จาตุรนต์ จวกรบ.ดำเนินนโยบายผิดพลาดร้ายแรง ปมตรวจหาผู้ติดเชื้อ-Rapid Test

จาตุรนต์ จวกรบ.ดำเนินนโยบายผิดพลาดร้ายแรง ปมตรวจหาผู้ติดเชื้อ-Rapid Test

นายจาตุรนต์ ฉายแสง  อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซ​บุ๊ก Chaturon Chaisang ระบุว่า

รัฐบาลดำเนินนโยบายผิดพลาดร้ายแรง ในการตรวจหาผู้ติดเชื้อ และ Rapid Test

เห็นข่าวสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะใช้ Rapid Test ตรวจ ส.ส.และผู้ที่จะเข้าไปในบริเวณรัฐสภา และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาทำนองว่าเป็นการมีอภิสิทธิ์เหนือกว่าประชาชนทั่วไปที่หาที่ตรวจไม่ได้กันอยู่ในเวลานี้

ทำให้คิดว่าเราน่าจะต้องมาดูกันว่าการที่ประชาชนหาที่ตรวจไม่ได้ และการที่ ส.ส.เพิ่งได้ตรวจด้วย Rapid test ก่อนเข้าประชุมสภา ปัญหาใหญ่จริงๆ คืออะไรกันแน่

ผมคิดว่าดีแล้วที่รัฐสภาไทยจะใช้ Rapid test กันเป็นประจำ ไม่ใช่เรื่องมีอภิสิทธิ์อะไร และเราควรส่งเสริมให้มีการใช้ Rapid test นี้อย่างแพร่หลายทั่วไปด้วย

แต่ที่ต้องถามต่อคือทำไมองค์กรอื่น อาชีพอื่นไม่ได้ตรวจบ้าง คนที่สงสัยว่าตัวเองป่วย จะหาที่ตรวจก็ไม่ได้ ปัญหาอยู่ที่ไหน ?
เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเกี่ยวกับการตรวจหาผู้ติดเชื้อที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรงของรัฐบาลนี้

WHO ให้คำแนะนำประเทศต่างๆ มาตลอดว่าต้องให้ความสำคัญกับการตรวจหาผู้ติดเชื้อและหลายประเทศทำการตรวจเป็นจำนวนมากทั้งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดหนักและในช่วงที่การแพร่ระบาดลดลงมากแล้ว

ประเทศไทยตรวจหาผู้ติดเชื้อน้อยมาก ช่วงที่คุมการแพร่ระบาดได้ดีก็ให้เหตุผลว่า เมื่อไม่มีผู้ติดเชื้อก็ไม่รู้จะตรวจไปทำไม ทำให้กว่าจะรู้ว่ามีการระบาดก็มีปัญหามากเสียแล้ว

ในช่วงการระบาดระลอก 3 ประเทศไทยมีการตรวจมากขึ้น แต่ก็ยังถือว่าน้อย เมื่อเทียบกับหลายประเทศ ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ตรวจพบกับจำนวนผู้ติดเชื้อจริงแตกต่างกันมาก ไปตรวจคลัสเตอร์ไหนที่สงสัยมักพบว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้ตรวจคลัสเตอร์ทำนองเดียวกันอีกเป็นร้อยๆ แห่ง

เมื่อพบผู้ติดเชื้อในแคมป์ก่อสร้างบางแห่งพบว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก สิ่งที่ควรทำก่อนที่จะสั่งปิดแคมป์ก่อสร้างทั่วไปหมด ก็คือการตรวจคนงานและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยรัฐเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย พร้อมกับวางแผนฉีดวัคซีนให้เขาด้วย

แต่รัฐบาลกลับสั่งปิดและทำให้คนงานกระจัดกระจายไปทั่วประเทศโดยไม่มีการตรวจ เหมือนกับกลัวว่าถ้าตรวจมากตัวเลขจะยิ่งสูง

การตรวจน้อยทำให้การควบคุมการแพร่ระบาดทำได้ยาก การรักษาก็ยากเพราะกว่าผู้ติดเชื้อจะมาถึงหมอ อาการก็หนักแล้ว
นโยบายตรวจน้อยอย่างที่รัฐบาลใช้อยู่จึงเป็นนโยบายที่ผิดอย่างมาก

