เผยศบศ.ไฟเขียว มาตรการส่งเสริม-รักษาระดับจ้างงานในSME – แนวทางพลิกโฉมท่องเที่ยวภูเก็ตสู่ระดับโลก

‘โฆษกรัฐบาล’ เผย ศบศ.ไฟเขียว มาตรการส่งเสริม-รักษาระดับการจ้างงานในSME-แนวทางการพลิกโฉมการท่องเที่ยวของภูเก็ตสู่ระดับโลก

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “แจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล” ถึงมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) ว่า ที่ประชุมมศบศ.เห็นชอบโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจSMEs เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงาน โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นนายจ้างภาคเอกชนที่อยู่ในระบบประกันสังคมตาม ม.33 หลักเกณฑ์คือ รัฐบาลจะจ่ายเงินอุดหนุนให้กับนายจ้างเพื่อรักษาการจ้างเงินจำนวน 3,000 บาท ต่อลูกจ้างหนึ่งคนแต่ไม่เกิน 200 คน เป็นระยะเวชา 3 เดือน โดยคำนวณตามยอดการจ่ายจริงของทุกเดือนและพิจารณาจากจำนวนลูกจ้างที่นำส่งเงินสมทบประกันสังคม โดยจะจ่ายเงินอุดหนุนทุกวันทำการสุดท้ายของเดือนและนายจ้างจะต้องรักษาการจ้างงานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ซึ่งโครงการนี้ก็เป็นอีกโครงการหนึ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะช่วยภาคSMEsเพราะที่ผ่านมาก็ได้ช่วยในส่วนของธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดกลางไปแล้ว ในวันนี้ก็ลงถึงเศรษฐกิจSMEs

นายธนากร กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบหลักการแนวทางการเปิดประเทศด้านการท่องเที่ยวโดยการขยายผลและพลิกโฉมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตเพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก (World Class Destination) โดยหลังจากที่รัฐบาล อยอยเปิดประเทศทางด้านการท่องเที่ยวภายใน 120 วันแล้วตั้งแต่ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ก็ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายและมีนักท่องเที่ยวกว่า37,000 คนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว มีเม็ดเงินเข้าประเทศถึง 2 กว่าล้านบาท ซึ่งตรงนี้ได้ผลมาก ฉะนั้นแล้วโครงการต่อไปที่ดำเนินการในช่วงไตรมาส 4/64 และไตรมาส 1/65 ก็จะดำเนินการเรื่องนี้ โดยทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบ

นายธนากร กล่าวว่า หลักการง่ายๆในส่วนของการขยายผลพริกโฉมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตในระดับโลก คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวน 1 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละไม่น้อยกว่า 5,000 คน และมีเม็ดเงอนเข้าประเทศถึง 60,000 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขสำคัญที่ปลดล็อค จำนวน 8 ประการ ได้แก่

1.การลดวันกักตัวเหลือ 7 วัน การตรวจ RT-PCR ก่อนมาและเมื่อถึงสนามบิน หลังจากนั้นให้ตรวจแบบ ATK 2.หนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทยออนไลน์แบบหมู่คณะ (Group COE) 3.การอนุญาตเที่ยวบินพาณิชย์ของรัสเซียให้สามารถเดินทางเข้าสู่ภูเก็ต 4.การผ่อนคลายคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure: SOP) ของกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง (High Risk Contact: HRC) สำหรับผู้โดยสารเครื่องบิน 5.การลดค่าใช้จ่ายในการตรวจ RT-PCR

6.การลดค่าเบี้ยประกันภัย 7.การออก Visa on Arrival (VOA) และหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทยออนไลน์ หรือ COE Online 8.เอกสารรับรองการฉีดวัคซีน (Vaccine Passport) ซึ่งตอนนี้ก็ได้มีการดำเนินการแก้ไขไปแล้วหลายอย่าง ฉะนั้นตนเชื่อว่าการพลิกโฉมจังหวัดภูเก็ตสู่สถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก ภายใต้แนวคิด SUPRAและการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย 2565 อะเมซซิ่งยิ่งกว่าเดิม ภายใต้แนวคิดและเอกลักษณ์ไทย 26 ประการในส่วนนี้มีการขออนุมัติงบประมาณจำนวน 2,260 ล้านบาท ซึ่งต้องมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป เชื่อว่าหลายอย่างที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดำเนินการเชื่อว่าจะพลิกฟื้นพลิกโฉมประเทศไทยได้ในอนาคตอันใกล้นี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ในหลวง พระราชินี พระราชทานสิ่งของญาติทหารพรานเสียชีวิต จ.นครศรีธรรมราช
บทความถัดไปเวเนซุเอลา ออกธนบัตรใหม่ ลดเลข 0 ลง 6 ตัว หลังเงินเฟ้อหนักกว่า 5,000%