นายกฯเผย มอบกระทรวงต่างประเทศ เจรจาหาวัคซีนเพิ่ม หากทำได้พร้อมปลดล็อกให้ 

นายกฯเผย มอบกระทรวงต่างประเทศ เจรจาหาวัคซีนเพิ่ม หากทำได้พร้อมปลดล็อกให้ 

เมื่อเวลา 21.50 น. วันที่ 29 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ส่งผ่านคณะทำงาน โดยเป็นการบันทึกเทปไว้ในช่วงเวลา 17.00 น.

เมื่อถามว่า ถึงเวลานี้ยังมั่นใจว่า ศบค.บริหารจัดการสถานการณ์ได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คิดว่าเป็นกลไกหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะ ศบค.ตั้งขึ้นมาเพื่อบูรณาการกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหลายกระทรวง หลายหน่วยงานมีกฎหมายของตัวเอง จึงจำเป็นต้องมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกมา ทั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ เหล่านี้ได้ไปทำตามกฎหมายของตัวเอง ตามเป้าหมายหรือมาตรการที่กำหนดออกไปได้

“ต้องเข้าใจ นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบด้วยการบริหาร ด้วยการให้ข้อสังเกตลงไป ให้แนวคิดแนวปฏิบัติลงไป ก็มีการประเมินสถานการณ์ทุกวันจากข้อมูลที่ข้างล่างส่งมา นายกรัฐมนตรีเก็บข้อมูลทุกอัน หากเขาเสนอมาครบแล้ว นายกรัฐมนตรีก็ไม่ต้องห่วงอะไร ก็อนุมัติดำเนินการ ส่วนเรื่องวัคซีน ได้บอกให้ทำความเข้าใจมากขึ้น วันนี้รองนายกรัฐมนตรียืนยันว่าเดือน ส.ค.จะเข้าสู่สถานการณ์ที่ดีขึ้น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เท่าที่ถามดูหลายประเทศมีปัญหาเรื่องวัคซีนที่สั่งจองเหมือนกัน อาจมีปัญหาขีดความสามารถในการผลิต เพราะลูกค้าเยอะ เขาก็จำเป็นต้องตัดยอดในส่วนของเขา อย่าลืมว่าโรงงานของเรา เป็นโรงงานผลิต รับถ่ายทอดเทคโนโลยี รับออเดอร์มาเท่านั้น แต่ยอดทั้งหมด บริษัทใหญ่ บริษัทแม่เป็นคนรวมยอด เรามาตั้งตรงนี้ เพราะเรามีความพร้อม

และวันหน้าหากเราเพิ่มขีดความสามารถได้ดีขึ้น ก็จะเอาวัคซีนส่วนนี้เพื่อไม่ต้องเอาจากที่อื่นมาส่งในอาเซียน ต้องมองตรงนี้เพราะไม่ได้เกี่ยวกับใครเลย การเจรจาเราเจรจากับบริษัทผู้ผลิต รัฐบาลเป็นคนอนุมัติส่งออก เราก็ตรวจสอบมาตรฐาน ใช้เวลา 5 วัน ตรวจสอบทุกล็อต ถึงกระจายต่อได้ แต่ยอดทั้งเดือนเท่าไรก็คือเท่านั้น ส่วนการกระจายวัคซีน พื้นฐานทุกจังหวัดได้รับการฉีด มากน้อยขึ้นอยู่กับตามสถานการณ์ ตามจำนวนประชากร ตรงนี้เป็นสิ่งที่อย่าจับผิดกันเลย เขาพยายามทำเต็มที่แล้ว

“สำหรับเรื่องศูนย์สถานีกลางบางซื่อที่มีปัญหา ข้างในไม่มีปัญหาอะไร แต่มีปัญหาข้างนอก วันนี้ได้สั่งการไปแล้ว หน่วยงานรับผิดชอบรับแก้ปัญหาไปแล้ว ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้คนยืนรอข้างนอก กระจายได้บ้างหรือไม่ หรือออกบัตรคิว ไม่ต้องยืนรอ และมีการประกาศเรียกกันอย่างนี้ ส่วนข้างในเขาทำดีอยู่แล้ว นอกจากนั้น ยังได้ย้ำไปว่าจะต้องเร่งการฉีดกลุ่มผู้ให้บริการพวกไปรษณีย์ พวกส่งอาหาร เป็นภาคบริการต่างๆ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงมาตรการการปิดร้านอาหารว่า ขอให้เข้าใจ เรื่องการปิดร้านอาหารในศูนย์การค้า ทางแพทย์เขาเป็นห่วงว่าต้องปิดไปก่อน ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ประชุมเรื่องโรงพยาบาลสนามบุษราคัม เรื่องศูนย์ฉีดบางซื่อ รวมถึงประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด 12 จังหวัด ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จึงมีความคิดว่า จะทำอย่างไรที่จะสร้างความเข้าใจให้ได้ว่าหากเราประกาศพื้นที่สีแดงดูแล้วน่ากลัว จึงให้ไปดูเรื่องชุมชนสีฟ้า ซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดเชื้อ และจะเป็นแบบอย่างให้ชุมชนอื่น

ส่วนเรื่องงบประมาณก็เห็นว่ามีปัญหาเรื่องงบประมาณ และบุคลากรทางการแพทย์อะไรบ้าง แต่จริงๆ ต้นเรื่องมาจากกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่เขาต้องดำเนินการเบิกจ่าย หากไม่พอก็บอกมา รัฐบาลก็พร้อมดูแล ปัญหาตอนนี้อยู่ที่ความช้า เบิกจ่ายช้า กลายเป็นว่ารัฐบาลผิดอีก ก็ไม่ได้โทษว่าเขาผิด แต่เราก็สั่งเต็มที่ เตรียมอนุมัติให้เร็วที่สุด แต่ต้องระมัดระวังให้สุจริต เพราะเงินหลวงตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ต้องระวังตรงนี้ด้วย และอยากฝากทุกคนช่วยกันนำชุมชน หมู่บ้านของท่านให้เป็นพื้นที่สีฟ้า เป็นพื้นที่ปลอดภัยดูแลซึ่งกันและกัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงเรื่องวัคซีนว่า ทุกประเทศมีปัญหา แต่วันนี้ให้กระทรวงการต่างประเทศ ภาคธุรกิจไปเจรจากับบริษัทผู้ผลิตว่าสามารถเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่ ถือว่าเป็นตัวแทนของรัฐบาลไปอีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากกระทรวงสาธารณสุขไปจัดหา หากทำได้ก็นำเข้าสู่มาตรฐานตรวจสอบของกระทรวงสาธารณสุข เราพร้อมยินดีปลดล็อกให้ แต่ต้องเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพ และสามารถนำเข้าได้จริง ส่วนวัคซีนสปุตนิก วี ต้องชี้แจงว่าเราอยากได้มานาน เป็นวัคซีนหลัก แต่บริษัทไม่พร้อมเสียที ส่งเอกสารไม่ครบ วันนี้ได้รับปลดเอกสารไปเยอะ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าไปกีดกัน เราเปิดรับทุกยี่ห้อ ส่วนเรื่องไฟเซอร์ขอให้เคลียร์เสียที ไม่มีการเก็บซ่อน จะมาอีกล็อตวันที่ 30 ก.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายการให้สัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวว่า “สวัสดีพี่น้องคนไทยทุกคน รัฐบาลทำงานอย่างเต็มความสามารถถ้าวันนี้ไม่ทำต่อเนื่องกันไปให้ได้ก็ไม่มีทางสำเร็จ เพราะเราเริ่มต้นมามันมีทั้งจังหวะที่ตัวเลขสูงขึ้นและลดลง ซึ่งเวลาที่จำนวนลดลงก็ทำดี พอตัวเลขสูงขึ้นต้องมาดูว่าไม่ดีตรงไหน มีปัญหาตรงไหนก็แก้ตรงนั้น ช่วยกัน ก็ขอฝากสื่อด้วย ผมไม่เคยมีปัญหาอะไรกับสื่อทั้งสิ้น”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กรมอุตุฯเตือนมรสุม ฝนถล่มภาคตะวันออก-ภาคใต้ 70 % ระวังน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก
บทความถัดไปประกันสังคมย้ำ! สมัคร ม.40 แล้ว ต้องจ่ายเงินสมทบภายใน 31 ก.ค. รับสถานะผู้ประกันตน