นโยบายเกี่ยวกับการตรวจหาผู้ติดเชื้อยังมีเรื่องที่ผิดมากๆ อีก 2 เรื่อง

หนึ่ง คือการออกกฎระเบียบบังคับให้โรงพยาบาลทุกแห่งเมื่อตรวจพบผู้ติดเชื้อแล้ว จะต้องรับไว้รักษา ซึ่งฟังดูเหมือนจะดี เป็นหลักประกันว่าผู้ป่วยจะได้รับการรักษา แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม โรงพยาบาลหลายแห่งไม่พร้อมและได้รับผลกระทบจากการรับรักษาผู้ป่วยโควิด ก็ไม่อยากตรวจ ระยะหลังโรงพยาบาลหลายแห่งงดตรวจ หน่วยงานที่ทำการตรวจจะตรวจก็ถูกสั่งห้ามเพราะเตียงล้น ตรวจแล้วก็ไม่สามารถรับไว้รักษาได้ก็จะผิดระเบียบ

คนในหลายจังหวัดโดยเฉพาะกรุงเทพฯ หาที่ตรวจยากเย็นแสนเข็ญอยู่แล้ว ก็ยิ่งลำบากมากยิ่งขึ้น กว่าจะได้รับการตรวจรักษาก็อาการหนัก ที่เสียชีวิตไปก่อนก็มีไม่น้อย

กฎระเบียบนี้จึงควรจะยกเลิกเสียโดยเร็ว เปลี่ยนเป็นส่งเสริมให้โรงพยาบาลต่างๆ รับตรวจให้มากๆ หากพบผู้ติดเชื้อก็แจ้งไปที่ศูนย์ประสานงานจัดหาที่กักตัวและรักษาพยาบาลให้ผู้ป่วย
สอง ที่ผิดพลาดอย่างมากคือการไม่ส่งเสริมให้ใช้ Rapid Test
หลายประเทศที่ควบคุมการแพร่ระบาดและลดการตายลงได้มากๆ เขาใช้ Rapid Test ให้ซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปและให้ประชาชนตรวจตัวเองได้ เป็น Self test ไปแล้ว อุปกรณ์นี้ราคาถูก ใช้ได้สะดวก รู้ผลเร็ว ปัจจุบันประสิทธิภาพก็สูง

แต่ประเทศไทยใช้ Rapid test น้อยมาก ไปค้นดูสถิติการใช้ Rapid Test ในประเทศต่างๆ เปรียบเทียบกัน จะไม่พบตัวเลขของประเทศไทย

รัฐบาลนอกจากไม่ส่งเสริมให้สถานพยาบาลของรัฐ ใช้ Rapid test ตรวจฟรี ยังออกคำสั่งห้ามบริษัทหรือองค์กรต่างๆ ที่ไม่ใช่สถานพยาบาลของรัฐซื้อและใช้อุปกรณ์นี้ มีคนนำเข้ามาก็ไม่รู้จะไปขายใคร

เรื่องการตรวจหาผู้ติดเชื้อนี้ จำเป็นต้องเปลี่ยนนโยบายเสียใหม่โดยเร็วที่สุด คือ

1.ต้องตรวจให้มากขึ้นอีกหลายเท่าของที่ทำอยู่ พื้นที่เสี่ยงและผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต้องไดรับการตรวจโดยเร็ว โดยรัฐช่วยออกค่าใช้จ่ายให้

2.ยกเลิกระเบียบที่บังคับให้โรงพยาบาลเมื่อตรวจพบว่าติดเชื้อแล้วต้องรับไว้รักษา ส่งเสริมให้โรงพยาบาลมาช่วยกันตรวจหาผู้ติดเชื้อ ตั้งศูนย์ประสานการจัดหาที่รักษาผู้ป่วยขึ้นมา

3.ยกเลิกคำสั่งที่จำกัดผู้ซื้อ ผู้ใช้ Rapid test ไว้ที่สถานพยาบาลเท่านั้น เปลี่ยนเป็นอนุญาตและส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บริษัทเอกชนและองค์กรต่างสามารถซื้อและใช้ Rapid Test ได้ภายใต้การแนะนำของแพทย์ และรีบพิจารณาส่งเสริมการนำเข้า อุปกรณ์ Rapid test ที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งที่สามารถให้ประชาชนใช้ตรวจตัวเองได้อย่างที่ใช้กันอยู่ในหลายประเทศ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon