‘พิธา’ ลั่น ‘ก้าวไกล’ พร้อมสู้ทุกกติกาเลือกตั้ง นำเสียงปชช. ผู้มีอำนาจสูงสุดเข้าสู่สภา ปลดแอกอำนาจกดหัว

‘พิธา’ ลั่น ‘ก้าวไกล’ พร้อมสู้ทุกกติกาเลือกตั้ง นำเสียงปชช. ผู้มีอำนาจสูงสุดเข้าสู่สภา ปลดแอกอำนาจกดหัว หมดเวลาเหนี่ยวรั้งไม่ความเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาทำหน้าที่ เป็นประธานการประชุม

เวลา 14.00 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อภิปรายว่า เราต้องเสนอทางออกที่ดีที่สุดให้กับสังคม เราเห็นด้วยว่าประเทศไทยต้องมีบัตรเลือกตั้งแบบสองใบ และตนในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกลก็ขอยืนยันอีกครั้งว่า บัตรเลือกตั้งแบบสองใบ เป็นสิ่งที่เราต้องการมาตั้งแต่เริ่มต้น แต่ประเด็นสำคัญคือ หากจะแก้ไขระบบเลือกตั้งใหม่ ให้เป็นแบบบัตรสองใบ ก็จำเป็นต้องสรุปบทเรียนจากปัญหาระบบเลือกตั้ง ซึ่งเคยใช้มาแล้วในอดีต แล้วพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิมโดยใช้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เมื่อปี 2540 เป็นฐาน รัฐธรรมนูญปี 2540 ได้นำระบบบัตรเลือกตั้งสองใบมาใช้ โดยมี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีข้อดีคือ การกระตุ้นให้พรรคการเมืองแข่งขันการในเชิงนโยบาย ที่ตอบสนองต่อประชาชนทั้งประเทศมากขึ้น และสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันพรรคการเมือง ตนสนับสนุนให้คงสัดส่วน ส.ส.แบบเขต 350 คน และส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คนเพื่อส่งเสริมให้การทำงานของผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้ง ได้สัดส่วนที่สมดุล เหมาะสมกับการทำงานของผู้แทนราษฎรในเชิงนโยบาย นอกจากนี้เรายังสามารถที่จะปรับปรุงระบบเลือกตั้งแบบบัตรสองใบในอดีตให้ดีขึ้น ด้วยวิธีการคำนวณ ส.ส.ของแต่ละพรรคการเมืองในสภา อย่างเป็นธรรม ให้สะท้อนเสียงของประชาชนได้มากขึ้น

นายพิธา กล่าวว่า สองทศวรรษที่ผ่านมาประเทศไทยผ่านการทำรัฐประหารมาแล้วสองครั้ง ผ่านวิกฤตการเมืองมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่ประเทศเราก็ยังเผชิญกับโจทย์การเมืองใหญ่ นั่นก็คือเรายังไม่สามารถหาข้อยุติว่า ระบบการเมืองแบบไหน ที่ทุกฝ่ายยินยอมพร้อมใจ ที่จะอยู่ร่วมกันได้ ซึ่งแน่นอนว่าระบบเลือกตั้งก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบการเมืองด้วย เรื่องนี้เราต้องมองระยะยาว เพราะการออกแบบเลือกตั้งไม่ใช่การตอบโจทย์เฉพาะหน้า เราควรออกแบบการเมืองและระบบเลือกตั้งให้มีอย่างน้อย 3 เงื่อนไขคือ 1.สนับสนุนประสิทธิภาพของระบบรัฐสภาแห่งนี้ 2.สร้างความเข้มแข็งของสถาบันพรรคการเมือง และ3.การโอบรับความแตกต่างหลากหลายของคนในชาติ เพื่อทำให้รัฐสภาแห่งนี้เป็นพื้นที่ปลอดภัย และเปลี่ยนทุกคะแนนเสียงและความฝัน ในทุกพื้นที่ ให้มีความหมายและเป็นธรรม

นายพิธา กล่าวว่า ในทางตรงกันข้ามถ้าพูดกันชัดๆ เราไม่ควรออกแบบระบบที่ผลักให้ประชาชนรู้สึกว่า ระบบรัฐสภาไม่ใช่พื้นที่ของประชาชนที่จะมีเสียงที่มีความหมาย หรือขัดหูขัดตาของชนชั้นนำผู้มีอำนาจ หากระบบเลือกตั้งสามารถสะท้อนเสียงของประชาชนได้ อำนาจของประชาชนที่เป็นอำนาจสูงสุดของประเทศนี้ ก็จะสามารถปรากฏกายขึ้นในสภา สามารถใช้อำนาจนิติบัญญัติ และสามารถเข้าไปจัดตั้งรัฐบาลได้ และเมื่อนั้นเสียงของประชาชนจะไม่มีวันอนุญาต ให้ระบอบที่กดหัวประชาชนอยู่ได้อีกต่อไป พรรคก้าวไกลทุกคน ทุกจังหวัดทุกเขตเลือกตั้ง พร้อมที่จะต่อสู้ผ่านสนามการเลือกตั้ง ไม่ว่าผู้มีอำนาจจะพยายามออกแบบระบบเลือกตั้งให้ตัวเองได้ประโยชน์อย่างไร เพราะเรามั่นใจว่า เสียงของประชาชนจะมีความหมาย มีพลัง และชอบธรรมมากที่สุด มากกว่าอำนาจที่จะกดหัวประชาชน พวกท่านไม่มีทางเหนี่ยวรั้ง ความเปลี่ยนแปลงได้อีกแล้ว พวกตนจะนำเสียงของคนที่มีอำนาจสูงสุดของประเทศนี้อย่างแท้จริง มาปรากฏในสภา แห่งนี้ให้จงได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon