‘เพื่อไทย’ ชี้วันนี้ ‘ตู่’ ไปต่อไม่ได้แล้ว ชนะมือในสภา แต่ฝ่าด่านศรัทธา ปชช.กลับมาเป็นนายกฯอีกไม่ไหว

‘เพื่อไทย’ ชี้วันนี้ ‘ประยุทธ์’ ไปต่อไม่ได้แล้ว เชื่อแม้จะชนะมือในสภา แต่จะไม่สามารถฝ่าด่านศรัทธา ปชช.กลับมาเป็นนายกฯได้อีกแน่นอน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 กันยายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการเสวนาหัวข้อ “จนมุมกลางสภา แล้วยังกล้าไปต่ออีกหรือ?” โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนา ประกอบด้วย นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และ น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรค พท.

น.ส.จิราพร กล่าวว่า การชี้แจงหรือการตอบคำถามของรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจยังไม่ชัดเจน และมีพฤติกรรมเหมือนกันหมดคือ 1.ตอบก่อนที่จะถาม 2.ตอบแบบไร้ภูมิปัญญา โดยพยายามเอาจีดีพีประเทศไทยไปเทียบกับประเทศที่จีดีพีต่ำกว่าเรา แบบเป็นการคิดไปเอง เช่น อเมริกา ฯลฯ และเทียบยอดการติดเชื้อของไทยกับอังกฤษว่าไทยมียอดติดเชือน้อยกว่า ทั้งที่อังกฤษตรวจมากกว่าเราหลายเท่า ซึ่งเทียบแบบผิดๆ ไร้ภูมิปัญญา 3.ตอบไม่ตรงคำถาม สิ่งที่เราถามท่านไม่ตอบ สิ่งที่ท่านตอบเราไม่ได้ถาม ถามหาหลักฐานก็ไม่มีให้ และ 4.ไม่ตอบเลย แถมยังมาขู่ฝ่ายค้านว่าจะฟ้องอีก

น.ส.จิราพรกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์แทบไม่ได้นั่งอยู่ในห้องประชุมเพื่อฟังการอภิปรายเลย ผลของการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เกิดคาดมากตรงที่ไปสั่นคลอน พล.อ.ประยุทธ์อย่างหนักจนสติแตก ถึงขนาดเอารัฐมนตรีที่ไม่ถูกอภิปรายออก ทั้งที่คนที่ต้องออกคนแรกคือ พล.อ.ประยุทธ์ที่ชี้แจงในสภาก็ไม่ได้ ตอบอะไรก็ไม่ชัดเจน ไม่สามารถทำมห้ประชาชนคลายสงสัยได้ และยิ่งยิ่งสงสัยมากกว่าเดิมอีก แถมคะแนนลงมติไว้วางใจก็ลดลงเรื่อยๆ จนครั้งล่าสุดต่ำเตี้ยเรี่ยดินเป็นรองบ๊วย ขณะที่คะแนนการหวาดระแวงกันเองเพิ่มขึ้น

น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย

“สภาพแบบนี้ พล.อ.ประยุทธ์เอาความมั่นใจจากไหนว่าตัวเองจะสามารถพารัฐบาลเดินหน้าต่อไปได้ เรื่องต่างๆ ที่พรรคเพื่อไทยเปิดแผลความเน่าเฟะของรัฐบาลไว้ เราจะยื่งร้องไปยัง ป.ป.ช.ต่อไป สภาพของ พล.อ.ประยุทธ์เหมือนสินค้าหมดอายุที่รอวันย่อยสลาย ถึงแม้ว่าในการอภิปรายครั้งล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์จะชนะมือในสภา แต่เชื่อว่าจะไม่สามารถฝ่าด่านศรัทธาประชาชนในการที่จะกลับมาเป็นนายกฯได้อีกแน่นอน” น.ส.จิราพรกล่าว

