน้าที่ประจําของเจ้าหน้าที่รัฐ และการเข้าไปมีส่วนร่วมในการใช้จ่ายเงินงบประมาณหรือให้ความเห็นชอบในการจัดทําโครงการใดๆ ของหน่วยงานของรัฐ เป็นการเปิดช่องให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลสามารถเข้าไปเบียดบังงบประมาณจากภาษีของประชาชนมาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวได้”

นายชัยธวัชกล่าวต่อไปว่า โดยสรุป การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของ พปชร.มีเป้าหมายที่แท้จริงอยู่ที่การเบี่ยงเบนประเด็นออกจากการจัดทำรัฐธรรมใหม่ทั้งฉบับ, การแก้ระบบเลือกตั้งให้ตนเองได้เปรียบโดยไม่ยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี, และการเปิดช่องให้ฝ่ายรัฐบาลเข้าไปเบียดบังนำงบประมาณของประเทศมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองนั้น จึงเป็นเพียง ‘การต่ออายุ’ ให้แก่ระบอบ คสช.

“ด้วยเหตุนี้ พรรคก้าวไกลจึงขอเรียกร้องไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพรรคการเมืองทั้งหลาย อย่าได้ร่วมสังฆกรรมกับละครแก้รัฐธรรมนูญฉากนี้ของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งไม่ได้นำประเทศออกจากวิกฤตรัฐธรรมนูญ ไม่ได้นำไปสู่การคืนอำนาจให้ประชาชน ไม่นำไปสู่อะไรเลยนอกจากการปูทางให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย“ นายชัยธวัชกล่าว

ในส่วนของข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรรมนูญฉบับพรรคก้าวไกล นายชัยธวัชกล่าวว่า พรรคก้าวไกลขอเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพรรคการเมืองทั้งหลาย หันกลับมาสู่แนวทางของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย ส.ส.ร.ที่มาจากเลือกตั้งของประชาชน โดยเริ่มต้นจากการผลักดันให้ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็วที่สุด จากนั้นจึงผลักดันให้เกิดการลงประชามติขอความเห็นชอบของประชาชน ผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ เพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. และจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยผ่านการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่มีการจำกัดอำนาจสูงสุดของประชาชน

“พรรคก้าวไกลขอคัดค้านหากจะมีการตกลงกันให้เตะถ่วงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติที่ค้างอยู่ แล้วเลื่อนวาระการแก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญรายมาตรามาพิจารณาก่อนในการประชุมร่วมของรัฐสภา ซึ่งน่าจะมีขึ้นภายในเดือนนี้ การเปิดทางไปสู่การทำประชามติยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 ต้องมาก่อนการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา

สำหรับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรานั้น ในสถานการณ์ปัจจุบัน พรรคก้าวไกลเห็นว่าต้องมุ่งเน้นไปที่ ‘การปิดสวิตช์ ส.ว.’ ยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรีก่อนเป็นอันดับแรก ความพยายามในการแก้ไขระบบเลือกตั้งหรือการแก้ไขในประเด็นปลีกย่อยอื่นๆ ที่ดูดี แต่ไม่ปิดสวิตช์ ส.ว.ย่อมไม่มีความหมายต่อการยุติการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร

การไปร่วมเล่นเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่ พปชร.นำมาล่อ โดยไม่สามารถยกเลิกอำนาจเลือกนายกฯ ของ ส.ว.ย่อมมีความหมายเพียงการช่วย ‘ต่ออายุ’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้น โดยพรรคก้าวไกลขอให้ ‘ผู้แทนราษฎร’ ทั้งหลาย ร่วมมือกับประชาชน ยุติรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหาร ยุติการต่ออายุ คสช. คืนอำนาจให้ประชาชนอย่างแท้จริง”

นายชัยธวัชกล่าวต่อไปว่า การยกเลิกอำนาจ ส.ว.เป็นเรื่องยาก แต่มีความเป็นไปได้โดยเฉพาะการลงประชามติเพื่อถามประชาชนก่อน ไม่มีเหตุผลใด หาก พ.ร.บ.ประชามติผ่านการพิจารณา เมื่อประกาศบังคับใช้สามารถประกาศใช้ได้เร็ว ภายในปีนี้ และการผลักดันทำให้เกิดการลงประชามติก่อนการตั้ง ส.ส.ร.จะเป็นหลักประกันสำคัญหากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นยุบสภา โดยอาจจะทำประชามติ พร้อมกับเลือกตั้งทั่วไปได้ หรือหากรัฐบาลลาออก รัฐบาลที่ทำหน้าที่ชั่วคราวหลังจากนั้นก็สามารถที่จะทำประชามติได้ นี่เป็นเส้นทางที่มีความมั่นคงแน่นอนกว่า ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (14 มิ.ย.64) จะมีการประชุมประจำสัปดาห์ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกลจะเสนอข้อเสนอของพรรคเข้าสู่ที่ประชุมด้วย ทั้งในข้อเสนอการทำประชามติกับการแก้รายมาตราที่ให้ความสำคัญอันดับแรกการแก้ไขยกเลิกมาตรา 272 ในการยกเลิก ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี และพรรคก้าวไกลไม่ได้เห็นด้วยกับระบบเลือกตั้งปี 2560 เรามีข้อเสนอเกี่ยวกับระบบเลือกตั้งที่ควรจะเป็น โดยเราอยากเสนอให้ยกเลิกวุฒิสภาไปเลยให้มีสภาเดี่ยว เราอยากปฏิรูปสถาบันตุลาการ ทุกองค์กรอิสระศาลรัฐธรรมนูญ ให้ยึดโยงกับอำนาจของประชาชน สามารถตรวจสอบถ่วงดุลได้

ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า มีประเด็นที่สำคัญในการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรกที่ต้องอาศัยเสียงของสมาชิกวุฒิสภา จุดนี้เป็นสิ่งสำคัญเพราะว่า ส.ว.ไม่มีความชอบธรรมอะไรเลย และเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เนื่องจาก ส.ว.ไม่ได้มามาจากการเลือกตั้งของประชาชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่างหากที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนโดยแท้จริง

“ในส่วนของพรรคก้าวไกล เราไม่คิดว่าการแก้รัฐธรรมนูญที่ทำอยู่เป็นการแก้วิกฤตที่เกิดขึ้น ทั้งที่มาของ ส.ว. อำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ ปัญหาองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ และปัญหาอีกจำนวนมากทำให้เรามาสู่วิกฤตในปัจจุบัน
การแก้รัฐธรรมนูญเพียงแค่เพื่อแก้ระบบเลือกตั้ง มาตรา 144 และแก้เพื่อสิทธิบางอย่าง ไม่ได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาการแก้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง เราคิดว่าการแก้แบบนี้เป็นการสมคบคิดทำลายเสียงของประชาชน และทำให้เสียงของประชาชนตกน้ำ ซึ่งคงไม่ใช่ทางออกของประเทศนี้ที่จะเป็นสังคมประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง เราในฐานะ ส.ส.และพรรคการเมืองที่ยืนหยัดเพื่อพี่น้องประชาชน เรามีหน้าที่ที่จะหยุดกระบวนการนี้ และเราจะใช้กลไกในรัฐสภา เดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อเป็นรัฐธรรมนูญเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง” นายรังสิมันต์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon