กมธ.แก้รธน.ถกหลักการเสร็จ ยื่น ‘ชวน’ 16 ส.ค.นี้

กมธ.แก้รธน.ถกหลักการเสร็จ ยื่น “ชวน” 16 ส.ค.นี้ “ศุภชัย” อัดปชป.แปรญัตติผิดข้อบังคับ เพิ่มข้อความเกินกว่าที่เสนอแก้ไข

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ. … แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 เดินหน้าประชุมเสร็จสิ้นในหลักการแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ. … แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 เปิดเผยภายหลัง การประชุม กมธ. ว่าที่ประชุมได้พิจารณาเสร็จสิ้นในหลักการแล้ว สาระสำคัญคือบทเฉพาะกาล โดยให้ออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งให้เสร็จใน 120 วัน นับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ แต่ในกรณีที่มีการยุบสภา หรือมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นก่อน โดยที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญยังไม่เสร็จ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกประกาศระเบียบใช้ไปพลางก่อน เพื่อให้มีการเลือกตั้งได้ ตามรัฐธรรมนูญที่แก้ไขใหม่ ทั้งนี้ การแก้ไขในมาตรา 83 มีการปรับปรุงแก้ไขถ้อยคำให้สมบูรณ์ขึ้น ส่วนมาตรา 91 ยืนตามหลักการเดิม ให้การคำนวณคะแนน อยู่ในกฎหมายลูกเป็นหลัก

นายนิกรกล่าวต่อว่า นอกจากนี้มีการแก้ไขมาตรา 86 ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับหลักการให้มีสัดส่วน ส.ส.เขต 400 คน บัญชีรายชื่อ 100 คน และมีการตัดบางมาตราที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับการคิดคำนวณแบบสัดส่วนผสม ซึ่งตอนนี้เป็นแบบบัตร 2 ใบ จึงไม่มีสัดส่วนผสมแล้ว ทาง กมธ.จึงให้ตัดออก

“การพิจารณาเกือบเสร็จแล้ว แต่มีปัญหากันเล็กน้อยระหว่าง กมธ.จากพรรคก้าวไกล และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธาน กมธ. มีความขัดแย้งกันเล็กน้อยเกี่ยวกับการประชุม ทำให้ต้องปิดการประชุมไปก่อน และจะประชุมใหม่ในวันที่ 13 สิงหาคม เพื่อยืนยันหลักการ และตรวจรายงานการประชุม ปรับปรุงแก้ไขถ้อยคำเล็กน้อยก็จะเสร็จสิ้น จึงคาดว่าจะสามารถยื่นรายงานต่อประธานสภาได้ในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ นอกจากนี้สมาชิกส่วนใหญ่สงวนคำแปรญัตติไว้ไปอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภาต่อไป” นายนิกรกล่าว

Advertisement

ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะ กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ แถลงว่า ไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาของ กมธ. เพราะไม่น่าจะเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงสงวนความเห็นเสนอต่อที่ประชุม กมธ. เนื่องจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เสนอโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป. และคณะเสนอแก้ไขมาตรา 83 และ 91 ซึ่งเป็นร่างเดียวที่ที่ประชุมรัฐสภารับร่าง หมายความว่าไม่รับร่างอื่น นั่นคือเจตนารมณ์ของรัฐสภา ณ วันนั้น ที่ไม่ประสงค์แก้ไขมาตราอื่น แต่ปรากฏว่าการพิจารณาของ กมธ. มีเหตุการณ์ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนอย่างมากมาย คือ การเสนอความเห็น และแปรญัตติ ซึ่งคิดว่าไม่ได้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาปี 2563 ข้อที่ 124 เพราะในการพิจารณาปรากฏว่ามี กมธ.ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างของพรรค ปชป. คือ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. เสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมความ และมาตราเพิ่มเติมขึ้นมา มีการหยิบเอาถ้อยคำ ข้อความและมาตรา ที่อยู่ในร่างของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งรัฐสภาไม่ได้รับหลักการนั้นและร่างได้ตกไปแล้ว มาหยิบใส่ในร่างนี้เพื่อพิจารณาด้วย

“นอกจากนี้ นายจุรินทร์ซึ่งเป็นคนเสนอร่างให้แก้เฉพาะมาตรา 83 และ 91 ยังได้แปรญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติม โดยหยิบเอาความที่ไม่ปรากฏเข้ามาแปรญัตติเพิ่มเติม ซึ่งกรณีแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดขึ้นในสถาบันนิติบัญญัติ สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือสมาชิกผู้มีประสบการณ์ยาวนาน ท่านไม่ได้ทำในสิ่งที่เรียกว่านิติวิธี และยังทำผิดหลักนิติธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเป็นการกระทำโดยมิชอบ ผมไม่สนใจว่าระบบเลือกตั้งจะเป็นบัตรกี่ใบ แต่วันนี้สถาบันแห่งนี้จะต้องดำรงไว้ตลอดไป เราไม่ควรเอาความประสงค์ของพรรคการเมืองแต่ละพรรคเป็นตัวตั้ง แล้วเอาสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมาทำเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองเอง สิ่งนี้พรรคภูมิใจไทยปฏิเสธตลอด ว่าเราไม่ควรแก้เรื่องระบบเลือกตั้งกันในห้วงเวลานี้ เพราะเป็นประโยชน์ของพรรคการเมือง แต่ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน และกระบวนการวิธีก็ไม่ชอบด้วยข้อกฎหมาย สุ่มเสี่ยงการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผิดประมวลจริยธรรมร้ายแรงของสมาชิกทั้ง ส.ส.และ ส.ว.” นายศุภชัยกล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image