‘โจ้’ เตรียมร้อง ‘นายกฯ-รมว.คลัง-อธิบดีกรมสรรพากร-ผบ.ทร.’ สอบปมจ่าย VAT จัดซื้อเรือดำน้ำ

‘โจ้’ เตรียมร้อง ‘นายกฯ-รมว.คลัง-อธิบดีกรมสรรพากร-ผบ.ทร.’ สอบปมจ่าย VAT จัดซื้อเรือดำน้ำ เปิดสภาเตรียมเสนอพรรคเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติตามม.152

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ตุลาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคพท. แถลงถึงกรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำต่อเนื่องจากที่เคยเปิดประเด็นไปแล้ว ว่า ตนได้ข้อมูลเชิงลึกที่กองทัพเรือ (ทร.) ต้องตอบมาเกี่ยวกับเรือดำน้ำลำที่ 1 ที่ไทยซื้อไปแล้ว นั่นคือ เรือดำน้ำลำที่ 1 ต้องใช้เครื่องยนต์ที่เยอรมันเป็นผู้ผลิต ปรากฎว่า ทางเยอรมันเขาไม่ขายเครื่องยนต์ให้ จะซ้ำรอยกับเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ หรือเรือ LPD ของทร.ที่มีแต่ตัวเรือ กับเครื่องยนต์ แต่ไม่มีอาวุธ และระบบอำนวยการรบติดเรือหรือไม่ เรื่องนี้ ทร.ต้องแจ้ง เรือดำน้ำไม่มีเครื่องยนต์แบบนี้จะดำอย่างไร ดีที่ลำที่ 2 และลำที่ 3 ยังไม่ได้ซื้อเพราะพรรคพท.ค้านไว้

นอกจากนี้ ยังจะต้องติดตามกรณีการซื้อเรือดำน้ำที่ทร.อ้างว่าเป็นการจัดซื้อแบบจีทูจี แต่กลับมีเอกสารหลักฐานการจ่ายภาษี VAT 7% ให้กรมสรรพากร กระทรวงการคลังโดยตรง แทนบริษัท CSOC จำนวน 24,794,392 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 820 ล้านบาท ทั้งที่การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย ขณะที่บริษัท CSOC อย่างไรก็ไม่ใช่รัฐบาลจีนแน่นอน เป้นเพียงบริษัทนายหน้าที่เข้ามาทำจีทูจีเก๊ นอกจากนี้ ยังเข้ามาดำเนินการสร้างท่าจอดเรือดำน้ำที่ได้รับงานด้วยวิธีพิเศษ มูลค่ากว่า 800 ล้าน โดยการก่อสร้างมีเพียงการขุดลอก ซึ่งบริษัทในประเทศไทยก็สามารถดำเนินการได้ มีการทำอู่ซ่อมเรือดำน้ำอีกกว่า 900 ล้านบาท ซึ่งอู่ซ่อมนี้มีเพียงโรงซ่อม ลานซ่อม ห้องน้ำ ห้องส้วม 2 หลัง 3 ล้านบาท แพงกว่าบ้านทาวเฮ่ส์ในกรุงเทพเสียอีก ถังน้ำใต้ติดพร้อมเครื่องสูบอีก 4 ล้านบาท ราคาสุดพิสดาร

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ตนจึงมีคำถามไปถึงทร. ว่า 1.ทร.จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทำไม ทั้งที่คุณได้รับการยกเว้น อาจจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนในภายหลังโดยที่บริษัท CSOC สามารถไปขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ เพราะบริษัท CSOC ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่าย VAT ตามกฎหมาย แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมทุจริต ผิดกฎหมาย หาผลประโยชน์จากการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2.การซื้อขายเรือดำน้ำลำที่ 1 ไม่ได้เป็นการขายแบบจีทูจีจิง แต่เป็นการซื้อขายผ่านนายหน้า บริษัท CSOC ที่มีพ่อของเสี่ยบอย SKY เป็นเจ้าของ และเสียบอยก็มีหุ้นในนั้นด้วย 3.ถ้า CSOC เป็นตัวแทนรัฐบาลจีนจริง คงไม่มารับงานขุดลอกและทำเขื่อนกันคลื่นให้กองทัพเรือ เพราะงานแบบนี้ผู้รับเหมาบ้านตนทางภาคอีสานก็ทำได้ และ 4.ถ้า CSOC เป็นตัวแทนรัฐบาลจีนจริงคงไม่มาทำห้องน้ำห้องส้วม ระดับรัฐบาลจีน

ทั้งนี้ มูลค่าทั้งหมดที่บริษัท CSOC ได้ไปอยู่ที่ 44,222 ล้านบาท เมื่อพิสูจน์ได้ว่าไม่ต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มประมาณ 3,000 ล้าน บริษัท CSOC ก็มาขอเงินตรงนี้คืนได้ ฟรีๆ สุดท้ายเหมือนรัฐบาลเอาเงินไปให้เขาฟรีๆ เป็นใบเสร็จการทุจริตเห็นๆ ต้องย้อนกลับมาที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่ตนยกให้เป็นบิดาแห่งเรือดำน้ำไทย เพราะถ้าไม่มีลุงวันนี้ประเทศไทยคงไม่มีเรือดำน้ำ และตนก็อยากรู้ว่า พล.อ.ประวิตรเป็นทหารบก รู้หรือไม่ว่า 200 ไมล์ทะเลไกลขนาดไหน ฝากไปถามลุงหน่อย

“เดี๋ยวเปิดสภามา ผมเตรียมเสนอพรรคพท. ให้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ผมจะเสนอให้พรรคอภิปรายพล.อ.ประวิตร ในฐานะที่เป็นบิดาแห่งเรือดำน้ำไทย และผมจะเป็นผู้อภิปรายพล.อ.ประวิตรเอง แต่ระหว่างนี้ที่สภายังไม่เปิด ผมจะไปยื่นเรื่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯแลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยว่ามีความไม่ชอบมาพากล และผมจะไปร้องให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมสรรพากร เรื่องการจ่าย VAT นอกจากนี้ วันนี้มีการเปลี่ยนผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ ผมก็จะไปยื่นเรื่องให้ ผบ.ทร. คนนี้ตรวจสอบถึงความไม่โปร่งใสต่างๆ และให้ตอบด้วยว่าเรือดำน้ำนี้ไม่มีเครื่องยนต์จริงหรือไม่” นายยุทธพงศ์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon