‘หมอเรวัต’ หนุน กม.คุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-รวบอำนาจ

‘หมอเรวัต’ หนุน กม.คุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-รวบอำนาจ สะท้อนใช้กม.พิเศษไม่ได้ผล

เมื่อวันที่ 22 กันยายน นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) กล่าวถึงกรณีที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการของร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 พ.ศ…. ว่า ตนยังไม่เห็นรายละเอียดและเนื้อหาของร่างพ.ร.ก.ดังกล่าว แต่หากเป็นไปตามคำแถลงที่ระบุว่าเพื่อคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ไม่ให้ถูกฟ้องจากการรักษาโรคโควิด-19 หากแก้ไขตนไม่ขอคัดค้าน แต่หากไม่แก้ไขจะไม่มีผลใดที่ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ถูกฟ้องได้หากปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพและไม่ประมาทเลินเล่อ ทั้งนี้ตนขอฝากข้อคิดว่าแม้จะมีกฎหมายเพื่อคุ้มครองการปฏิบัติงานของแพทย์แล้ว บุคลากรทางการแพทย์ต้องไม่ละเลยการทำหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพ ไม่ประมาท

เมื่อถามถึงกรณีแนวคิดที่จะใช้ พ.ร.ก.โรคติดต่อ แทน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน นพ.เรวัต กล่าวว่า ตนเรียกร้องมาตลอดว่าการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อสู้กับโรคระบาดนั้นไม่มีประสิทธิภาพ เพราะตั้งแต่การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 พบความล้มเหลว ผิดพลาด บกพร่อง ของรัฐบาล และทำให้เกิดการระบาดของโควิดถึง 4 ระลอก สะท้อนว่าการใช้กฎหมายพิเศษนั้นไม่มีประสิทธิภาพ และการรวบอำนาจการจัดการไว้ที่นายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวก็ไร้ประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงควรคืนอำนาจให้หน่วยงาน

เมื่อถามว่าการเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินจะมีผลใดกับรัฐบาลในทางการเมือง ในช่วงที่หลายฝ่ายประเมินว่าใกล้เข้าโหมดเลือกตั้งหรือไม่ นพ.เรวัต กล่าวว่า เป็นสิ่งที่คิดได้ แต่ตนไม่มั่นใจว่ารัฐบาลใช้เหตุผลใดเป็นนำ้หนักที่มากกว่ากัน ซึ่งตนเข้าใจว่าภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ควบคุมการรวมตัว การชุมนุมของประชาชน หากยกเลิกไปจะทำให้มีการระดมคน การชุมนุมได้ ที่ผ่านมารัฐบาลได้กระทำสิ่งที่ขัดกับพ.ร.ก.ฉุกเฉินในการรวมตัวและจัดชุมนุมคน แต่เมื่อยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว รัฐบาลอาจคิดว่าได้ประโยชน์เนื่องจากที่ผ่านมาแม้มีการเรียกร้องให้เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ไม่ยกเลิก และเป็นกฎหมายที่รัฐบาลหวงแหนมาก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้งามไส้! ข้อมูล นทท.เข้าไทยรอบ 10 ปี 106 ล้านคนโดนเจาะ โผล่ขายเว็บมืด
บทความถัดไปปธน.ฟิลิปปินส์ให้คำมั่น ใครปราบปรามยาเสพติดเกินขอบเขตต้องรับผิดชอบ