‘ทนายวันชัย’ อัด ส.ส.ชงแก้รัฐธรรมนูญ เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่ ส.ว. เจอรุมประท้วงทันที

“วันชัย” ชี้ เสนอแก้ รธน.ทำพรรคเล็กหายพรรคใหญ่ผงาด อัดอย่าเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่ส.ว. ด้าน ส.ส.พปชร.ไล่ “วันชัย” ลาออกจากวุฒิสมาชิก ไม่ให้เป็นรอยด่างของระบอบ ปชต.

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ฉบับ ที่เสนอโดย พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอ 1 ฉบับ พรรคร่วมฝ่ายค้าน 4 ฉบับ และพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรค อีก 8 ฉบับ

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

จากนั้นเวลา 12.55 น. เปิดให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายแสดงความคิดเห็น โดย นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. อภิปรายว่า กรแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ ในส่วนของระบบการเลือกตั้งพรรคเล็กจะหายไป พรรคใหญ่จะผงาด ลดบทบาทภาคประชาชน มีอิทธิพลล้วงลูกและก้าวก่าย โดยเฉพาะงบประมาณและข้าราชการประจำ ส่วนเรื่องปิดสวิสช์ ส.ว. ยืนหยัดมาตั้งแต่ต้นว่าสนับสนุนในการตัดมาตรานี้ แต่เรื่องนี้ที่ ส.ส.และพรรคการเมืองเสนอมานั้น อยากใช้คำพูดว่า “กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง ทำทีเรียกร้องประชาธิปไตย เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่ ส.ว.” ส่วนเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสิทธิเสรีภาพ หรือเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ตนถือว่าเป็นเรื่องเครื่องเคียงของการเสนอแก้กฎหมายในครั้งนี้ ถ้าจะพูดตามคำกลอนของสุนทรภู่ คือ “อันพริกไทย ใบชีเหมือนสีกาต้องโรยหน้ากันเสียหน่อยให้อร่อยใจ” ความจริงจะมีการเพิ่มหรือไม่เพิ่ม จะแก้หรือไม่แก้ เรื่องเหล่านี้มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ และมีอยู่ในกฎหมายลูกอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องกระบวนการยุติธรรม

“การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ ผมเห็นว่า เป็นเรื่องของการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง เป็นเรื่องของการเอาชนะกันทางการเมือง ไม่ใช่เรื่องของประชาชน เป้าใหญ่คือระบบเลือกตั้ง แพ้ชนะกันทางการเมือง ว่าใครจะได้ ส.ส.มากกว่ากัน มองถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นครั้งหน้า ในสภาแห่งนี้มีการพูดกันมาตลอดว่า บ้านเมืองนี้มีการลือกตั้งกี่ครั้ง ไม่ว่าจะมีการเลือกตั้ง อบจ. อบต. เทศบาล หรือเลือกตั้ง ส.ส. มีการโกงกัน ซื้อสิทธิขายเสียงในทุกระดับมีการคอร์รัปชั่นมหาศาล แต่เราไม่เคยคิดแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้การเเลือกตั้งสุจริต เคยกระชับรัฐธรรมนูญให้เข้มแข็งปราบปรามคอร์รัปชั่นหรือไม่ ซึ่งไม่ได้ทำเลย แต่พูดถึงว่าใครจะชนะกันมากกว่า” นายวันชัยกล่าว

นายวันชัยกล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญปี 60 ในเรื่องระบบเลือกตั้ง และระบบพรรคการเมืองนั้น เขาต้องการให้ประชาาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง ประชาชนเป็นเจ้าของพรรคร่วมในการบริหาร และคัดคนลงสมัครรับเลือกตั้ง และมีส่วนร่วมในการออกเงินให้พรรค ทุกคะแนนของประชาชนมีราคา ไม่มีความหมายโดยไม่ทิ้งน้ำ ทำให้ประชาชนมีโอกาสได้คนใหม่ๆ แต่สิ่งที่เสนอแก้มานี้ พรรคเล็ก พรรคน้อยจะหายไป พรรคใหญ่ๆ ทุนหนาๆ จะผงาด ลดบทบาทภาคประชาชนตามรัฐธรรมนูญปี 60 ไปอย่างสิ้นซาก นายทุนจะครอบงำพรรค คนมีเงินมีอำนาจจะมีบทบาททางการเมือง พรรคการเมืองจะเป็นเหมือนบริษัท ลูกพรรคหรือ ส.ส.จะเป็นเหมือนพนักงาน ธุรกิจการเมืองจะกลับมาอีก เรากำลังปิดสวิตช์คนยากคนจน คนด้อยโอกาสที่จะเข้ามามีบทบาทางการเมือง

ทำให้ นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ประท้วงนายวันชัยว่ากำลังเสียดสีสมาชิกรัฐสภา และอยากให้นายวันชัยแสดงออกในการอภิปรายครั้งนี้ ด้วยการลาออออกจากการเป็น ส.ว.เพื่อไม่ให้เกิดรอยด่างของระบอบประชาธิปไตย จะเอาดีใส่ตัวไม่ได้

ขณะที่ นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประท้วงนายวันชัยว่า เสียดสีด่าทอให้ร้าย เพราะการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศดีขึ้น ไม่ใช่ว่าคนอื่นแย่ หรือเลวหมด ดังนั้น ประธานที่ประชุม ต้องกำชับ อย่าเป็นผู้ใหญ่แต่อายุ ฝึกความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเองด้วย

ทำให้นายพรเพชร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้กำชับให้นายวันชัยพูดตรงประเด็น อย่าพูดจาว่าคนอื่น

นายวันชัยได้ตอบโต้ทันทีว่า ไม่ได้ว่าใครเลย ความจริงเวลาพูดถึง ส.ว.จะมีการกล่าวหาโจมตี ส.ว.อย่างรุนแรง ซึ่งตนพูดในภาพรวมไม่ได้หมายถึง ส.ส.คนหนึ่งคนใด และความเป็นผู้ใหญ่ของตนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่บางคนทางการเมืองก็รู้อยู่ว่าทำอะไร และยืนยันว่า ในการเลือกนายกฯ คือส.ส.และรัฐบาลจะอยู่สั้นหรืออยู่ยาว จะล้มหรือไม่อยู่ที่ ส.ส.ไม่เกี่ยวกับ ส.ว. ถ้า ส.ส.รวมกันได้เกินกว่า 250 เสียง อย่างไร ส.ว.ต้องเลือกคนนั้นเป็นนายกฯ ถ้าไปเลือกคนอื่นรัฐบาลและ ส.ว.ก็อยู่ไม่ได้ และทุกวันนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา อยู่ได้ด้วยพรรคการเมืองและส.ส.ไม่ใช่อยู่ได้ด้วย ส.ว.

อย่างไรก็ตาม การประท้วงระหว่าง นายวันชัย และนายคารม ยังมีต่อหลังจากที่นายวันชัย อภิปรายแล้วเสร็จ โดยนายคารมย้ำว่า อย่าทำตัวเป็นผู้วิเศษขอให้ควบคุม ขณะที่ นายวันชัยตอบโต้ว่า “ขอให้หาพรรคอยู่ให้ได้ก็แล้วกัน”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon