‘บก.ลายจุด’ มองจุดแข็ง ม็อบ 3 แนวทาง ถาม ‘สู้จริงต้องแบบไหน’ ทำพรรค-ล่าชื่อ-ไม่ปะทะ นับรวมไหม ?

‘บก.ลายจุด’ มองจุดแข็ง ม็อบ 3 แนวทาง ถาม ‘สู้จริงต้องแบบไหน’ ทำพรรค-ล่าชื่อ-ไม่ปะทะ นับรวมไหม ?

เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ผู้ริเริ่มกิจกรรมคาร์ม็อบสมบัติทัวร์ ​ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ถึงแนวทางการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยระบุว่า

3 ม็อบ 3 แนวทาง
จากปรากฏการณ์ม็อบการเมืองในปัจจุบัน สามารถจำแนกแนวทางและจุดแข็งของแต่ละกลุ่มได้ ดังนี้

=== ม็อบราษฏร ===

เป็นม็อบที่กำเนิดในปี 63 เป็นม็อบหลักในปีที่ผ่านมาและเป็นม็อบหลักที่นำโดยคนหนุ่มสาว มีแนวทางการเสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ไม่เคยมีข้อเรียกร้องหรือพูดถึงประเด็นนี้ในทางสาธารณะมาก่อน ทำให้ได้รับความสนใจอย่างวงกว้าง และสั่งสะเทือนจนทำให้รัฐบาลต้องออกมาใช้มาตรการทางกฏหมายเพื่อจับแกนนำไปเก็บไว้ในเรือนจำ แม้การเคลื่อนไหวในปี 64 จะแผ่วลงจากปัจจัยการระบาดของโควิดและการขาดแกนนำหลัก
แนวทางการตอบโต้ของรัฐคือแจ้งข้อกล่าวหา ม.112 เป็นหลัก

=== Car Mob ===

เป็นม็อบที่พัฒนาการต่อเนื่องมาจากม็อบราษฏร แต่ตีโจทย์เรื่องความกังวลเกี่ยวกับโควิดโดยใช้รถยนต์ข้ามข้อจำกัด นำโดยอดีตแกนนำเสื้อแดงที่ผ่านการเคลื่อนไหวนับแต่ รปห. 49,เม.ย.-พ.ค.53. ทำให้มวลชนที่เคยร่วมกับราษฏรที่มีรถแต่กังวลโควิด กระโดดขึ้นขบวน Car Mob แนวร่วมกลุ่มนี้เป็นผู้ใหญ่ มีรถ และได้กำลังเสริมจากอดีตคนเสื้อแดงเข้าร่วมขบวน
Car Mob เน้นเรื่องการสะสมปริมาณมวลชน ยกกำลังเชิงปริมาณในทุกครั้งที่จัดกิจกรรมและมีการกระจายไปยัง ตจว. ภายใต้กรอบการแสดงออกใช้เสียงแตร์และจำนวนรถในการสื่อสารถึงข้อเรียกร้องให้ประยุทธลาออกไป
แนวทางตอบโต้ของรัฐคือการแจ้งข้อกล่าวหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และใช้ยุทธวิธี “ปล่อยให้ล้าไปเอง”

=== ม็อบทะลุแก๊ส====

นับเป็นม็อบปักหลัก ตั้งฐานในพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดง มีพัฒนาการของตนเอง โดยเริ่มจากการม็อบซ้อนม็อบ และสามารถแยกตัวและประกาศแนวทางต่อสู้ในลักษณะที่มุ่งสร้างความปั่นป่วนเป็นประจำทุกวัน ณ พื้นที่เดิม

มวลชนทะลุแก๊สส่วนใหญ่เป็นเยาวชน ใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะระหว่างต่อสู้ เปรียบได้กับการเป็นทหารม้า มีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว มีอิสระ พลิกแพลงตามสถานการณ์ ไม่มีแกนนำหลัก ไม่มีโครงสร้างสายบังคับบัญชา มีมวลชนเข้าร่วมสมทบไม่ขาดสาย ด้วยลักษณะของการ “ป่วนรัฐ” ซึ่งเป็นการท้าทายต่อ คฝ. ซึ่งเป็นตัวแทนของอำนาจรัฐในการควบคุมสถานการณ์การชุมนุม ทำให้สื่อมวลชนให้ความสนใจจำนวนมาก

แม้จำนวนผู้ชุมนุมจะไม่มากเท่า 2 กลุ่มแรก แต่ด้วยแนวทาง “ป่วนรัฐ” ในแบบของทะลุแก๊สทำให้เกิดแรงสันสะเทือนในทุกค่ำคืนมาตลอด 1 เดือนเต็ม

แนวทางตอบโต้ของรัฐคือ การใช้ คฝ. และอุปกรณ์ควบคุมฝูงชนเข้าสลายการชุมนุม พร้อมกับการจับกุมด้วยข้อหาต่างๆ ภายในเดือนเดียวมีผู้ถูกจับกุมกว่า 400 คน

ข้อกังวลคือ มักมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และมีโอกาสที่ระดับของความรุนแรงจะเพิ่มสูงขึ้น

https://www.facebook.com/nuling/posts/4823842344294772


อย่างไรก็ดี เมื่อเวลา 11.59 น. นายสมบัติได้โพสต์ข้อความอีกว่า

ต่อจากนี้ การออกแถลงการณ์ การจัดเสวนา การล่ารายชื่อ การทำพรรคการเมืองเพื่อพยายามส่งตัวแทนไปสู้ในสภา การจัดม็อบแบบไม่มีการปะทะ จะถูกนับว่าเป็นการสู้ไม่จริงหรือเปล่าครับ ?
การสู้จริงต้องแบบไหนเหรอครับ ?

https://www.facebook.com/nuling/posts/4825771634101843

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อาคม’ ยันรบ.ไร้ปัญหาเรื่องหารายได้เพิ่ม แม้กู้เงินแก้โควิดเยอะ เตรียมวางโครงสร้าง ศก. ในอนาคตแล้ว
บทความถัดไปด่วน! ‘ประเสริฐ’ ลาออกรองเลขาฯสกสค. อ้างปัญหาสุขภาพ