‘บิ๊กตู่’ ปลื้ม หลังตรวจ รพ.สนาม ‘พระมงกุฏฯ-แสงแห่งใจ’ พร้อมรับผู้ป่วย ขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมมือฝ่าวิกฤตโควิด

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Prayut Chan-o-cha ว่า “เมื่อวานนี้ (20 สิงหาคม) ผมได้มีโอกาสไปตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม สองแห่ง คือ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ ที่ จ.สมุทรปราการ โดยในส่วนของ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงกลาโหม ผมในฐานะรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยแพทย์ในสังกัดมีการขยายการรองรับผู้ป่วยโควิดให้มากที่สุด ทาง รพ.พระมงกุฎเกล้า จึงได้มีการปรับใช้ลานจอดรถของอาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็น รพ.สนามเพิ่มเติมให้กับผู้ป่วยโควิดได้อีก 100 เตียง ได้ตรวจสอบความก้าวหน้า และกำชับให้เร่งสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

จากนั้นผมได้เข้าตรวจเยี่ยม โรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานนี้ รองรับผู้ป่วยสีเขียวและสีเหลืองอ่อนได้ 450 เตียง ซึ่งผมมีความประทับใจกับการจัดระบบ อุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย และการรักษาสุขลักษณะที่ทำได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยนวัตกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรับอากาศที่มาจากภายนอกอาคาร ไม่มีการหมุนเวียนภายใน ด้วยระบบการระบายอากาศเฉพาะของแต่ละเตียง และกระจายความเย็นให้กับผู้ป่วยทุกเตียงอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังมีระบบความดันอากาศที่เป็นลบ ทำให้ไม่มีการแพร่กระจายของเชื้อไปยังพื้นที่อื่น โดยอากาศในห้องผู้ป่วย จะถูกกรองด้วยเครื่องกรองประสิทธิภาพสูง และฆ่าเชื้อซ้ำ และยังมีการออกแบบวางผังทิศทางการไหลของอากาศและความดันอากาศให้แยกส่วนพื้นที่อากาศสะอาดและอากาศปนเปื้อนออกจากกัน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วยและบุคลากร นอกจากนั้น ยังมีการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น หุ่นยนต์ปิ่นโต และแอพพลิเคชั่นไข่ต้ม ฮอสพิทอล เพื่อช่วยส่งอาหารและยาให้กับผู้ป่วย ผ่านศูนย์ควบคุมกลาง คอมมานด์เซ็นเตอร์ อีกด้วย

ผมต้องขอขอบคุณผู้มีส่วนร่วมทั้งหมดในการก่อตั้ง คือ โรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทอีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวิร์ค จำกัด บริษัททีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล จำกัด และมูลนิธิธนินท์ เทวี เจียรวนนท์ มูลนิธิ อริยวรารมย์ และมูลนิธิพุทธรักษา ในการร่วมกันจัดตั้งโรงพยาบาลสนามต้นแบบคุณภาพสูงของประเทศ และในระดับนานาชาติแห่งนี้

ผมขอขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ที่ร่วมแรงร่วมใจกันฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ ที่ไม่สามารถแก้ไขด้วยนโยบายจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว การได้เห็นความร่วมแรงร่วมใจ ดูแลกันและกันของทุกฝ่ายเช่นนี้ ทำให้ผมมีกำลังใจและมีความหวังว่าเราจะเอาชนะโรคร้ายได้ในที่สุด ขอเพียงเราคนไทยสามัคคีกัน จะเกิดพลังที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน สิ่งใดที่เคยผิดพลาด ล่าช้า ต้องได้รับการแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น และก่อให้เกิดระบบสาธารณสุขที่มั่นคงแข็งแรงในอนาคต เพื่อให้ประเทศไทยผ่านวิกฤตเพื่อไปสู่การฟื้นฟูประเทศได้อย่างยั่งยืนในเร็ววันนี้ครับ”

Advertisement

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image