ด้าน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ความตกต่ำทางเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น และไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโควิด แต่เราตกต่ำมาตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจเข้ามาเมื่อ 7 ปีที่แล้ว แต่ยังแต่งตั้งตัวเองเข้ามาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจอีก เราอภิปรายครั้งนี้หนักกว่าทุกครั้ง แต่ช่วง 2 วันแรกมีเรื่องน่าแปลกคือไม่มีการประท้วงเลย แต่หลังจากมีข่าวที่ชั้น 3 พลพรรคของพรรครัฐบาลก็กลับเข้าประจำตำแหน่ง และประท้วงกันวุ่นวายในช่วงท้ายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายจุลพันธ์กล่าวว่า สิ่งที่เราเจอในการอภิปรายครั้งนี้คือการย้อนไปในยุคดึกดำบรรพ์ รัฐบาลต้องตอบคำถามว่ามีการให้สินบนเกิดขึ้นหรือไม่ อย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร แล้วรัฐบาลจะอธิบายอย่างไร แต่วันนี้กลายเป็นว่าฝ่ายค้านอย่างพวกเรากลับถูกดำเนินคดี นอกจากนี้ วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่เคยบอกเราเลยว่าท่านจะหาทางใช้หนี้เงินกู้ที่ท่านกู้มาอย่างไร วันนี้ท่านเอาเงินในอนาคตของลูกหลานมาใช้ ทำให้ประชาชนต้องแบกรับหนี้สินขณะที่รัฐบริหารเศรษฐกิจผิดพลาด ล็อกดาวน์จนประชาชนเดินต่อไปไม่ได้ แต่รัฐบากลับไม่ยอมรับว่าการบริหารของตัวเองมีปัญหา การแก้ไขปัญหาไม่เกิดขึ้น

“พรรคเพื่อไทยเราเป็น ส.ส.เขตทั้งหมด เราลงพื้นที่พบเจอปัญหาจริงๆ โดยตรงจากประชาชน ทุกคนสะท้อนกลับหมดว่าอยู่ไม่ไหว ถ้าไม่มีการแก้ไขปัญหา ไม่เปลี่ยนตัว พล.อ.ประยุทธ์ แล้วดึงดันทำแบบเดิมแบบที่เคยทำประเทศคงไปไม่ได้ พวกเราอภิปรายด้วยความหวังว่าการอภิปรายจะนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่พวกเรา แต่สุดท้าย 3 ป.ก็รักกัน ป.ประชาชนก็เลยต้องอกหักไปตามระเบียบ รอต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่เราเพื่อไทยยังยืนยันว่าจะยึดมั่นที่จะสู้ต่อไป วันหนึ่งเสียงของประชาชนจะต้องชนะ” นายจุลพันธ์กล่าว

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย

ขณะที่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จนมุมกลางสภา ซึ่งข้อหาที่ฝ่ายค้านกล่าวหา เช่น เรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยทุริตจะถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของ ป.ป.ช. ศาลอาญาคดีทุจริต ฯลฯ วันนี้ ATK กลายเป็น ATM ทำไมแค่ 8.5 ล้านชิ้นต้องสู้กันถึงขนาดต้องเปลี่ยนเจตนารมณ์และเสปค ไปจนถึงข้อสั่งการของนายกฯ เห็นสินค้าตรงนี้เป็นโอกาส เปลี่ยนจากที่บุคลากรทางแพทย์ใช้ เป็นประชาชนทั่วไปใช้ จนทำให้บริษัทที่มาประมูลเข้าสู่การประมูลได้

นพ.ชลน่านกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ไปต่อไม่ได้แล้ว เพราะต้องไปที่ศาล และข้อกล่าวหาเรื่องการแจกกล้วยในสภา นายกฯต้องตอบให้ได้ คนขึ้นไปให้กำลังใจนายกฯ ไป 2 คน ทำไมเอาชื่อเป็นโพย 30 คนไปด้วย นี่เป็นการให้กำลังใจเป็นโพยหรือ พวกตนตั้งฉายาว่า ความหวังพังที่ชั้น 3 แต่เรื่องนี้จะเป็นจุดตายของ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะบริหารราชการผิดพลาด และบริหารงานในสภาผิดพลาด ความสัมพันธ์ระหว่า ครม.กับสภาย่ำแย่ที่สุด

นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า ฝ่ายค้านได้ผลเกินคาด เพราะถ้าแค่ยกมือให้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ผ่านก็แค่ พล.อ.ประยุทธ์ออกไป แต่การเป็นแบบนี้เป็นการทำลายเครือข่าย พล.อ.ประยุทธ์ และทำลายระบอบ คสช.ที่ตั้งมาสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังบริหารวิกฤตศรัทธาประชาชนไม่ได้เลย โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสาร

