‘บิ๊กแก้ว’ มอบ​ เสธ.ศปม.ตรวจหลังเคอร์ฟิวเข้ม​ 111​ จุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่​ กทม.- ปริมณฑล

“บิ๊กแก้ว” มอบ​ เสธ.ศปม.ตรวจหลังเคอร์ฟิวเข้ม​ 111​ จุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่​ กทม.- ปริมณฑล​ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19​ ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อมากขึ้น​ รัฐบาลโดย ​ศบค.จึงกำหนดมาตรการต่างๆ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนในการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อให้สามารถควบคุมโรคอยู่ในวงจำกัด

โดยเมื่อคืนนี้ (21 ก.ค.) พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.)​ มอบหมายให้ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เสนาธิการทหาร/เสธ.ศปม. ลงพื้นที่ตรวจการปฏิบัติการจัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล โดยอากาศยาน เพื่อตรวจการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค การบังคับใช้มาตรการต่างๆ​ โดย​ ศปม.และศปม.เหล่าทัพ ได้สนับสนุน​ ศบค.เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาที่สำคัญ​ อาทิ

การสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยใช้กำลังจากกองกำลังป้องกันชายแดน 8 กองกำลัง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง 3 ทัพเรือภาค และกำลังอีก​ 6​ กองร้อย เพื่อสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองชาวเมียนมา​ ปัจจุบันมียอดการจับกุม 5,810 คน จากตอนใน 622 คน พื้นที่ชายแดน 1,765 คนผู้นำพา 38​คน

การสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์พิเศษต่างๆ ในการตรวจคัดกรองโรคบริเวณแนวชายแดน​ ช่องทางผ่านแดนเข้าออกทั้งในพื้นที่ทางบก ทางน้ำ ท่าอากาศยานต่างๆซึ่ง ศปม.ได้จัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงประจำท่าอากาศยาน (ศปม.ทย.) หรือ EOC เพื่อบูรณาการจัดการเดินทางเข้าประเทศและสถานกักกันโรคแห่งรัฐ (SQ)

รวมถึงการจัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด​ ห้ามออกนอกเคหสถาน ระหว่าง​ 21.00​ น.ถึง​ 04.00​ น. ในพื้นที่​ กทม. 88 จุด จังหวัดปริมณฑล 23 จุด และจังหวัดชายแดนภาคใต้ 39 จุด และด่านตรวจควบคุมการเคลื่อนเข้าออกจังหวัดสูงสุดเข้มงวด 13 จังหวัด จัดสายตรวจร่วม​ ลาดตระเวนใน กทม.และปริมณฑล​ กวดขันห้ามการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มมากกว่า 5 คน

สำหรับการควบคุมแคมป์คนงานใน กทม.จำนวน 593 แคมป์ เพื่อควบคุม/ป้องกันการเคลื่อนย้ายแรงงาน​ การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในหน่วยทหาร 24 แห่ง ทั่วประเทศ รองรับผู้ป่วยได้ 4,947 เตียง​

รวมถึงในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลสนามเขตบางขุนเทียน จัดเจ้าหน้าที่ล่ามภาษาเมียนมาให้กับโรงพยาบาลสนามวัฒนา แฟคตอรี่ จังหวัดสมุทรสาคร โรงพยาบาลสนาม (บุษราคัม) เมืองทองธานี

“ศปม.จะยังคงปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จของประเทศไทยในการควบคุมสถานการณ์ของโรคโควิด 19 ต่อไป” รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทยกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชลบุรียังอ่วม! ยอดป่วยโควิดวันนี้ 620 ราย สะสม 1.7 หมื่นราย
บทความถัดไปกพฐ.จี้ ศธ.ปรับวิธีสอนออนไลน์ ‘เนื้อหา-เทคนิค-ประเมินผล’ ลดเครียด สกัดนักเรียนออกจากระบบกลางคัน