‘คลัง’ รับลูกมติครม.ดึงเงินเศรษฐีต่างชาติ ขอเวลาศึกษารายละเอียด

‘คลัง’ รับลูกมติ ครม.ดึงเงินเศรษฐีต่างชาติ ขอเวลาศึกษารายละเอียด ยกกรณีขยายระยะเวลาเว้นภาษีจอดเรือยอชต์ ช่วยทั้งสร้างเม็ดเงินหมนุเวียนและจ้างงานในจังหวัดภูเก็ต

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2564 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปจัดทำรายละเอียดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติ โดยการยกเว้นไม่นำเงินที่ต่างชาติ นำเข้ามาในประเทศไทย มาคิดรวมกับรายได้เพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภงด.) เช่น ชาวต่างชาติ ต้องการนำเงินเก็บออมที่อยู่ต่างประเทศ มาใช้จ่ายในประเทศไทย โดยเงินก้อนนี้ต้องไม่นำมานับรวมกับรายได้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งมีความเป็นไปได้ ที่จะยกเว้นให้ แต่ต้องศึกษาความเหมาะสมจำนวนวงเงินให้รอบคอบ

นายอาคมกล่าวว่า ส่วนการลดภาษีนำเข้าไวน์ สุรา และซิการ์ ลงกึ่งหนึ่งเป็นเวลา 5 ปีนั้น ต้องพิจารณารายละเอียดว่าสามารถอนุมัติได้หรือไม่ ปัจจุบันอนุญาตให้นักท่องเที่ยวนำเข้าไวน์ สุรา ได้อยู่แล้วคนละ 1 ลิตร ซิการ์หรือบุหรี่ ไม่เกิน 200 ม้วน โดยไม่เสียภาษี แต่หากต้องการนำเข้ามากกว่านั้น ก็ต้องพิจารณาความเหมาะสม ซึ่งอาจจะใช้สิทธิพิเศษลักษณะเดียวกับนักการทูตก็เป็นไปได้ โดยกระทรวงการคลัง ขอเวลาการพิจารณาอย่างรอบคอบอีกครั้ง

“ขณะนี้ประเทศไทย ต้องการชาวต่างชาติที่มีเงินมาเที่ยวเมืองไทย มาใช้จ่ายเงินในประเทศไทย และจ้างงานในประเทศด้วย ซึ่งเห็นได้จากกรณีการขยายเวลายกเว้นการจัดเก็บภาษีการจอดเรือสำราญและเรือยอชต์ จากเดิม 6 เดือน เป็น 2 ปี 6 เดือน นับจากวันที่นำเข้า เพื่อให้ชาวต่างชาติที่เดินทางมากับเรือยอร์ช พำนักอยู่ในประเทศไทยนานขึ้น เมื่อมาจอดเรือที่จังหวัดภูเก็ต ก็ต้องนำเรือมาให้ช่างตรวจสอบเครื่องยนต์ เติมน้ำมัน พักโรงแรม ก็ถือเป็นการสร้างงานให้กับช่างขณะเดียวกัน ก็ยังมาจับจ่ายใช้สอยในจังหวัดภูเก็ตด้วย ซึ่งก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วย” นายอาคมกล่าว

ด้านนายกฤษฎากล่าวว่า การดึงดูดต่างชาติที่มีศักยภาพสูง ให้มาลงทุนและท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้น สิ่งจำเป็นมากที่สุด คือการอำนวยความสะดวก เช่น เรื่องการต่อวีซ่า ระบบการอนุญาตต่างๆ ของรัฐบาล ที่ต้องเอื้ออำนวยความสะดวก ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการยกเว้นภาษี กรณีชาวต่างชาตินำเงินฝากที่อยู่ต่างประเทศ มาใช้ในประเทศโดยไม่นำมาคำนวณเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น เพื่อเป็นการจูงใจให้นำเงินเข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทย ซึ่งหากไม่มีการผ่อนปรนเรื่องนี้ ชาวต่างชาติก็ไม่นำเงินเก็บหรือเงินออมมาใช้ในประเทศไทย แต่ถ้าไทยผ่อนปรนเรื่องนี้ให้ ต่างชาติก็จะนำเงินมาใช้จ่ายในประเทศไทย ก่อจะเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้นด้วย ซึ่งกระทรวงการคลัง จะเร่งพิจารณารายละเอียดโดยเร็วที่สุด

นายกฤษฎากล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 แล้วนั้น เชื่อว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างหลากหลาย และกระทรวงการคลังจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้อย่างแน่นอน แต่ขณะนี้ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดไม่ได้ ต้องรอสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จัดทำรายละเอียดให้แล้วเสร็จก่อน สำหรับการใช้จ่ายเงินนั้น รัฐบาล มีแผนการใช้จ่ายเงินกู้ 1.5 ล้านล้านบาท ชัดเจนแล้ว ซึ่งจะทยอยใช้ตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้เป็นต้นไป เพื่อกระตุ้นเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ไม่สนเสียงค้าน! หมู่เกาะแฟโร สังหารหมู่โลมา กว่า 1,400 ตัว มีดปาดคอทะเลแดงฉาน
บทความถัดไป‘พิพัฒน์’ เลื่อนเปิด ‘กรุงเทพฯ’ รับต่างชาติไป 15 ตุลาฯ หลังฉีดวัคซีนเข็ม 2 ไม่ถึง 70% ย้ำปี 64 นำร่องแค่ 9 จังหวัดก่อน