‘ก้าวไกล’ ประกาศไล่ปิดสวิตช์ ส.ว.สมัยประชุมหน้า เล็งใช้ทุกช่องเร่งทำประชามติ ตั้ง ส.ส.ร.เขียนกติกาใหม่

‘ก้าวไกล’ ประกาศไล่ปิดสวิตช์ ส.ว. สมัยประชุมหน้าโหวตแก้ รธน. ชี้ชัดว่าคือตัวปัญหา เล็งใช้ทุกช่องเร่งทำประชามติ ตั้ง ส.ส.ร.เขียนกติกาใหม่

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงผลการลงมติในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ฉบับ ว่า ผลการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวานนี้ (24 มิถุนายน) เป็นที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง ที่สุดท้ายร่างที่เสนอให้ปิดสวิตช์ ส.ว.ทั้ง 2 ฉบับถูกปัดตกทั้งหมด ทั้งๆ ที่ได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ส.มากที่สุด และเกินกึ่งหนึ่งของเสียงในรัฐสภา แต่กลับต้องตกไปเพราะเสียงของ ส.ว.

“ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยกเลิก มาตรา 272 ของพรรคฝ่ายค้าน และของพรรครัฐบาล 3 พรรค ได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.มากที่สุด 441 และ 440 เสียงตามลำดับ เกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภาแล้ว แต่ได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. 15 และ 21 เสียงเท่านั้น ไม่ถึงเกณฑ์ 1 ใน 3 ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับ คสช.กำหนด เช่นเดียวกับร่างฉบับอื่นทั้งหมดที่ไม่มีร่างใดได้เสียง ส.ว.ถึง 1 ใน 3 เลย

“ดังนั้น จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ตอนนี้อุปสรรคสำคัญที่สุดในการแก้ไขวิกฤตรัฐธรรมนูญ ซึ่งควรเริ่มต้นจากการปิดสวิตช์ ส.ว. คือ ส.ว.ซึ่งส่วนใหญ่ยังลุแก่อำนาจที่ตนเองได้มาโดยคณะรัฐประหาร ขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตย”  นายชัยธวัชกล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายชัยธวัชกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม พรรค ก.ก.ยืนยันว่าจะเดินหน้าปิดสวิตช์ ส.ว.ต่อไปในสมัยประชุมถัดไปเดือนพฤศจิกายน เพราะถ้าปิดไม่ได้ เสียงของประชาชนก็จะถูกบิดเบือนเหมือนเดิมในการเลือกตั้งครั้งหน้า นอกจากนี้ เรื่องที่สำคัญที่สุดคือการผลักดันให้เกิดการลงประชามติยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อเปิดทางให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากประชาชนเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับให้ได้ ซึ่งขณะนี้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติได้ผ่านรัฐสภาไปแล้ว อยู่ในระหว่างรอให้นายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯ ภายใน 90 วัน นั่นหมายความว่าช้าสุด กฎหมายประชามติจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนกันยายนนี้

นายชัยธวัชกล่าวว่า เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ พรรค ก.ก.จะเสนอญัตติให้รัฐสภาพิจารณาให้มีการจัดทำประชามติทันที โดยพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และ ส.ว.ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธการทำประชามติ เพราะที่ผ่านมา ตอนคว่ำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อให้มี ส.ส.ร.ก็อ้างว่าต้องให้ประชาชนลงประชามติก่อน ขณะเดียวกัน ประชาชนก็สามารถเข้าชื่อ 50,000 ชื่อเพื่อเสนอไปยัง ครม. ให้ทำประชามติได้เช่นกัน นี่เป็นแนวทางคู่ขนานระหว่างสภากับประชาชนเพื่อแก้วิกฤตรัฐธรรมนูญให้ได้อย่างแท้จริง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โควิดในกรุงยังสูง กทม.เคาะเพิ่มเตียงเหลือง-แดง 596 เตียง คาดเริ่มรับผู้ป่วย 10 ก.ค.นี้
บทความถัดไปศบค.ผวา ‘คลัสเตอร์ช่างยนต์’ อ.บางพลี ติดเชื้อแล้ว 129 ราย กระจายหลายคลัสเตอร์ กทม.จับตา 107 คลัสเตอร์