‘ทรงศักดิ์’ ไม่มองการแบ่ง รมต.รับผิดชอบส่งผู้ป่วยรักษาตัวภูมิลำเนาเป็นการเมือง ย้ำแนวทาง รบ.อยากแก้วิกฤต

‘ทรงศักดิ์’ ไม่มองการแบ่ง รมต.รับผิดชอบส่งผู้ป่วยกลับรักษาตัวภูมิลำเนาเป็นการเมือง ชี้เป็นเรื่องของไวรัสที่มีทุกประเทศ หากเป็นเรื่องการเมือง ทุกประเทศก็เป็นการเมือง ย้ำ ‘อนุทิน’ มีนโยบายให้ ส.ส.เกาะติดพื้นที่ตลอดอยู่แล้ว

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้รัฐมนตรีแต่ละคนรับผิดชอบนำประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 กลับไปรักษาตัวในพื้นที่ภูมิลำเนาของตัวเอง ถือว่ามีประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ว่า ตนไม่ได้มองว่าเป็นการเมือง ส่วนตัวตนมองว่าการรับคนแต่ละจังหวัดกลับส่วนใหญ่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ที่มีความเข้าใจกัน อยากให้รัฐมนตรีที่มีภูมิลำเนาอยู่แต่ละแห่งลงไปช่วยประสานงาน ซึ่งการสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ถึงกับเป็นคำสั่ง ตนได้ฟัง พล.อ.ประยุทธ์พูดในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ (20 กรกฎาคม) เห็นว่าเป็นการหารือร่วมกันว่าแนวทางควรจะเป็นอย่างไร

นายทรงศักดิ์กล่าวว่า ในความเป็นจริงแม้จะไม่มีการหารือใน ครม. ในทางปฏิบัติรัฐมนตรีหรือผู้แทนราษฎรก็ดูแลพื้นที่ของตนเองกันอยู่แล้ว เพียงแค่เป็นแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้นว่ารัฐบาลก็มีความตั้งใจจริงและอยากให้ปัญหาวิกฤตที่แพร่ระบาดมีเจ้าภาพในการดูแลแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดไม่ได้เกี่ยวกับการเมือง แต่เป็นเรื่องของไวรัสที่มีทุกประเทศ หากบอกว่าเป็นเรื่องการเมือง ทุกประเทศก็เป็นการเมืองหมดใช่หรือไม่ ก็คงไม่ใช่

นายทรงศักดิ์กล่าวอีกว่า เรื่องนี้เป็นความร่วมมือกันและ พล.อ.ประยุทธ์​ก็ได้ถามความสมัครใจด้วยว่าใครสมัครใจไปที่ไหน อย่างไร จึงเป็นที่มาว่าทุกคนอยากมีส่วนร่วม อยากให้การแพร่ระบาดยุติและกลับมาสู่สภาวะปกติในเร็ววัน ซึ่งมองว่าสังคมประเทศไทยบ้านเราไม่เหมือนต่างประเทศ ตนมองว่ามีความสัมพันธ์กัน มีความคุ้นเคยและผูกพันกัน หากเราได้อาศัยตัวแทนของประชาชนไม่ว่าจะเป็นผู้แทนราษฎรและรัฐมนตรี ตนมองว่ามีความใกล้ชิดกันอยู่แล้ว ฉะนั้น การสื่อสารไม่ว่าจะเป็นคนที่มีความผูกพันใกล้ชิดกันในพื้นที่สามารถที่จะทำความเข้าใจและร่วมมือกันด้วยงานที่ถูกต้อง ทำให้ปัญหาแก้ไขได้เร็วขึ้น

นายทรงศักดิ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้โรงพยาบาลสนามในแต่ละจังหวัดก็ได้มีการดำเนินการอยู่แล้ว โดยภาพรวม ซึ่ง จ.บุรีรัมย์ ก็ทำ โดยตนมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ แต่ตนมาดูอีสานใต้และอีสานบนด้วย ก็ได้ลงไปดูและประสานงานหมด

“คำว่ารัฐมนตรีแบ่งพื้นที่รับผิดชอบไม่ได้หมายความว่าแบ่งจังหวัดไปเลย แต่ในพื้นที่ไหนที่สามารถช่วยเหลือกันได้ก็ร่วมมือกันทำ นอกจากนี้ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้มีนโยบายอยู่แล้วว่าให้ ส.ส.แต่ละคนเกาะติดพื้นที่ และพรรคภูมิใจไทยก็ทำงานกับพื้นที่มาตลอด ไม่ใช่ว่าต้องมีเพราะวิกฤตโควิดก็ทำกันอยู่แล้ว แต่พอมีวิกฤตโควิดก็ถือเป็นการที่ต้องเข้าไปทำงานแบบเข้มแข็งและรัดกุมมากขึ้น

“รวมทั้งต้องเข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชนด้วย เพราะเมื่อมีโรงพยาบาลสนาม บางคนก็ไม่เข้าใจและกลัวว่าจะเอาคนติดเชื้อไปอยู่ในพื้นที่ใกล้ตัวของตนเอง แต่เมื่อได้มี ส.ส.หรือตัวแทนของพรรคเข้าไปสื่อสารก็ทำให้การทำงานสามารถแก้ไขได้เร็วขึ้น” นายทรงศักดิ์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“ศูนย์ฉีดวัคซีนเอสซีบี” เปิดให้ผู้สูงอายุ วอล์กอินฉีดแอสตร้าฯได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าเริ่มวันนี้ถึง 30 ก.ค.นี้
บทความถัดไปแพทย์หญิง สุดหดหู่ ถึงจุดต้องเลือกให้ใครได้ไปต่อ ประณามคนพาประเทศมาถึงจุดนี้