ครม.​ เห็นชอบ​ แก้ไขหลักเกณฑ์​ร่างระเบียบสำนักนายกฯ​ ว่าด้วยการ รปภ.แห่งชาติ​ พ.ศ.2552

ครม.​ เห็นชอบ​ แก้ไขหลักเกณฑ์-ตรวจสอบประวัติ-พฤติการณ์บุคคล​-เอกสารการรักษาความปลอดภัย ใน​ร่างระเบียบสำนักนายกฯ​ ว่าด้วยการ รปภ.แห่งชาติ​ พ.ศ.2552

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล​ ว่า​ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ​(ครม.) วันที่​ 12 ตุลาคม​ มีมติเห็นชอบร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์บุคคล และการกำหนดแบบเอกสารที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ.2552 ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอ ครม. คณะที่ 1 ตรวจพิจารณาแล้ว และแบบประวัติบุคคล (รปภ.1) ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ​(สมช.) ขอแก้ไข เป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับใหม่ขึ้น เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์บุคคล และเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการรักษาความปลอดภัยให้มีความเหมาะสมและทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ.2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อันจะทำให้เกิดการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนทำให้การตรวจสอบบุคคลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อราชการ ซึ่งสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้ยืนยันให้ดำเนินการต่อไป โดยขอแก้ไขข้อความในแบบประวัติบุคคล (รปภ.) ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

โดยยกเลิกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์บุคคล และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดแบบเอกสารที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัย ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ, แก้ไขเพิ่มเติมให้ “ผู้ถูกตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์บุคคล” เป็น “เจ้าของประวัติ” กรอกรายละเอียดในแบบประวัติบุคคล โดยกำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์บุคคลซึ่ง​ ได้แก่ ผู้ที่อยู่ระหว่างรอว่าจ้าง บรรจุ หรือแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือผู้ที่จะได้รับความไว้วางใจให้เข้าถึงสิ่งที่เป็นความลับของทางราชการหรือให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับภารกิจที่สำคัญ หรือทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน โดยบุคคลเจ้าของประวัติต้องกรอกรายละเอียดในแบบประวัติบุคคล (รปภ.1) ให้ครบถ้วน และอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ควบคุมการรักษาความปลอดภัย หรือเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยควบคุมการรักษาความปลอดภัยในหน่วยงานของรัฐนั้น

เพิ่มกระบวนการในการตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์ (จากเดิมให้ดำเนินการตรวจสอบพิมพ์ลายนิ้วมือ) เพิ่มเป็นให้ดำเนินการพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลด้วยวิธีการอื่นได้ในกรณีที่ไม่สามารถตรวจสอบลายนิ้วมือได้ โดยกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเจ้าของเรื่องทำหนังสือถึงหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์ของบุคคล เพื่อดำเนินการพิมพ์ลายนิ้วมือและตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือ กรณีที่ไม่สามารถตรวจสอบลายนิ้วมือได้ ให้ดำเนินการด้วยวิธีอื่น โดยให้ตรวจสอบประวัติการต้องหาคดีอาญาด้วย แล้วแจ้งผลการดำเนินการถึงหน่วยงานของรัฐเจ้าของเรื่องโดยตรง จากการตรวจสอบประวัติหากบุคคลเจ้าของประวัติมีความผิด หรือมีผลของคดี หรือมีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม​ หรือมีผลกระทบต่อการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาผลการตรวจสอบว่าจะสั่งบรรจุ แต่งตั้ง หรือว่าจ้าง หรือให้บุคคลนั้นพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ และให้ดำเนินการตามกฎหมาย

แก้ไขเพิ่มเติมการตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์บุคคลโดยละเอียดให้รวมถึงบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน​, กำหนดเพิ่มเติมให้ในกรณีที่มีความจำเป็น องค์การรักษาความปลอดภัย อาจประสานกับหน่วยงานของรัฐ เพื่อตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์โดยละเอียดของบุคคล ที่จะบรรจุเข้ารับราชการ หรือว่าจ้าง หรือมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจหรือตำแหน่งที่สำคัญหรือเข้าถึงสิ่งที่เป็นความลับของทางราชการและทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน หรือบุคคลที่มีพฤติการณ์ที่จะเป็นภัยต่อความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งรัฐได้ตามความเหมาะสม โดยให้บุคคลดังกล่าวลงนามในบันทึกรับรองการรักษาความลับเมื่อเข้ารับการปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจหรือตำแหน่งหน้าที่ตามแบบ รปภ.3

กำหนดให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการให้มีการรับรองความไว้วางใจแก่เจ้าหน้าที่ในสังกัดตามระดับความไว้วางใจตามแบบ รปภ.4 และจัดให้มีทะเบียนความไว้วางใจตามแบบ รปภ.5 รวมทั้งกำหนดให้บุคคลใดเมื่อพ้นจากภารกิจหรือตำแหน่งหน้าที่เกี่ยวกับความลับของทางราชการ ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการให้บุคคลนั้นลงชื่อในบันทึกรับรองการรักษาความลับเมื่อพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจหรือตำแหน่งหน้าที่ตามแบบ รปภ.6

ปรับปรุงแบบเอกสารที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยให้เป็นปัจจุบันและมีความเหมาะสม ประกอบด้วย 6 แบบ ได้แก่​ 1.แบบประวัติบุคคล (รปภ.1) 2.แบบบันทึกเปลี่ยนแปลงประวัติบุคคล (รปภ.2) 3.แบบบันทึกรับรองการรักษาความลับเมื่อเข้ารับการปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจหรือตำแหน่งหน้าที่ (รปภ.3) 4.แบบใบรับรองความไว้วางใจ (รปภ.4) 5.แบบทะเบียนความไว้วางใจ (รปภ.5) 6.แบบบันทึกรับรองการรักษาความลับเมื่อพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจหรือตำแหน่งหน้าที่ (รปภ.6)

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รมว.สุชาติ เผยเล็งช่วยกลุ่มเอสเอ็มอี รักษาจ้างงาน จ่อเปิดลงทะเบียนรับเงินช่วย 3 เดือน!
บทความถัดไปRealme เชิญชวนร่วมกิจกรรมสัมมนาออนไลน์ “SOCIAL SELLING” เรียนรู้ทักษะการขายในโลกดิจิทัล ซีซั่น 2 ฟรี !!