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย

นายสุทิน กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้บอกประชาชนตรงๆ เลยว่าไม่มีอะไรซับซ้อน เรื่องเศรษฐกิจ โควิด และวัคซีน ตนเฉยให้เลย แต่คุณมาตอบให้ได้ก็แล้วกัน ซึ่งรู้เลยว่าตอบไม่ได้ เพราะคุณทำผิดจริงๆ แค่อยากดูว่าคุณจะแถอย่างไร แต่คราวนี้แม้แต่แถก็ยังแถไม่ได้ เพราะเราจับโกหกได้ เลยตายไปดื้อๆ เลย นี่ขนาดบอกแนวข้อสอบก่อน ยังตอบไม่ได้ นี่คือการจับทุจริตที่ชัดเจนที่สุดสำหรับการอภิปรายยุคใหม่นี้ เมื่อประชาชนรอดู ประชาชนเชื่อแล้วว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริงๆ ทุกคนข้องใจในหลายเรื่องทั้งการไม่เข้าโคแว็กซ์ ทุจริตจัดซื้อวัคซีน และ ATK รัฐบาลจนมุมกลางสภา แต่ไปเจอรัฐบาลเอาตัวรอดแบบลุยโคลนที่ชั้น 3 พล.อ.ประยุทธ์ไปต่อ แต่ไปต่อด้วยวิธีการที่ได้คะแนนมาโดยอัปยศ

นายสุทินกล่าวว่า นี่คือทำกลางบ้านกลางเมือง กลางสภา ต่อหน้า ส.ส.ที่เป็นตัวแทนประชาชน คุณทำลายสถาบันการเมืองแบบแย่มากๆ เมื่อก่อนชาวบ้านตั้งคำถามว่าระบบสภาจะไปได้หรือไม่ เพราะขนาดจับผิดได้ขนาดนี้ยังปลด พล.อ.ประยุทธ์ลงไม่ได้ แต่ครั้งนี้ชาวบ้านเชื่อว่าที่ยกมือกันแล้วคุณผ่าน เพราะคุณจ้าง วันนี้กรรมการตรวจสอบตัวเล็กนิดเดียว แต่จำเลยตัวใหญ่มาก เราจึงคิดว่าวันนี้ต้องแสวงหาวิธีอื่นที่จะมาพิสูจน์ แล้วอย่าย่ามใจว่าชั้น 3 ไม่มีกล้อง ฝ่ายค้านเราไม่ได้โง่ ไม่มีกล้องชั้น 3 แต่คุณทำที่ชั้นอื่น ซึ่งที่ชั้นอื่นที่คุณทำนั้นมีกล้อง แล้วไหนจะคลิปที่คุณคุยกันอีกเล่า แล้วที่คุณไปทาบทามเขาแล้วเขาไม่เอาด้วยอีกเล่า

นายสุทินกล่าวอีกว่า นี่คือความมืดหม่นของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ใช้วิธีคะแนนอัปยศ และใช้วิธีเตะหมูเตะหมา แทนที่คนจับได้แล้วตัวเองจะรับผิดชอบ แต่กลับไปปลดคนอื่น นี่คือวิธีการอยู่รอดของ พล.อ.ประยุทธ์ที่อาจจะไม่ล้มกลางสภา แต่การใช้วิธีคิดทางทหารที่รู้ว่าใครคิดไม่ซื่อเลย แล้วฆ่าเลยถือเป็นวิธีที่ผิด เพราะทางการเมืองในพรรคก็จะป่วน เกิดแรงกระเพื่อมในพรรค เมื่อเกิดแรงกระเพื่อมในพรรคก็กระทบกับการบริหารประเทศ เพราะคุณต้องเอาเวลาไปแก้ปัญหาในพรรค ขณะที่ปัญหาในพรรคหนักขนาดนี้ เราต้องการรัฐบาลที่เข้มแข็ง แต่สิ่งที่คุณทำกลับเป็นการทำตรงกันข้าม และเซถลาไปอีก

“พล.อ.ประยุทธ์จะยังอยู่ต่อไปได้ แต่จะอยู่แบบต่ำเตี้ยเรี่ยดิน สุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์จะสะดุดขาตัวเองล้ม วันนี้อยากเรียนพี่น้องประชาชนว่าระบบสภาเรายังพึ่งได้ เพียงแต่เราโชคไม่ดีที่เจอมนุษย์พันธุ์พิเศษโผล่เข้ามาในทางการเมือง” นายสุทินกล่าว

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘โคลอี้ จ้าว’ กับ ‘โนแมดแลนด์’ Hollywood: No land for nomads
บทความถัดไปพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ : รถไฟสร้างชาติ