กมธ.เด็กและสตรีฯ รับเรื่องสวัสดิการผ้าอนามัยเป็นวาระเร่งด่วน

กมธ.เด็กและสตรีฯ รับเรื่องสวัสดิการผ้าอนามัยเป็นวาระเร่งด่วน

หลังมีการเรียกร้องจากภาคประชาชนหลายภาคส่วนในเรื่องของสวัสดิการผ้าอนามัยเข้ามาที่คณะกรรมาธิการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ในหลากหลายประเด็น เช่น การยกเลิกภาษีผ้าอนามัย การนำร่องแจกผ้าอนามัยฟรี ไปจนถึงการทำให้ผ้าอนามัยเป็นสวัสดิการจากภาครัฐ ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม กมธ.ได้เชิญผู้ร้องเรียนเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบข้อร้องเรียนเพิ่มเติมรวมถึงแนวทางการแก้ปัญหา

นางมุกดา พงษ์สมบัติ ประธาน กมธ. กล่าวว่า กมธ.ให้ความสำคัญในทุกภาคส่วน แม้ว่าจะมีการร้องเรียนเข้ามาหลายเรื่อง ทั้งนี้ เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะใน กมธ.เองก็มีหลายท่านที่เป็นผู้หญิง และเห็นถึงความจำเป็นในเรื่องผ้าอนามัย โดยเฉพาะสถานการณ์โควิด-19 ระบาด และช่วงน้ำท่วม นอกจากนี้ ในประเทศไทยแทบไม่มีคนให้ความสนใจและความสำคัญในเรื่องนี้ รวมถึงความเข้าใจในสรีระของผู้หญิง

ด้าน น.ส.พิมดารา ศิริสลุง ผู้ร้องเรียน ในฐานะผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ระบุว่า เนื่องจากเงินเดือนประจำถือว่าเป็นเงินเดือนขั้นต่ำ เมื่อต้องจ่ายค่าที่พัก ค่าเดิน ค่าอาหาร และรายจ่ายยิบย่อยอีกมาก ทำให้มองว่าค่าครองชีพสวนทางกับราคาผ้าอนามัย จึงเรียกร้องให้ผ้าอนามัยเป็นสวัสดิการที่ภาครัฐสามารถจัดให้ฟรีได้ เนื่องจากเป็นสินค้าทีมีราคาสูง

นายปภาณษิณ ปิ่นแก้ว ตัวแทนจากกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ กล่าวถึงกรณีศึกษาจากประเทศสหราชอาณาจักรว่า มีประชาชนร่วมลงชื่อเยอะ เพราะมีผู้ได้รับผลกระทบจากประเด็นของราคาผ้าอนามัยที่ค่อนข้างสูง และมีการทำสัมปทานของภาครัฐเพื่อป้องกันการเอาเปรียบและการผูกขาดจากกลุ่มนายทุนผู้ผลิตผ้าอนามัย พร้อมยกตัวอย่างว่าในประเทศไทยเองก็มีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เริ่มมีการแจกฟรีตามห้องน้ำแล้ว

ด้าน น.ส.ณฤดี จินตวิโรจน์ ผู้ริเริ่มทำแคมเปญล่ารายชื่อประชาชนทั่วไปกว่า 26,000 รายขื่อ เพื่อยกเลิกการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของผ้าอนามัย ระบุว่า ในช่วงแรกรัฐอาจเริ่มต้นทำสวัสดิการผ้าอนามัยด้วยการยกเลิกภาษีก่อน เพื่อลดรายจายที่จำเป็นในทุกเดือนของผู้ที่มีประจำเดือน ก่อนจะนำร่องแจกในสถานศึกษาเหมือนอย่างในประเทศสกอตแลนด์ เพื่อนำไปสู่การแจกฟรีต่อไปในอนาคต โดยการนำกรณีศึกษาจากประเทศต่างๆ มาเป็นต้นแบบ

นางมุกดาระบุเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้จะมีการเรียกตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการคลัง ฯลฯ เข้ามาร่วมประชุมเพื่อหารือเชิงนโนบายต่อไป รวมถึงการจัดเก็บภาษีว่าจะมีผลกระทบกับภาครัฐหรือไม่อย่างไร และหลังจากนั้นอาจจะเรียกผู้ร้องเรียนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุย เพื่อหาทางแก้ปัญหาร่วมกันต่อไปเพื่อให้นโยบายสวัสดิการผ้าอนามัยสามารถเกิดขึ้นได้จริง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ชินวรณ์’ เชื่อ ‘ประยุทธ์’ ทูลเกล้าฯร่างแก้ รธน.วันนี้ แจงไม่มีประเด็นใดต้องชะลอไว้
บทความถัดไปผอ.เขตจตุจักร ชวน ปชช.ฟิตร่างกายที่ศูนย์กีฬาประชานิเวศน์ แนะเช็กเวลาก่อนใช้บริการ