ศาลจังหวัดขอนแก่นอนุญาตอาจารย์ประกันตัว 2 นักศึกษา คดีวางเพลิง

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 17 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดขอนแก่นอนุญาตให้ใช้ตำแหน่งอาจารย์ประกันตัวนักศึกษาทั้งสอง โดยมีเงื่อนไขว่า หากผู้ต้องหาไม่มาตามกำหนดนัดจะปรับนายประกันคนละ 35,000 บาท โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ขณะสอบสวนตำรวจแยกห้องสอบสวนระหว่าง ‘บอส’ และ ‘เจมส์’ โดยให้ ‘เจมส์’ ใช้ทนายความที่ตำรวจจัดไว้ ซึ่งทนายความคนดังกล่าวมียศเป็นตำรวจ และไม่ได้แนะนำสิทธิของผู้ต้องหา

ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่า พล.ต.ต.เนติพงศ์ ธาตุทำเล รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะโฆษกตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากกรณี เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2564 เวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจาก รพ.ศรีนครินทร์ ว่ามีคนร้ายก่อเหตุวางเพลิงเผาซุ้มป้ายเฉลิมพระเกียรติฯ บริเวณหน้า รพ.ศรีนครินทร์ ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ศพฐ.4

พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของ บก.สส.ภ.4 และ ภ.จว.ขอนแก่น ออกสืบสวนติดตามหาตัวผู้กระทำผิดที่ก่อเหตุให้จงได้ ภายหลังชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 2 คน

ในช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นห้องพักของผู้ต้องสงสัย จำนวน 2 จุด และจับกุมผู้ก่อเหตุ คือ ‘เจมส์’ (นามสมมุติ) ตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่นที่ จ.181/2564 และ ‘บอส’ (นามสมมุติ) ตามหมายจับที่ จ.182/2564 ลงวันที่ 16 ก.ย.2564 ในข้อหาร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ พร้อมยึดรถเก๋งยี่ห้อ HONDA รุ่น JAZZ สีขาว ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการทำผิดเป็นของกลาง จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

พล.ต.ต.เนติพงศ์ ธาตุทำเล รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะโฆษก ภ.4 ขอแจ้งเตือนว่า การกระทำในลักษณะดังกล่าวเป็นเรื่องร้ายแรง และทำลายความรู้สึกของคนไทย โดยความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 217 มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000-140,000 บาท

สำหรับการดำเนินคดีนี้นั้น ภ.4 และ ภ.จว.ขอนแก่น ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยได้ประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.4 และ ภ.จว.ขอนแก่น ให้ทำการจัดเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกขั้นตอนโดยละเอียดจนเชื่อว่าทั้ง 2 คนเป็นผู้ก่อเหตุ และรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติออกหมายจับดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน และหากพบว่าเข้าข่ายความผิดฐานใดเพิ่มเติมจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เร่งนำชาวบ้านหาเห็ดอีก 2 รายออกจากป่า พร้อมส่ง รพ.ด่วน หลังช็อกหมดสติจากอาการอ่อนเพลียอย่างหนัก
บทความถัดไปในหลวง พระราชินี พระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ราษฎรประสบอุทกภัย จ.ลำปาง