กมธ.ปาล์มน้ำมันฯ ไม่เห็นด้วยลดสัดส่วนไบโอดีเซลเหลือบี 6 ชนิดเดียว หวั่นกระทบราคาปาล์ม

กมธ.ปาล์มน้ำมันฯ ไม่เห็นด้วยปรับลดสัดส่วนไบโอดีเซลเหลือบี 6 ชนิดเดียว หวั่นกระทบราคาปาล์ม เกษตรกรเสียหาย

เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 6 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ และน.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันอย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันแถลงกรณีการปรับลดสัดส่วนไบโอดีเซลน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 6%

โดย นายสาคร กล่าวว่า จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบให้ปรับลดสัดส่วนไบโอดีเซลน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ให้มีสัดส่วนจาก บี 10 และบี 7 เหลือสัดส่วนเดียว คือ บี 6 ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม–31 ตุลาคม 2564 เพื่อที่จะลดน้ำมันฐานให้การผสมเหลือ 6% เพื่อที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเข้ามาช่วยเหลือราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้ดำเนินการลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ จากปัจจุบันที่เก็บจากบี 7 จำนวน 1 บาท เพื่อเข้ากองทุนน้ำมันฯ เหลือ 1 สตางค์ รวมถึงลดค่าการตลาดของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา จากเดิมมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.80 บาท หรือ 1.40 บาท หรือลดลง 40 สตางค์ และเห็นว่าเป็นความต้องการของกลุ่มผู้ค้าน้ำมันบางส่วน ที่ต้องการยกระดับน้ำมันดีเซลให้สูงกว่าลิตรละ 30 บาท ซึ่งจะก่อให้เกิดขบวนการเขมือบเงินกองทุนน้ำมันจำนวนมหาศาล และเป็นผลร้ายต่อเกษตรกรชาวสวนปาล์ม เพราะปาล์มกำลังมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ดังนั้น รัฐบาลจะต้องเข้ามาดูแลในส่วนนี้อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียหายต่อระบบโดยรวม

ด้านน.ส.พิมพ์รพี กล่าวว่า การปรับลดสัดส่วนไบโอดีเซลน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว จะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อเกษตรกร เพราะถือเป็นสัญญาประชาคมที่รัฐบาลทำกับเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งประเทศไทยผลิตปาล์มน้ำมันปีละ 3 ล้านตัน การยกเลิก บี 10 และบี 7 จะทำให้การใช้น้ำมันปาล์มลดลง ส่งผลให้ราคาปาล์มตกอย่างรวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมารายได้หลักของเกษตรกรชาวสวนปาล์มภาคใต้คือปาล์มน้ำมัน จึงขอให้รัฐบาลยับยั้งการใช้น้ำมันบี 6 เพียงสัดส่วนเดียว โดยให้ยืนยันระบบเดิมเพื่อความยั่งยืนของอาชีพเกษตรกร

น.ส.พิมพ์รพี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กมธ.ฯ ยังไม่เห็นด้วยกับผลการศึกษาโครงสร้างราคาผลปาล์มน้ำมัน และน้ำมันปาล์ม ตามที่กรมการค้าภายในได้ทำสัญญาว่าจ้างมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้ทำการศึกษาโครงสร้างราคาผลปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม โดยกมธ.ฯ มีเหตุผลสนับสนุนข้อชี้แจง ดังนี้ คือ 1.ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งดำรงตำแหน่งในคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงสร้างราคาผลปาล์มน้ำมัน และน้ำมันปาล์ม ก็แสดงความไม่เห็นด้วยกับสูตรโครงสร้างดังกล่าว รวมถึงเป็นการพิจารณาโดยเร่งรัดของกรมการค้าภายใน ทำให้เกษตรกรไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบข้อมูลก่อน 2.มีต้นทุนการผลิตในโรงงานที่สูงเกินกว่าปกติ และ 3.ปัจจัยที่นำไปใช้ในการสร้างสูตรการคำนวณโครงสร้างราคาไม่มีความยืดหยุ่น และไม่สะท้อนราคาของตลาดโลก จากเหตุผลทั้งหมดนี้ กมธ.ฯ จึงเสนอให้ทำการวิจัยอีกครั้งและยืนยันว่า จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุยใหม่ เพื่อไม่ให้เกษตรกรเป็นเหยื่ออีกต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้วินโดวส์ 11 พร้อมใช้งานในไทยแล้ว ช่วยให้ผู้ใช้ใกล้ชิดกับสิ่งที่รักมากขึ้น
บทความถัดไปสพฐ.เคาะปฏิทินสอบครูผู้ช่วย 1.4 หมื่นอัตรา เร่งบรรจุ บิ๊กเขตพื้นที่ฯ-รอง ผอ.ร.ร.