รองโฆษกรัฐบาลเตือน ระวัง sms ลวงฉีดวัคซีนเข็ม 3 ยันของจริงต้องมีคิวอาร์โค้ดส่วนตัว

‘รองโฆษกรัฐบาล’ เตือน ระวัง sms ลวงฉีดวัคซีนเข็ม 3 ยันของจริงต้องมีคิวอาร์โค้ดส่วนตัว-ย้ำ 4 ต.ค.นี้เริ่มฉีดไฟเซอร์ให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 27 กันยายน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “แจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล” ถึงกรณีเตือนภัย SMS หลอกลวงแจ้งฉีดวัคซีน ว่านับตั้งแต่ที่กระทรวงสาธารณสุขเริ่มการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้กับประชาชนที่เคยได้รับเข็ม 1 เข็ม 2 เป็นวัคซีนแบบเชื้อตาย โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ถึงวันนี้มีคนที่ได้รับเข็ม 3 ไปแล้ว 1.1 ล้านคน แต่ที่ต้องออกมาเตือนกันเนื่องจากขณะนี้มีกลุ่มบุคคลส่งเอสเอ็มเอสปลอมให้กับประชาชนทั่วไป โดยระบุว่าเชิญชวนให้มาฉีดเข็ม 3 ซึ่งมีทั้งของจริงและของปลอม

โดยของจริงที่มาจากกระทรวงสาธารณสุขจะส่งเอสเอ็มเอสไปโดยเขียนอย่างชัดเจนว่า cvc-moph และเมื่อคลิกเข้าไปในลิงก์ที่ส่งไปนั้นจะพบคิวอาร์โค้ด ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่มีสิทธิได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 นั้น พร้อมระบุวันนัดว่าให้มาฉีดได้เมื่อไหร่ แต่ถ้าไม่สามารถมาฉีดได้ตามวันนัดที่ส่งไปในเอสเอ็มเอสนั้น ก็สามารถมาฉีดหลังวันที่ได้รับแจ้งข้อความดังกล่าวถัดไปอีก 7 วันได้ โดยที่ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ และที่สำคัญหากได้รับเอสเอ็มเอสอื่นๆ ที่ไม่มีคิวอาร์โค้ดก็อย่าไปหลงเชื่อ และไม่ต้องสนใจ ซึ่งการฉีดวัคซีนเข็ม 3 จะเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ เพราะนับตั้งแต่เดือนตุลาคม พฤศจิกายนและธันวาคม รัฐบาลได้จัดสรรวัคซีนมาเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น จะครอบคลุมทุกคน

น.ส.รัชดากล่าวว่า ส่วนกรณีนักเรียนต้องการฉีดวัคซีนกว่า 80% นั้น ในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข ได้เริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับเด็กนักเรียนตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป ที่ผ่านมาทางกรุงเทพมหานครได้นำร่องฉีดวัคซีนให้กับเด็กนักเรียนอยู่ในกลุ่มเสี่ยง 7 โรคไปก่อนแล้วตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน ซึ่งถึงวันนี้มีจำนวนประมาณ 2,000 คน โดยไม่มีรายงานว่าเด็กจำนวนนั้นมีอาการข้างเคียง ส่วนจำนวนเด็กนักเรียนที่ผู้ปกครองแสดงความสนใจอยากให้ลูกหลานได้รับการฉีดวัคซีนในวันนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการกำลังทำสรุปจำนวนตัวเลขอยู่ แต่โดยประมาณเบื้องต้นเห็นว่า 80% ผู้ปกครองและนักเรียนให้ความสนใจที่จะฉีดวัคซีน

น.ส.รัชดากล่าวว่า การฉีดวัคซีนนี้ไม่ได้บังคับ แต่รัฐบาลอยากให้ฉีด เพราะวัคซีนไฟเซอร์ที่นำมาฉีดให้กับเด็กๆ นั้นเป็นวัคซีนที่ทาง อย.ได้อนุมัติแล้ว และทางองค์การอนามัยโลกก็ได้อนุมัติให้ดำเนินการฉีดให้กับเด็กๆ ได้ด้วย ดังนั้น วันที่ 4 ตุลาคมนี้เป็นต้นไปจะเริ่มฉีดให้กับเด็กนักเรียนทั่วประเทศ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จัดงานเทศกาลไฮบริด “ปลุกเมืองหัวหิน ด้วยงานเทศกาล HUAHIN HOP FEST 2021”
บทความถัดไป‘ทะลุฟ้า’ ยุติม็อบ 27 กันยา เผยทีมงานถูกจับกว่า 5 คน รถถูกกระบองทุบ